แชร์

การประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล

อัพเดทล่าสุด: 29 ส.ค. 2024
612 ผู้เข้าชม

การประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล คืออะไร?

    คือ การประกันเพื่อคุ้มครองสินค้าหรือทรัพย์สินที่ขนส่งระหว่างประเทศจากผู้ขายในประเทศหนึ่งไปยังผู้ซื้อในอีกประเทศหนึ่ง โดยทางเรือเดินสมุทร เครื่องบินพาณิชย์ ยานพาหนะทางบก หรือทางพัสดุไปรษณีย์ จากความสูญเสียหรือเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง ตามเงื่อนไขความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น เรือถูกไฟไหม้ เรือคว่ำ เรือจมความเสียหายจากการขนถ่ายสินค้าขึ้นหรือขนลงจากเรือจนทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวสินค้า

การประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล เหมาะกับใคร?

ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือนายหน้าขายสินค้า

การประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล มีกี่ประเภท?

มีความคุ้มครองหลักสำหรับสินค้าทั่วไป 3 ประเภท และความคุ้มครองเฉพาะสำหรับสินค้าบางชนิด

ความคุ้มครองเบื้องต้น ครอบคลุมอะไรบ้าง?

การประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลมีความคุ้มครองให้เลือกซื้อ 3 แบบ เรียงลำดับจากแบบความคุ้มครองที่มากที่สุดและลดหลั่นกันไป ดังนี้

  1. ข้อกำหนดการรับประกันภัยสินค้าแบบ A (Institute Cargo Clauses (A)) เป็นความคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุด โดยให้ความคุ้มครองความเสียหาย เนื่องจากภัยธรรมชาติ เช่น ภัยแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือฟ้าผ่า ลมพายุ ภัยจากกระทำของมนุษย์ เช่น เรือชนกัน เรือเกยตื้น สินค้าได้รับความเสียหายจากเปียกน้ำฝน การกระทำโดยเจตนาร้ายของบุคคลอื่น การถูกปล้นโดยโจรสลัดสินค้าถูกลักขโมย และความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันเกิดจากภัยอื่น ๆ ที่มีสาเหตุจากภายนอกและเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมาย เช่น การแตก หัก ร้าว ฉีกขาด การปนเปื้อนกับวัตถุหรือสินค้าอื่น การบุบ กะเทาะ การเกิดสนิม เป็นต้น และสาเหตุความเสียหายนั้นจะต้องไม่ตกอยู่ในข้อยกเว้น
  2. ข้อกำหนดการรับประกันภัยสินค้าแบบ B (Institute Cargo Clauses (B)) ให้ความคุ้มครองความเสียหายเช่นเดียวกับ แบบ C และเพิ่มสาเหตุ จากภัยธรรมชาติเฉพาะที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเท่านั้น เช่น ภัยแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด รวมถึงการถูกคลื่นซัดตกทะเล
  3. ข้อกำหนดการรับประกันภัยสินค้าแบบ C (Institute Cargo Clauses (C)) ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากภัยเฉพาะที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเท่านั้น เช่น ไฟไหม้ ระเบิด เรือชนกัน เรือเกยตื้น การโยนของทิ้งทะเล (มีจำนวนภัยที่คุ้มครองน้อยกว่าแบบ B)

อัตราเบี้ยประกันภัย ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง?

  • ชนิด และ ลักษณะของสินค้าและความแข็งแรงของหีบห่อ
  • ยานพาหนะที่ใช้ขนส่ง
  • ระยะทางและลักษณะการขนส่ง
  • สภาพเมืองต้นทาง / ปลายทาง
  • ประวัติการเรียกค่าเสียหายของผู้เอาประกันภัย
  • ความคุ้มครองที่ต้องการ
  • ยอดนำเข้า / ส่งออกต่อปี






BY : Nook

ที่มา : https://www.tgia.org


บทความที่เกี่ยวข้อง
FTL vs LTL: เหมาคัน หรือ ฝากส่ง แบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ?
FTL vs LTL: เหมาคัน หรือ ฝากส่ง? เลือกแบบไหนให้ประหยัดต้นทุนและตอบโจทย์ธุรกิจ Meta Description: สับสนระหว่าง FTL (เหมาคัน) กับ LTL (ฝากส่ง) ใช่ไหม? เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียของรูปแบบการขนส่งทั้ง 2 แบบ วิธีเลือกให้เหมาะกับปริมาณของ และเทคนิคลดต้นทุนขนส่งที่คุณต้องรู้
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
6 ธ.ค. 2025
 เส้นทางขนส่งยอดฮิตในไทย: ภาคไหนส่งยาก ภาคไหนส่งง่าย?
ส่งของไปเหนือ ล่องใต้ หรือไปอีสาน เส้นทางไหนหินที่สุด? วิเคราะห์เส้นทางขนส่งทั่วไทย เพื่อช่วยผู้ประกอบการวางแผนการจัดส่ง ลดความเสียหาย และประหยัดต้นทุน
ร่วมมือ.jpg Contact Center
5 ธ.ค. 2025
5 วิธีลดต้นทุนค่าขนส่งสำหรับธุรกิจ SME โดยไม่ลดคุณภาพ
5 วิธีลดต้นทุนค่าขนส่งสำหรับธุรกิจ SME: เพิ่มกำไรให้ธุรกิจ โดยไม่ลดคุณภาพบริการแบกรับค่าส่งไม่ไหว? พบกับ 5 วิธีลดต้นทุนค่าขนส่งสินค้าสำหรับ SME ที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋า เพิ่มกำไรให้ธุรกิจ แต่ลูกค้ายังได้รับบริการที่รวดเร็วและประทับใจเหมือนเดิม
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
5 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ