รถกระบะ EV พลังงานไฟฟ้า: ทางรอดของการขนส่งยุคน้ำมันแพง คุ้มค่าจริงหรือยังในไทย?
อัพเดทล่าสุด: 27 ก.พ. 2026
4 ผู้เข้าชม

ข้อดีที่ปฏิเสธไม่ได้: ทำไมรถกระบะ EV ถึงดึงดูดใจ?
แน่นอนว่าจุดเด่นที่สุดของ EV คือ "การหั่นต้นทุน" หากเทียบอัตราสิ้นเปลืองต่อกิโลเมตร ค่าชาร์จไฟฟ้าจะถูกกว่าค่าน้ำมันดีเซลมากกว่า 50% ยิ่งถ้าเป็นการชาร์จไฟช่วง Off-Peak (ช่วงกลางคืนที่ค่าไฟถูก) ต้นทุนโลจิสติกส์ของคุณจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากค่าน้ำมันแล้ว ค่าบำรุงรักษา (Maintenance) ก็ลดฮวบ เพราะมอเตอร์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนกลไกน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาป ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมัน หรือสายพานต่างๆ ทำให้รถมีเวลาวิ่งทำเงินได้มากขึ้น
และที่สำคัญในโลกธุรกิจยุคนี้คือ Green Logistics การใช้รถ EV ขนส่งสินค้า ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Zero Emission) ซึ่งเป็นจุดขายที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Image) ให้ดูทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ลูกค้าระดับองค์กรใหญ่ที่เน้นนโยบาย ESG ได้เป็นอย่างดี
ความจริงหน้างาน: สิ่งที่ต้องระวังก่อนเปลี่ยนมาใช้กระบะ EV
แม้ข้อดีจะหอมหวาน แต่การนำมาใช้งาน "บรรทุกหนัก" ในเชิงพาณิชย์ ยังมีโจทย์ท้าทายที่ต้องนำมาคำนวณให้ดีครับ:
สรุป: คุ้มค่าจริงหรือยัง สำหรับการขนส่งในไทย?
คำตอบคือ "คุ้มค่ามาก... แต่ต้องใช้ให้ถูกงาน" ครับ หากรูปแบบการขนส่งของคุณคือ การวิ่งส่งของในเมือง (City Delivery) ระยะทางไม่ไกลมาก หรือเป็นการวิ่งแบบ Hub-to-Hub (ระหว่างคลังสินค้าที่มีจุดชาร์จไฟของตัวเองตั้งอยู่) รถกระบะ EV คืออาวุธลดต้นทุนที่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้
แต่หากเป็นการวิ่งงานข้ามภาค หรือส่งสินค้าตามต่างจังหวัดที่ต้องลุ้นกับสถานีชาร์จ รถกระบะดีเซลแบบดั้งเดิมก็ยังคงตอบโจทย์เรื่องความยืดหยุ่นและความคล่องตัวได้ดีกว่าในเวลานี้ครับ
ที่ BS Transport เราติดตามเทคโนโลยีและอัปเดตระบบการจัดการยานพาหนะ (Fleet Management) อยู่เสมอ เพื่อหาวิธีบริหารจัดการต้นทุนขนส่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าโลกแห่งการขนส่งจะเปลี่ยนไปใช้พลังงานรูปแบบไหน เป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิม คือการส่งมอบสินค้าของคุณให้ถึงที่หมายอย่าง ปลอดภัย ตรงเวลา และคุ้มค่าที่สุด ครับ!
แน่นอนว่าจุดเด่นที่สุดของ EV คือ "การหั่นต้นทุน" หากเทียบอัตราสิ้นเปลืองต่อกิโลเมตร ค่าชาร์จไฟฟ้าจะถูกกว่าค่าน้ำมันดีเซลมากกว่า 50% ยิ่งถ้าเป็นการชาร์จไฟช่วง Off-Peak (ช่วงกลางคืนที่ค่าไฟถูก) ต้นทุนโลจิสติกส์ของคุณจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากค่าน้ำมันแล้ว ค่าบำรุงรักษา (Maintenance) ก็ลดฮวบ เพราะมอเตอร์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนกลไกน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาป ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองน้ำมัน หรือสายพานต่างๆ ทำให้รถมีเวลาวิ่งทำเงินได้มากขึ้น
และที่สำคัญในโลกธุรกิจยุคนี้คือ Green Logistics การใช้รถ EV ขนส่งสินค้า ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Zero Emission) ซึ่งเป็นจุดขายที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Image) ให้ดูทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ลูกค้าระดับองค์กรใหญ่ที่เน้นนโยบาย ESG ได้เป็นอย่างดี
ความจริงหน้างาน: สิ่งที่ต้องระวังก่อนเปลี่ยนมาใช้กระบะ EV
แม้ข้อดีจะหอมหวาน แต่การนำมาใช้งาน "บรรทุกหนัก" ในเชิงพาณิชย์ ยังมีโจทย์ท้าทายที่ต้องนำมาคำนวณให้ดีครับ:
- ระยะทาง vs น้ำหนักบรรทุก (Range & Payload): สเปกโรงงานอาจบอกว่าวิ่งได้ 300-400 กิโลเมตรต่อการชาร์จ แต่ในความเป็นจริง หากคุณใส่ตู้ทึบและบรรทุกสินค้าเต็มพิกัด 1-2 ตัน น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นบวกกับแรงต้านลมของตู้ จะทำให้แบตเตอรี่ลดฮวบอย่างรวดเร็ว ระยะทางวิ่งจริงอาจหดลงเหลือเพียง 150-200 กิโลเมตรเท่านั้น
- เวลาคือเงินทอง (Charging Time): สำหรับรถขนส่ง การจอดรถชาร์จไฟ 40 นาที ถึง 1 ชั่วโมง อาจหมายถึงการส่งของช้าลง 1 คิว หากวางแผนเส้นทาง (Route Planning) ไม่ดี หรือสถานีชาร์จระหว่างทางมีคิวเต็ม จะส่งผลกระทบต่องานทันที
- ต้นทุนตัวรถ (Initial Cost): ราคารถกระบะ EV ในปัจจุบันยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกระบะดีเซล ผู้ประกอบการจึงต้องคำนวณจุดคุ้มทุน (ROI) ให้ชัดเจนว่า ค่าน้ำมันที่ประหยัดได้ จะคุ้มค่ากับส่วนต่างค่าตัวรถในระยะ 3-5 ปีหรือไม่
สรุป: คุ้มค่าจริงหรือยัง สำหรับการขนส่งในไทย?
คำตอบคือ "คุ้มค่ามาก... แต่ต้องใช้ให้ถูกงาน" ครับ หากรูปแบบการขนส่งของคุณคือ การวิ่งส่งของในเมือง (City Delivery) ระยะทางไม่ไกลมาก หรือเป็นการวิ่งแบบ Hub-to-Hub (ระหว่างคลังสินค้าที่มีจุดชาร์จไฟของตัวเองตั้งอยู่) รถกระบะ EV คืออาวุธลดต้นทุนที่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้
แต่หากเป็นการวิ่งงานข้ามภาค หรือส่งสินค้าตามต่างจังหวัดที่ต้องลุ้นกับสถานีชาร์จ รถกระบะดีเซลแบบดั้งเดิมก็ยังคงตอบโจทย์เรื่องความยืดหยุ่นและความคล่องตัวได้ดีกว่าในเวลานี้ครับ
ที่ BS Transport เราติดตามเทคโนโลยีและอัปเดตระบบการจัดการยานพาหนะ (Fleet Management) อยู่เสมอ เพื่อหาวิธีบริหารจัดการต้นทุนขนส่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าโลกแห่งการขนส่งจะเปลี่ยนไปใช้พลังงานรูปแบบไหน เป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิม คือการส่งมอบสินค้าของคุณให้ถึงที่หมายอย่าง ปลอดภัย ตรงเวลา และคุ้มค่าที่สุด ครับ!
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกของการจัดการคลังสินค้า เราอาจจะคุ้นเคยกับหลักการ 'เข้าก่อน-ออกก่อน' หรือ FIFO (First-In, First-Out) เป็นอย่างดี เพราะเป็นหลักการที่ใช้กับสินค้าส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งหลักการที่ทำงานตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ LIFO (Last-In, First-Out) หรือ "เข้าทีหลัง-ออกก่อน"
1 ส.ค. 2025
ในยุคที่การค้าขายออนไลน์เฟื่องฟูปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ที่ยืดหยุ่นและประหยัดต้นทุนมากขึ้น นั่นคือ การเช่าคลังสินค้าแบบรายเดือนหรือรายวัน
17 มิ.ย. 2025
โลจิสติกส์เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กินต้นทุนสูงที่สุดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะ ธุรกิจขนาดกลาง (SMEs ที่เติบโตแล้ว) ซึ่งต้องแข่งขันทั้งด้านราคาและความเร็วในการส่งสินค้า หากไม่บริหารจัดการให้ดี ต้นทุนโลจิสติกส์อาจกระทบโดยตรงต่อกำไรและความสามารถในการแข่งขัน
11 ก.ย. 2025
ลูกดิว เด็กฝึกงาน


BS&DC SAI5

BS Rut กองรถ