SME อยากส่งของไปขายต่างประเทศ (Cross-border): ต้องเตรียมตัวและเอกสารเบื้องต้นอะไรบ้าง?
อัพเดทล่าสุด: 28 ก.พ. 2026
110 ผู้เข้าชม

โกอินเตอร์ไม่ยาก! SME อยากส่งของไปขายต่างประเทศ (Cross-border) ต้องเตรียมตัวและใช้เอกสารอะไรบ้าง?
"สินค้าของเราฝรั่งน่าจะชอบ อยากส่งไปขายต่างประเทศจัง แต่ติดตรงที่ทำเอกสารไม่เป็น..."
นี่คืออุปสรรคด่านแรกที่ทำให้ SME ไทยหลายคนพลาดโอกาสเติบโตในตลาดโลกครับ พอได้ยินคำว่า "ศุลกากร" หรือ "ส่งออก" หลายคนก็ถอดใจเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น
แต่ในยุคของ Cross-border E-commerce (การค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน) การส่งของไปต่างประเทศไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ วันนี้ BS Express จะมาสรุปขั้นตอนการเตรียมตัว และลิสต์เอกสารเบื้องต้นที่คุณต้องรู้แบบเข้าใจง่ายๆ กันค่ะ
Step 1: ก่อนส่ง ต้องเตรียมตัวยังไง?
1. เช็คให้ชัวร์ว่า "ของห้ามนำเข้า" ของประเทศปลายทางคืออะไร สินค้าที่ขายในไทยได้สบายๆ อาจผิดกฎหมายในบางประเทศนะครับ เช่น อาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์บางชนิด ยา เครื่องสำอาง หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ คุณต้องเช็คกฎระเบียบของประเทศปลายทางให้ละเอียดก่อนรับออเดอร์
2. แพ็คเกจจิ้งต้อง "ถึก" กว่าปกติ 3 เท่า การเดินทางข้ามประเทศต้องผ่านหลายมือ ทั้งขึ้นเครื่องบิน ลงเรือ โหลดเข้าโกดัง กล่องพัสดุของคุณต้องแข็งแรง แนะนำให้ใช้กล่องลูกฟูกแบบหนา (Double Wall) ห่อบับเบิ้ลสินค้าทุกชิ้น และซีลกล่องกันน้ำให้เรียบร้อย (ตามเทคนิคที่เราเคยแชร์ไปในบล็อกก่อนๆ ครับ)
3. รู้จัก HS Code (พิกัดอัตราศุลกากร) HS Code คือ "รหัสสากล" ตัวเลข 6-10 หลัก ที่ทั่วโลกใช้เรียกแทนชื่อสินค้า เพื่อใช้ในการประเมินการเก็บภาษีนำเข้า-ส่งออก คุณต้องรู้ว่าสินค้าของคุณตรงกับรหัสอะไร เพื่อให้กระบวนการผ่านด่านศุลกากรราบรื่นครับ
Step 2: 3 เอกสารพื้นฐาน (Basic Documents) ที่ต้องเตรียม
ไม่ต้องกลัวว่าเอกสารจะหนาเป็นตั้ง สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มส่งของออกไปขายแบบปลีก (B2C) หรือจำนวนไม่เยอะมาก มีเอกสารหลักๆ ที่ต้องใช้ดังนี้ครับ:
1. Commercial Invoice (ใบกำกับสินค้า) นี่คือเอกสารที่สำคัญที่สุด! เป็นตัวบอกรายละเอียดทั้งหมดของออเดอร์นั้น ศุลกากรจะใช้ใบนี้ในการคิดภาษี สิ่งที่ต้องมีในใบนี้คือ:
ข้อมูลผู้ส่ง (Shipper) และผู้รับ (Consignee)
รายละเอียดสินค้า (Description of goods) คืออะไร ทำจากอะไร
จำนวนสินค้า และ ราคาต่อชิ้น/ราคารวม (Unit Price & Total Price)
ทริค: ห้ามใส่ราคาสินค้าเป็น 0 บาท เด็ดขาด แม้จะเป็นของแถมหรือของตัวอย่างก็ตาม ต้องใส่ราคากลางประเมินไว้เสมอ
2. Packing List (ใบรายการบรรจุหีบห่อ) เอกสารนี้จะหน้าตาคล้ายๆ Invoice แต่จะไม่เน้นเรื่อง "ราคา" จะไปเน้นเรื่อง "ขนาดและน้ำหนัก" แทน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และขนส่งรู้ว่าของกล่องนี้หนักเท่าไหร่ มีกี่ชิ้น เพื่อจัดการพื้นที่ระวางสินค้าได้อย่างถูกต้อง
3. Air Waybill (AWB) หรือ Bill of Lading (B/L) (ใบตราส่งสินค้า) เอกสารตัวนี้คุณไม่ได้เป็นคนออกเองครับ แต่ "บริษัทขนส่ง" จะเป็นผู้ออกให้ เปรียบเสมือนใบเสร็จรับเงินและตั๋วโดยสารของพัสดุชิ้นนั้นๆ ซึ่งจะมีเลข Tracking ให้คุณและลูกค้าเอาไว้เช็คสถานะสินค้าได้
(หมายเหตุ: หากสินค้าของคุณเป็นกลุ่มอาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือสินค้าเกษตร อาจจะต้องขอเอกสารรับรองเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบรับรอง อย. หรือ Certificate of Origin (C/O) เพื่อยืนยันแหล่งกำเนิดและอาจใช้ลดหย่อนภาษีได้)
สรุป: ส่งออกเรื่องง่าย ถ้ามีพาร์ทเนอร์ที่รู้ใจ
การส่งของข้ามประเทศครั้งแรกอาจจะดูมีขั้นตอนจุกจิกเรื่องเอกสาร แต่ถ้าคุณทำความเข้าใจระบบพื้นฐานและทำใบ Invoice เป็นครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อๆ ไปก็คือการก๊อปปี้วางแล้วครับ
สิ่งสำคัญคือการเลือก "พาร์ทเนอร์ขนส่ง" ที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยจัดการเรื่องจุกจิกเหล่านี้แทนคุณ หากคุณเป็น SME ที่กำลังวางแผนขยายตลาดไปต่างประเทศ หรือต้องการส่งสินค้าล็อตใหญ่ไปกระจายในโกดังต่างแดน ลองเข้ามาปรึกษาทีมงาน BS Express ได้เลยค่ะ เราพร้อมช่วยให้การส่งออกของคุณราบรื่นและเป็นมืออาชีพที่สุด!
"สินค้าของเราฝรั่งน่าจะชอบ อยากส่งไปขายต่างประเทศจัง แต่ติดตรงที่ทำเอกสารไม่เป็น..."
นี่คืออุปสรรคด่านแรกที่ทำให้ SME ไทยหลายคนพลาดโอกาสเติบโตในตลาดโลกครับ พอได้ยินคำว่า "ศุลกากร" หรือ "ส่งออก" หลายคนก็ถอดใจเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น
แต่ในยุคของ Cross-border E-commerce (การค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน) การส่งของไปต่างประเทศไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ วันนี้ BS Express จะมาสรุปขั้นตอนการเตรียมตัว และลิสต์เอกสารเบื้องต้นที่คุณต้องรู้แบบเข้าใจง่ายๆ กันค่ะ
Step 1: ก่อนส่ง ต้องเตรียมตัวยังไง?
1. เช็คให้ชัวร์ว่า "ของห้ามนำเข้า" ของประเทศปลายทางคืออะไร สินค้าที่ขายในไทยได้สบายๆ อาจผิดกฎหมายในบางประเทศนะครับ เช่น อาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์บางชนิด ยา เครื่องสำอาง หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ คุณต้องเช็คกฎระเบียบของประเทศปลายทางให้ละเอียดก่อนรับออเดอร์
2. แพ็คเกจจิ้งต้อง "ถึก" กว่าปกติ 3 เท่า การเดินทางข้ามประเทศต้องผ่านหลายมือ ทั้งขึ้นเครื่องบิน ลงเรือ โหลดเข้าโกดัง กล่องพัสดุของคุณต้องแข็งแรง แนะนำให้ใช้กล่องลูกฟูกแบบหนา (Double Wall) ห่อบับเบิ้ลสินค้าทุกชิ้น และซีลกล่องกันน้ำให้เรียบร้อย (ตามเทคนิคที่เราเคยแชร์ไปในบล็อกก่อนๆ ครับ)
3. รู้จัก HS Code (พิกัดอัตราศุลกากร) HS Code คือ "รหัสสากล" ตัวเลข 6-10 หลัก ที่ทั่วโลกใช้เรียกแทนชื่อสินค้า เพื่อใช้ในการประเมินการเก็บภาษีนำเข้า-ส่งออก คุณต้องรู้ว่าสินค้าของคุณตรงกับรหัสอะไร เพื่อให้กระบวนการผ่านด่านศุลกากรราบรื่นครับ
Step 2: 3 เอกสารพื้นฐาน (Basic Documents) ที่ต้องเตรียม
ไม่ต้องกลัวว่าเอกสารจะหนาเป็นตั้ง สำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มส่งของออกไปขายแบบปลีก (B2C) หรือจำนวนไม่เยอะมาก มีเอกสารหลักๆ ที่ต้องใช้ดังนี้ครับ:
1. Commercial Invoice (ใบกำกับสินค้า) นี่คือเอกสารที่สำคัญที่สุด! เป็นตัวบอกรายละเอียดทั้งหมดของออเดอร์นั้น ศุลกากรจะใช้ใบนี้ในการคิดภาษี สิ่งที่ต้องมีในใบนี้คือ:
ข้อมูลผู้ส่ง (Shipper) และผู้รับ (Consignee)
รายละเอียดสินค้า (Description of goods) คืออะไร ทำจากอะไร
จำนวนสินค้า และ ราคาต่อชิ้น/ราคารวม (Unit Price & Total Price)
ทริค: ห้ามใส่ราคาสินค้าเป็น 0 บาท เด็ดขาด แม้จะเป็นของแถมหรือของตัวอย่างก็ตาม ต้องใส่ราคากลางประเมินไว้เสมอ
2. Packing List (ใบรายการบรรจุหีบห่อ) เอกสารนี้จะหน้าตาคล้ายๆ Invoice แต่จะไม่เน้นเรื่อง "ราคา" จะไปเน้นเรื่อง "ขนาดและน้ำหนัก" แทน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และขนส่งรู้ว่าของกล่องนี้หนักเท่าไหร่ มีกี่ชิ้น เพื่อจัดการพื้นที่ระวางสินค้าได้อย่างถูกต้อง
3. Air Waybill (AWB) หรือ Bill of Lading (B/L) (ใบตราส่งสินค้า) เอกสารตัวนี้คุณไม่ได้เป็นคนออกเองครับ แต่ "บริษัทขนส่ง" จะเป็นผู้ออกให้ เปรียบเสมือนใบเสร็จรับเงินและตั๋วโดยสารของพัสดุชิ้นนั้นๆ ซึ่งจะมีเลข Tracking ให้คุณและลูกค้าเอาไว้เช็คสถานะสินค้าได้
(หมายเหตุ: หากสินค้าของคุณเป็นกลุ่มอาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือสินค้าเกษตร อาจจะต้องขอเอกสารรับรองเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบรับรอง อย. หรือ Certificate of Origin (C/O) เพื่อยืนยันแหล่งกำเนิดและอาจใช้ลดหย่อนภาษีได้)
สรุป: ส่งออกเรื่องง่าย ถ้ามีพาร์ทเนอร์ที่รู้ใจ
การส่งของข้ามประเทศครั้งแรกอาจจะดูมีขั้นตอนจุกจิกเรื่องเอกสาร แต่ถ้าคุณทำความเข้าใจระบบพื้นฐานและทำใบ Invoice เป็นครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อๆ ไปก็คือการก๊อปปี้วางแล้วครับ
สิ่งสำคัญคือการเลือก "พาร์ทเนอร์ขนส่ง" ที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยจัดการเรื่องจุกจิกเหล่านี้แทนคุณ หากคุณเป็น SME ที่กำลังวางแผนขยายตลาดไปต่างประเทศ หรือต้องการส่งสินค้าล็อตใหญ่ไปกระจายในโกดังต่างแดน ลองเข้ามาปรึกษาทีมงาน BS Express ได้เลยค่ะ เราพร้อมช่วยให้การส่งออกของคุณราบรื่นและเป็นมืออาชีพที่สุด!
บทความที่เกี่ยวข้อง
เวลาติดต่อจ้างรถบรรทุกขนส่งสินค้า หรือคุยกับบริษัทโลจิสติกส์ หลายคนอาจจะเคยได้ยินตัวย่อภาษาอังกฤษแปลกๆ ที่ฟังดูเหมือนรหัสลับ จนเกิดความสับสนและไม่แน่ใจว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่
เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถสื่อสารกับพาร์ทเนอร์ขนส่งได้อย่างเป็นมืออาชีพ วันนี้ BS Transport ได้รวบรวมคำศัพท์โลจิสติกส์ยอดฮิตที่ต้องเจอบ่อยๆ มาถอดรหัสให้เข้าใจง่ายแบบครบจบในที่เดียวครับ!
6 มี.ค. 2026
หาก "กราฟเส้น" (Line Chart) คือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการมองเห็น "แนวโน้ม" แล้วถ้าเราอยากเห็น "ปริมาณสะสม" ของแนวโน้มนั้นด้วยล่ะ? นี่คือจุดที่ "กราฟพื้นที่" หรือ Area Chart เข้ามามีบทบาทสำคัญ
26 ส.ค. 2025
ในยุคที่ค่าโฆษณา (Paid Ads) บน Facebook, Google หรือ TikTok แพงขึ้นทุกวัน จนผู้ประกอบการหลายคนบ่นอุบว่า "ยิงแอดไปก็ไม่คุ้มทุน" จะดีกว่าไหมครับ? ถ้าคุณสามารถทำให้ลูกค้าวิ่งเข้าหาคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินสักบาทเดียว
28 ม.ค. 2026
ผึ้ง เด็กฝึกงาน



Contact Center