FTL vs LTL: ระหว่าง "เหมาคัน" กับ "ฝากส่ง" แบบไหนคุ้มค่ากว่ากันแน่? เจาะลึกฉบับคนทำธุรกิจ
อัพเดทล่าสุด: 7 ก.พ. 2026
168 ผู้เข้าชม

1. FTL (Full Truck Load) : บริการ "เหมาคัน" ระดับ VIP
คือการที่คุณจ้างรถบรรทุก 1 คัน เพื่อขนสินค้าของคุณ "เจ้าเดียว" เต็มคันรถ (หรือเกือบเต็ม) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ข้อดี:
2. LTL (Less than Truck Load) : บริการ "ฝากส่ง" ฉบับประหยัด
คือการแชร์พื้นที่ในรถบรรทุกร่วมกับสินค้าของลูกค้าเจ้าอื่นๆ จ่ายเงินตามน้ำหนักหรือพื้นที่ (CBM) ที่ใช้จริง
ข้อดี:
ข้อเสีย:
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: จุดตัดอยู่ตรงไหน?
เคล็ดลับในการเลือกคือการดู "ปริมาณสินค้า" และ "ความด่วน" ครับ
สรุป: เลือกให้เหมาะ กำไรเหลือเพียบ
ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดตลอดเวลาครับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละรอบบิล แต่ถ้าคุณต้องการคำปรึกษาว่าออเดอร์นี้ควรส่งแบบไหนดี? ให้ BS Transport ช่วยคำนวณให้ได้ครับ
คือการที่คุณจ้างรถบรรทุก 1 คัน เพื่อขนสินค้าของคุณ "เจ้าเดียว" เต็มคันรถ (หรือเกือบเต็ม) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
ข้อดี:
- เร็วทันใจ: รถวิ่งตรงจากจุดรับไปจุดส่ง (Direct Route) ไม่ต้องแวะรับของที่อื่น ของถึงไวที่สุด
- ของไม่พัง: สินค้าถูกจัดเรียงครั้งเดียว ไม่มีการย้ายของขึ้น-ลงระหว่างทาง ลดความเสี่ยงของเสียหาย
- มีความเป็นส่วนตัว: ไม่ปะปนกับสินค้าคนอื่น เหมาะกับสินค้ามูลค่าสูง หรือสินค้าที่ต้องการความลับ
- เหมาะกับใคร?: โรงงานผลิต, สินค้าล็อตใหญ่ (เกิน 10 พาเลทขึ้นไป), สินค้าเปราะบาง, หรือสินค้าด่วนพิเศษ
2. LTL (Less than Truck Load) : บริการ "ฝากส่ง" ฉบับประหยัด
คือการแชร์พื้นที่ในรถบรรทุกร่วมกับสินค้าของลูกค้าเจ้าอื่นๆ จ่ายเงินตามน้ำหนักหรือพื้นที่ (CBM) ที่ใช้จริง
ข้อดี:
- ประหยัดงบ: เหมาะมากถ้าของมีน้อย จ่ายแค่เท่าที่ใช้ ไม่ต้องแบกรับค่าเหมารถทั้งคัน
- ยืดหยุ่น: ส่งของชิ้นเล็กๆ หรือส่งถี่ๆ ได้โดยไม่ต้องรอรวบยอดให้เต็มคัน
ข้อเสีย:
- ถึงช้ากว่า: รถต้องแวะส่งหลายที่ หรือต้องรอรวมของให้เต็มคันก่อนออกรถ
- ความเสี่ยงสูงกว่า: อาจมีการถ่ายสินค้า (Cross-docking) เปลี่ยนรถระหว่างทาง เพิ่มโอกาสที่ของจะบุบสลายหรือสูญหาย
- เหมาะกับใคร?: ร้านค้าออนไลน์, SME ที่ส่งของจำนวนน้อย (1-5 พาเลท), สินค้าทั่วไปที่ไม่รีบมาก
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: จุดตัดอยู่ตรงไหน?
เคล็ดลับในการเลือกคือการดู "ปริมาณสินค้า" และ "ความด่วน" ครับ
- ถ้าสินค้า < 50% ของพื้นที่รถ: ไป LTL (ฝากส่ง) คุ้มกว่าแน่นอน เพราะตัวหารเยอะ
- ถ้าสินค้า > 70% ของพื้นที่รถ: แนะนำให้ไป FTL (เหมาคัน) ครับ เพราะราคาเหมารวมอาจจะแพงกว่า LTL นิดหน่อย หรือเท่ากัน แต่คุณได้เรื่องความไวและความปลอดภัยที่เหนือกว่ามาก (คุ้มกว่าในระยะยาว)
- ถ้าสินค้า "เร่งด่วน" หรือ "แตกหักง่าย": ต่อให้ของน้อย ก็ควรเลือก FTL (เหมาคัน) รถเล็ก (เช่น 4 ล้อจัมโบ้) เพื่อตัดปัญหาสินค้าเสียหายล่าช้าครับ
สรุป: เลือกให้เหมาะ กำไรเหลือเพียบ
ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดตลอดเวลาครับ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละรอบบิล แต่ถ้าคุณต้องการคำปรึกษาว่าออเดอร์นี้ควรส่งแบบไหนดี? ให้ BS Transport ช่วยคำนวณให้ได้ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
การขนส่งด่วนภายในวัน (Same-day Delivery) กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซทั่วโลก ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว เฟรนไชส์ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจยอดนิยมก็ต้องเผชิญกับโอกาสและความท้าทายของบริการนี้เช่นกัน บทความนี้จะพิจารณาว่าการขนส่งด่วนภายในวันเป็นโอกาสหรือภาระของเฟรนไชส์กันแน่
18 มี.ค. 2025
หลายคนขับรถขึ้นทางด่วนเป็นประจำ แต่รู้หรือไม่ว่ามี "บางประเภทของรถ" ที่ไม่สามารถขึ้นไปวิ่งบนทางด่วนได้ตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนอาจโดนปรับ แถมยังเสี่ยงอันตรายทั้งตัวเองและผู้ร่วมทาง มาดูกันว่ามีรถแบบไหนบ้างที่ห้ามขึ้นทางด่วน!
18 มี.ค. 2025
เมื่อพูดถึงคำว่า "คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint)" หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องขององค์กรระดับโลก หรือเป็นแค่นโยบาย CSR เอาไว้ทำภาพลักษณ์สวยๆ ปลายปี
12 มี.ค. 2026
ลูกดิว เด็กฝึกงาน

Contact Center

Boss Jame ฝ่ายกองรถ
