แชร์

ทักษะที่ต้องมีของ "Logistics Manager" ในปี 2026: แค่เชี่ยวชาญเส้นทางยังไม่พอ

noimageauthor ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 30 ม.ค. 2026
7 ผู้เข้าชม

ทักษะที่ต้องมีของ "Logistics Manager" ในปี 2026: แค่เชี่ยวชาญเส้นทางยังไม่พอ!

แต่ในปี 2026 ที่ AI และ Big Data เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทักษะเหล่านั้นกลายเป็นหน้าที่ของ Google Maps และระบบนำทางอัจฉริยะไปหมดแล้ว... คำถามคือ แล้วผู้จัดการฝ่ายขนส่งในยุคนี้ ต้องมี "อาวุธ" อะไรติดตัวบ้าง ถึงจะพาองค์กรให้อยู่รอดและทำกำไรได้?

วันนี้เราสรุป 5 ทักษะทองคำ (Golden Skills) ที่ Logistics Manager ยุคใหม่ต้องมี ถ้าไม่อยากถูก AI แย่งงานครับ!

1. Data Literacy: อ่าน "ข้อมูล" ให้เก่งกว่าอ่าน "แผนที่"
ในยุคนี้ ข้อมูล (Data) คือน้ำมันบ่อใหม่ ผู้จัดการขนส่งต้องไม่อาศัยแค่สัญชาตญาณ (Gut Feeling) อีกต่อไป แต่ต้องตัดสินใจด้วยข้อมูล

สิ่งที่ต้องทำได้: สามารถอ่าน Dashboard วิเคราะห์ต้นทุนต่อหน่วย (Cost per Unit), วิเคราะห์ประสิทธิภาพการส่งมอบ (On-time Performance) และนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงแผนการเดินรถเพื่อลดต้นทุนได้จริง

2. Tech Savviness: ใช้ AI เป็น "ลูกน้อง" คู่ใจ
ไม่ต้องถึงขั้นเขียนโค้ดเป็น แต่ต้อง "ใช้เทคโนโลยีเป็น" ไม่ว่าจะเป็นระบบ WMS (Warehouse Management System), TMS (Transportation Management System) หรือเครื่องมือ Route Optimization

สิ่งที่ต้องทำได้: รู้ว่าจะเลือกใช้ Software ตัวไหนมาแก้ปัญหาหน้างาน และสามารถสอนทีมงานให้ใช้งานระบบเหล่านั้นได้อย่างคล่องแคล่ว

3. Crisis Management: เก่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (และมีแผน B เสมอ)
โลกยุค 2026 เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน (VUCA World) ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรือความผันผวนของราคาน้ำมัน

สิ่งที่ต้องทำได้: มีทักษะในการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ไม่รอให้วัวหายแล้วล้อมคอก แต่มีแผนสำรอง (Contingency Plan) เตรียมไว้เสมอเมื่อซัพพลายเชนสะดุด


4. Green Logistics Mindset: ทำกำไรควบคู่กับรักษ์โลก
เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่ CSR แต่เป็น "กติกาการค้า" ผู้จัดการยุคใหม่ต้องเข้าใจเรื่อง Carbon Footprint

สิ่งที่ต้องทำได้: สามารถวางแผนการขนส่งที่ลดการปล่อยมลพิษได้ เช่น การทำ Backhaul (รถขากลับไม่วิ่งรถเปล่า) หรือการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรที่เน้นเรื่อง Sustainability

5. Soft Skills: เพราะหุ่นยนต์ยัง "เจรจา" ไม่เป็น
แม้เทคโนโลยีจะเก่งแค่ไหน แต่งานขนส่งยังต้องดีลกับ "คน" ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า, คนขับรถ หรือซัพพลายเออร์

สิ่งที่ต้องทำได้: ทักษะความเป็นผู้นำ (Leadership), การเจรจาต่อรอง (Negotiation) และความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เพื่อบริหารทีมงานให้ทำงานอย่างมีความสุขและแก้ปัญหาความขัดแย้งได้

 

บทสรุป: ผู้นำที่ปรับตัว คือผู้ชนะ
Logistics Manager ในปี 2026 ไม่ใช่แค่คนคุมรถ แต่คือ "นักวางแผนกลยุทธ์" ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องทุ่นแรง

 

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-3039620
อีเมล: info@bsgroupth.com
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210


บทความที่เกี่ยวข้อง
Marketing Automation: เปลี่ยนงานซ้ำซากให้เป็นระบบอัตโนมัติ เพื่อเอาเวลาไปคิดกลยุทธ์
คุณเคยรู้สึกเหมือนเป็น "หุ่นยนต์" ไหมครับ? ตื่นมาต้องนั่งตอบแชทคำถามเดิมๆ ส่งอีเมลต้อนรับลูกค้าทีละคน หรือต้องมานั่งโพสต์ Facebook ตามเวลาเป๊ะๆ ทุกวัน
ร่วมมือ.jpg Contact Center
30 ม.ค. 2026
Social Commerce: ทำไมการปิดการขายในแอปโซเชียลถึงง่ายกว่าการพาคนไปที่เว็บไซต์
คุณเคยประสบปัญหานี้ไหมครับ? ยิงแอดโฆษณาไปอย่างสวยงาม คนกดไลก์ กดแชร์ คอมเมนต์สนใจเพียบ แต่พอแปะลิงก์บอกให้ "คลิกเพื่อสั่งซื้อที่เว็บไซต์" ลูกค้ากลับหายเงียบเข้ากลีบเมฆ ยอด Traffic เข้าเว็บเยอะ แต่ยอด Conversion (การสั่งซื้อจริง) กลับสวนทาง
ร่วมมือ.jpg Contact Center
30 ม.ค. 2026
FCL vs LCL: ส่งแบบเหมาตู้กับแชร์ตู้ ต่างกันอย่างไรและแบบไหนประหยัดกว่า?
สำหรับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก หรือพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องขนส่งสินค้าจำนวนมาก คำถามยอดฮิตที่มักจะเกิดขึ้นเสมอเมื่อต้องติดต่อ Freight Forwarder หรือบริษัทขนส่งคือ "จะส่งแบบ FCL หรือ LCL ดี?"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
30 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ