FTL vs LTL: ระหว่าง "เหมาคัน" กับ "ฝากส่ง" แบบไหนคุ้มค่ากว่ากันแน่? เจาะลึกฉบับคนทำธุรกิจ
อัพเดทล่าสุด: 7 ก.พ. 2026
9 ผู้เข้าชม

1. FTL (Full Truck Load) : บริการ "เหมาคัน" ระดับ VIP
คือการที่คุณจ้างรถบรรทุก 1 คัน เพื่อขนสินค้าของคุณ "เจ้าเดียว" เต็มคันรถ (หรือเกือบเต็ม) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ข้อดี:
2. LTL (Less than Truck Load) : บริการ "ฝากส่ง" ฉบับประหยัด
คือการแชร์พื้นที่ในรถบรรทุกร่วมกับสินค้าของลูกค้าเจ้าอื่นๆ จ่ายเงินตามน้ำหนักหรือพื้นที่ (CBM) ที่ใช้จริง
ข้อดี:
ข้อเสีย:
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: จุดตัดอยู่ตรงไหน?
เคล็ดลับในการเลือกคือการดู "ปริมาณสินค้า" และ "ความด่วน" ครับ
สรุป: เลือกให้เหมาะ กำไรเหลือเพียบ
ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดตลอดเวลาครับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละรอบบิล แต่ถ้าคุณต้องการคำปรึกษาว่าออเดอร์นี้ควรส่งแบบไหนดี? ให้ BS Transport ช่วยคำนวณให้ได้ครับ
คือการที่คุณจ้างรถบรรทุก 1 คัน เพื่อขนสินค้าของคุณ "เจ้าเดียว" เต็มคันรถ (หรือเกือบเต็ม) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ข้อดี:
- เร็วทันใจ: รถวิ่งตรงจากจุดรับไปจุดส่ง (Direct Route) ไม่ต้องแวะรับของที่อื่น ของถึงไวที่สุด
- ของไม่พัง: สินค้าถูกจัดเรียงครั้งเดียว ไม่มีการย้ายของขึ้น-ลงระหว่างทาง ลดความเสี่ยงของเสียหาย
- มีความเป็นส่วนตัว: ไม่ปะปนกับสินค้าคนอื่น เหมาะกับสินค้ามูลค่าสูง หรือสินค้าที่ต้องการความลับ
- เหมาะกับใคร?: โรงงานผลิต, สินค้าล็อตใหญ่ (เกิน 10 พาเลทขึ้นไป), สินค้าเปราะบาง, หรือสินค้าด่วนพิเศษ
2. LTL (Less than Truck Load) : บริการ "ฝากส่ง" ฉบับประหยัด
คือการแชร์พื้นที่ในรถบรรทุกร่วมกับสินค้าของลูกค้าเจ้าอื่นๆ จ่ายเงินตามน้ำหนักหรือพื้นที่ (CBM) ที่ใช้จริง
ข้อดี:
- ประหยัดงบ: เหมาะมากถ้าของมีน้อย จ่ายแค่เท่าที่ใช้ ไม่ต้องแบกรับค่าเหมารถทั้งคัน
- ยืดหยุ่น: ส่งของชิ้นเล็กๆ หรือส่งถี่ๆ ได้โดยไม่ต้องรอรวบยอดให้เต็มคัน
ข้อเสีย:
- ถึงช้ากว่า: รถต้องแวะส่งหลายที่ หรือต้องรอรวมของให้เต็มคันก่อนออกรถ
- ความเสี่ยงสูงกว่า: อาจมีการถ่ายสินค้า (Cross-docking) เปลี่ยนรถระหว่างทาง เพิ่มโอกาสที่ของจะบุบสลายหรือสูญหาย
- เหมาะกับใคร?: ร้านค้าออนไลน์, SME ที่ส่งของจำนวนน้อย (1-5 พาเลท), สินค้าทั่วไปที่ไม่รีบมาก
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: จุดตัดอยู่ตรงไหน?
เคล็ดลับในการเลือกคือการดู "ปริมาณสินค้า" และ "ความด่วน" ครับ
- ถ้าสินค้า < 50% ของพื้นที่รถ: ไป LTL (ฝากส่ง) คุ้มกว่าแน่นอน เพราะตัวหารเยอะ
- ถ้าสินค้า > 70% ของพื้นที่รถ: แนะนำให้ไป FTL (เหมาคัน) ครับ เพราะราคาเหมารวมอาจจะแพงกว่า LTL นิดหน่อย หรือเท่ากัน แต่คุณได้เรื่องความไวและความปลอดภัยที่เหนือกว่ามาก (คุ้มกว่าในระยะยาว)
- ถ้าสินค้า "เร่งด่วน" หรือ "แตกหักง่าย": ต่อให้ของน้อย ก็ควรเลือก FTL (เหมาคัน) รถเล็ก (เช่น 4 ล้อจัมโบ้) เพื่อตัดปัญหาสินค้าเสียหายล่าช้าครับ
สรุป: เลือกให้เหมาะ กำไรเหลือเพียบ
ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดตลอดเวลาครับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละรอบบิล แต่ถ้าคุณต้องการคำปรึกษาว่าออเดอร์นี้ควรส่งแบบไหนดี? ให้ BS Transport ช่วยคำนวณให้ได้ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
อนาคตโลจิสติกส์ไม่ได้วัดกันที่ใครทำงานหนักกว่า แต่ใครปรับตัวทันกว่า บทความนี้ชวนมองทักษะและทัศนคติที่จำเป็น
7 ก.พ. 2026
System Thinking คือทักษะสำคัญของคนโลจิสติกส์ บทความนี้อธิบายว่าทำไมคิดเป็นระบบ ถึงสำคัญกว่าความขยันหรือประสบการณ์
7 ก.พ. 2026
โลกที่ผันผวนทำให้โลจิสติกส์ไม่เหมือนเดิม บทความนี้อธิบายว่าทำไมการคุม “ระบบ” สำคัญกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
7 ก.พ. 2026
ลูกดิว เด็กฝึกงาน

BANKKUNG

