แชร์

Smart factory คืออะไร?

อัพเดทล่าสุด: 16 ก.ค. 2024
1479 ผู้เข้าชม

Smart Factory คืออะไร

Smart Factory เป็นการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมที่นำเอาเทคโนโลยีเครื่องจักรต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ IoT (Internet of Things) เข้ามาเพื่อบริหารจัดการภายในโรงงาน เพื่ออำนวยความสะดวก สร้างการทำงานที่เป็นระบบแบบอัตโนมัติ (Automation) ยกระดับคุณภาพของชิ้นงาน แต่ใช้กำลังคนที่น้อยลง

โดยผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการภายในโรงงานได้อย่างเป็นระบบ เข้าถึงได้แม้อยู่ในระยะไกล ไม่อยู่ในโรงงานก็ยังสามารถควบคุมการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มีปัญญาประดิษฐ์คอยประมวลผลการทำงานร่วมกับเครื่องจักร สามารถบันทึกข้อมูลสถิติต่างๆ ได้อย่างชัดเจน อย่างเช่น อุณหภูมิของเครื่องจักร อัตราและจำนวนการผลิต ชั่วโมงการทำงาน ฯลฯ ทำให้เมื่อเกิดความผิดพลาดก็สามารถที่ตรวจสอบจากชุดข้อมูลเหล่านี้ได้

ความแตกต่างของ Smart Factory กับโรงงานปกติ

1. ลดจำนวนแรงงาน แต่กำลังในการผลิตไม่ลดลง
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า Smart Factory นั้นได้นำเทคโนโลยีเครื่องจักร และปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการทำงาน ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์เท่าเดิม แต่ก็สามารถผลิตได้ในปริมาณเท่าเดิมหรือมากกว่า

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังไม่ต้องเป็นกังวลถึงความผิดพลาดของชิ้นงานจาก Human Error อีกด้วย ช่วยรักษามาตรฐานของโรงงานได้เป็นอย่างดี

2. สร้างกำไรได้ในระยะยาว
ปกติแล้วต้นทุนของโรงงานส่วนมากจะถูกนำไปใช้กับการจ้างแรงงาน แต่การนำเครื่องจักรเข้ามาควบคุมการผลิตภายในโรงงาน ทำให้จำนวนของพนักงานที่ต้องจ้างรายเดือนลดลง

ประกอบกับเครื่องจักรอุตสาหกรรมนั้นมีความทนทานสูง และมีอัตราซ่อมบำรุงที่ต่ำ เครื่องหนึ่งสามารถใช้ได้ยาวนานหลายปี เมื่อเทียบกับการจ่ายค่าพนักงานในทุกๆ เดือนแล้ว จึงสามารถสร้างกำไรได้ระยะยาวในอนาคตอย่างแน่นอน



3. เวลาในการผลิตที่ลดลง
อีกหนึ่งสิ่งที่เครื่องจักรสามารถทำได้ดีกว่ามนุษย์นั่นก็คือความเร็วในการทำงาน เพราะมีข้อแตกต่างตรงที่เครื่องจักรนั้นสามารถทำงานได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย

แม้ว่าจะต้องมีการพักเครื่องบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ยังนับว่ามีชั่วโมงในการทำงานที่นานกว่ามนุษย์ค่อนข้างมาก ช่วยยกระดับโรงงานขึ้นไปอีกขั้น ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาเหลือเฟือเพื่อนำไปพัฒนาส่วนอื่นๆ อีกมาก

4. ข้อมูลเชิงลึก เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้น
อีกหนึ่งจุดแข็งของ Smart Factory นั่นก็คือความสามารถในการรวบรวมข้อมูล (Data) โดยข้อมูลที่รวบรวมมาได้นั้น สามารถนำมาใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นข้อมูลเชิงลึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานได้

ข้อมูลที่ได้มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากต่อการคำนวณแผนการผลิต โดยสามารถนำมาคิดคำนวณเพื่อมองหาแนวทางในการลดต้นทุน หรือปรับเปลี่ยนเพื่อร่นระยะเวลาการทำงานลงได้



5. ลดโอกาสในความผิดพลาด
Smart Factory นั้นเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และวางแผนการทำงานภายในโรงงานให้ออกมาเป็นรูปแบบอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้อย่างแม่นยำ

ระบบ Automation ของเครื่องจักรนั้น หากมีการตั้งค่าที่ดีพอ ก็แทบจะไม่ต้องใช้แรงงานของมนุษย์เข้าไปร่วมทำงาน ทำให้โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุนั้นลดน้อยลงเป็นอย่างมาก


ที่มา : https://www.tot.co.th


บทความที่เกี่ยวข้อง
เจาะอนาคต: "รถบรรทุกไร้คนขับ" (Autonomous Trucks) จะพลิกโฉมวงการโลจิสติกส์โลกอย่างไร?
ภาพของรถบรรทุกคันใหญ่ที่วิ่งบนไฮเวย์โดยไม่มีคนนั่งหลังพวงมาลัย อาจเคยเป็นแค่จินตนาการในหนัง Sci-Fi แต่ในปี 2026 นี้ เทคโนโลยี Autonomous Trucks หรือ รถบรรทุกไร้คนขับ กำลังขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ และนี่คือ "Mega Trend" ที่กำลังจะเข้ามาปฏิวัติวงการขนส่งทั่วโลก!
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
14 ก.พ. 2026
ปัญหาที่เกิดซ้ำ เพราะไม่มีใครกล้าพูด วัฒนธรรมเงียบที่ทำลายโลจิสติกส์
ปัญหาโลจิสติกส์ที่เกิดซ้ำ ไม่ได้มาจากความไม่รู้ แต่มาจากการไม่กล้าพูด บทความนี้ชี้ให้เห็นผลเสียของวัฒนธรรมเงียบในองค์กร
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
13 ก.พ. 2026
คำสั่งไม่ชัด = ต้นทุนเพิ่ม ความคลุมเครือที่ธุรกิจต้องจ่ายเงินจริง
คำสั่งที่ไม่ชัดเจนในงานโลจิสติกส์ นำไปสู่ต้นทุนแฝง ความผิดพลาด และความเครียดในทีม บทความนี้อธิบายว่าทำไม “พูดให้ชัด” ถึงสำคัญ
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
13 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ