แชร์

รถ 10 ล้อ: ทำไมถึงต้องมี 10 ล้อ? สาระน่ารู้เรื่องพิกัดน้ำหนักบรรทุกตามกฎหมายไทย ที่คนส่งของต้องรู้!

noimageauthor ลูกดิว เด็กฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
492 ผู้เข้าชม
1. ทำไมถึงต้องมี 10 ล้อ? (ความลับของเพลาและการกระจายน้ำหนัก)
จำนวนล้อของรถบรรทุกไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อความเท่ แต่ถูกคำนวณมาตาม "หลักฟิสิกส์และการกระจายแรง" ครับ

โครงสร้างมาตรฐานของรถ 10 ล้อ (แบบ 3 เพลา) จะถูกแบ่งออกเป็น:
  • เพลาหน้า 1 เพลา (2 ล้อ): ใช้สำหรับบังคับเลี้ยว รับน้ำหนักส่วนหัวลากและเครื่องยนต์
  • เพลาหลัง 2 เพลา (เพลาละ 4 ล้อ แบบล้อคู่ซ้าย-ขวา): รวมเป็น 8 ล้อ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนและรับน้ำหนักบรรทุกหลัก

เหตุผลที่ต้องใช้ล้อคู่ด้านหลัง: เพราะสินค้ามีน้ำหนักมหาศาล หากใช้ล้อเดี่ยว ยางจะรับน้ำหนักไม่ไหวและระเบิดได้ง่าย การเพิ่มจำนวนล้อเป็น 10 ล้อ จะช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสถนน กระจายน้ำหนักบรรทุก (Load Distribution) ทำให้ยางแต่ละเส้นรับภาระน้อยลง และที่สำคัญคือ "ช่วยรักษาสภาพผิวถนนไม่ให้พังเร็ว" นั่นเองครับ

2. พิกัดน้ำหนักบรรทุกรถ 10 ล้อ ตามกฎหมายไทย คือเท่าไหร่?
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า ซื้อรถคันใหญ่มาแล้วจะใส่ของหนักแค่ไหนก็ได้ตราบใดที่ยัดเข้าตู้หมด... เป็นความเข้าใจที่ผิดและอันตรายมากครับ!

ตามประกาศของ กรมทางหลวง พิกัดน้ำหนักของรถบรรทุกถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันถนนชำรุดและลดอุบัติเหตุ โดยสำหรับรถ 10 ล้อ (ประเภท 3 เพลา 6 ยาง หรือ 10 ยาง) กฎหมายกำหนดไว้ว่า:
  • น้ำหนักรวมสุทธิ (Gross Vehicle Weight) ต้องไม่เกิน 25 ตัน (25,000 กิโลกรัม)

ข้อควรระวัง: คำว่า "25 ตัน" คือน้ำหนักตัวรถรวมกับน้ำหนักสินค้าแล้วนะครับ! โดยปกติ รถ 10 ล้อตู้ทึบจะมีน้ำหนักรถเปล่า (Tare Weight) อยู่ที่ประมาณ 9 - 11 ตัน ดังนั้น น้ำหนักสินค้าจริง (Payload) ที่คุณสามารถบรรทุกได้ จะอยู่ที่ประมาณ 14 - 15 ตันเท่านั้นครับ

3. ผลเสียของการ "บรรทุกน้ำหนักเกิน" (Overload)
บางครั้งผู้ประกอบการอาจอยากประหยัดค่าขนส่ง ยัดของไป 18-20 ตันในรถคันเดียว แต่หารู้ไม่ว่าหายนะกำลังรออยู่:
  1. เบรกไม่อยู่: น้ำหนักที่เกินพิกัด ทำให้ระยะเบรกยาวขึ้น เสี่ยงต่อการพุ่งชนรถคันหน้า
  2. ยางระเบิด/ช่วงล่างพัง: รถต้องรับภาระหนักเกินสเปกโรงงาน เสี่ยงต่ออุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางทาง
  3. ผิดกฎหมาย (โดนจับ/ปรับหนัก): หากเข้าด่านชั่งน้ำหนักแล้วพบว่าเกิน รถจะถูกอายัด สินค้าส่งไม่ทันกำหนด และมีโทษปรับที่รุนแรงมาก

สรุป: ส่งของหนักแค่ไหน ก็ปลอดภัยถ้าไปกับ BS Transport
ที่ BS Transport เรายึดมั่นในนโยบาย "Safety & Compliance" (ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย) อย่างเคร่งครัด เรามีระบบประเมินน้ำหนักสินค้าก่อนขึ้นรถเสมอ เพื่อให้รถทุกคันวิ่งอยู่ในพิกัด 25 ตันตามกฎหมาย

นั่นแปลว่า สินค้าของคุณจะเดินทางอย่างราบรื่น ไม่ติดด่าน ไม่เกิดอุบัติเหตุจากรถรับน้ำหนักเกิน และถึงมือผู้รับปลายทางตรงเวลาอย่างแน่นอนครับ!

บทความที่เกี่ยวข้อง
เทคนิคการสร้างทีมเวิร์คในที่ทำงาน
สวัสดีครับทุกคน! วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องใกล้ตัวที่สำคัญมากๆ ในการทำงาน นั่นก็คือ "การสร้างทีมเวิร์คในที่ทำงาน" ครับ
ร่วมมือ.jpg เหมาคัน
7 มี.ค. 2025
Logistics 5.0: เมื่อ AI และ Big Data เข้ามาปฏิวัติวงการขนส่ง นักการตลาดยุคใหม่ต้องปรับตัวอย่างไร?
เมื่อ "หลังบ้าน" กลายเป็นอาวุธลับของ "หน้าบ้าน" ในอดีต นักการตลาดมีหน้าที่แค่ "ทำให้คนอยากได้" ส่วนหน้าที่การ "ส่งของให้ถึงมือ" เป็นเรื่องของฝ่ายขนส่งที่แยกส่วนกันอย่างชัดเจน แต่ในปี 2025 เส้นแบ่งนั้นได้จางหายไปแล้วครับ เข้าสู่ยุค Logistics 5.0 ยุคที่การขนส่งไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วย AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ Big Data (ข้อมูลมหาศาล) ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังเปลี่ยนโลกของการขายของออนไลน์ไปตลอดกาล คำถามคือ... นักการตลาดยุคใหม่จะปรับตัวอย่างไร? และจะใช้ประโยชน์จากคลื่นลูกใหม่นี้เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้อย่างไร? วันนี้ BS Group มีคำตอบครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
10 ธ.ค. 2025
หมดห่วงวันหยุดยาว! ให้ AI จัดการคลังสินค้าแทนคุณในช่วงสงกรานต์
สงกรานต์กำลังจะมาถึง และแน่นอนว่าหลายธุรกิจต้องเผชิญกับ "ความท้าทายประจำปี" ไม่ว่าจะเป็นพนักงานลาหยุดจำนวนมาก การจัดการคลังสินค้าที่ไม่ต่อเนื่อง หรือยอดสั่งซื้อที่พุ่งขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วจะทำยังไงให้ธุรกิจเดินต่อได้แม้ในช่วงหยุดยาว? คำตอบคือ ให้ AI เข้ามาช่วยจัดการคลังสินค้าแทนคุณ
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
8 เม.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้