แชร์

Up-selling & Cross-selling: ทำยังไงให้ลูกค้าซื้อเพิ่มโดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด

ร่วมมือ.jpg Contact Center
อัพเดทล่าสุด: 16 ม.ค. 2026
10 ผู้เข้าชม

Up-selling & Cross-selling: ทำยังไงให้ลูกค้าซื้อเพิ่ม โดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด
เคยไหมครับ? เดินเข้าเซเว่นฯ ตั้งใจจะซื้อแค่น้ำเปล่า แต่พนักงานถามว่า "รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมคะ?" แล้วเราก็เผลอพยักหน้าซื้อมาเฉยเลย... หรือกดสั่งซื้อไก่ทอด แต่อัปเกรดเป็นชุดใหญ่เพราะ "เพิ่มเงินอีก 20 บาทได้เฟรนช์ฟรายส์จุกๆ"

นี่คือพลังของ Up-selling และ Cross-selling ครับ กลยุทธ์พื้นฐานที่ทรงพลังที่สุดในการเพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่

แต่ปัญหาก็คือ พ่อค้าแม่ค้าหลายคนไม่กล้าทำ เพราะกลัวลูกค้าจะรำคาญ หรือรู้สึกว่าเรากำลัง "ยัดเยียด" ขายของ วันนี้ BS Group จะพามาดูเทคนิคการเชียร์ขายแบบ "Win-Win" ที่ทำให้เราได้ยอดเพิ่ม ส่วนลูกค้าก็ได้ความคุ้มค่ากลับไปครับ


1. เข้าใจความต่างก่อน (Up vs. Cross)
Up-selling (การขายอัปเกรด): คือการชวนให้ลูกค้าซื้อสินค้าตัวเดิมแต่ "เกรดดีกว่า/แพงกว่า" หรือ "ปริมาณเยอะกว่า"

ตัวอย่าง: ลูกค้าจะซื้อ iPhone 128GB -> เชียร์ให้ซื้อ 256GB เพราะเก็บรูปได้เยอะกว่า ไม่ต้องลบรูปบ่อยๆ
Cross-selling (การขายพ่วง): คือการชวนให้ลูกค้าซื้อสินค้า "ที่เกี่ยวข้องกัน" ไปใช้คู่กัน

ตัวอย่าง: ลูกค้าซื้อรองเท้าวิ่ง -> เชียร์ให้ซื้อถุงเท้าวิ่งคุณภาพดี เพื่อลดการเสียดสีและรองรับแรงกระแทก

2. Timing is Everything: จังหวะคือหัวใจ
กฎเหล็กคือ "อย่าเพิ่งขายเพิ่ม ถ้าลูกค้ายังไม่ตัดสินใจซื้อชิ้นหลัก"

ให้รอจังหวะที่ลูกค้า Say Yes กับสินค้าชิ้นหลักแล้ว (Buying Mode Activated) สมองของเขาจะเปิดรับข้อเสนออื่นๆ ได้ง่ายขึ้น
เทคนิค: พูดแทรกในจังหวะก่อนปิดบิล เช่น "ถ้าคุณพี่รับครีมกันแดดตัวนี้ไปด้วย จะได้รับสิทธิ์แลกซื้อคลีนซิ่งในราคาลด 50% เลยนะครับ คุ้มมาก!"

3. เปลี่ยน "การขาย" ให้เป็น "การช่วย" (The Helper Mindset)
อย่าคิดว่าจะเอาเงินจากกระเป๋าเขาเพิ่ม แต่ให้คิดว่า "เราจะช่วยให้เขาใช้สินค้านี้ได้ดีขึ้นได้อย่างไร?"

อย่าพูดว่า: "เอากระเป๋าใส่กล้องไปด้วยไหมครับ?" (ดูเหมือนอยากขายของ)
ให้พูดว่า: "พี่รับกล้องตัวนี้ไปแล้ว ผมแนะนำกระเป๋ากันกระแทกรุ่นนี้ด้วยครับ เพราะเลนส์รุ่นนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน ถ้ามีกระเป๋าจะช่วยถนอมเลนส์ได้นานขึ้นครับ"
เมื่อลูกค้าเห็นว่าสินค้าที่เสนอเพิ่มมานั้น "แก้ปัญหา" หรือ "ป้องกันปัญหา" ให้เขาได้ เขาจะไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด

4. กฎ 25% (The Rule of 25)
สินค้าที่จะ Cross-sell ไม่ควรมีราคาแพงเกิน 25% ของสินค้าหลัก

ถ้าลูกค้าซื้อเสื้อราคา 500 บาท สินค้าพ่วงควรราคาประมาณ 100-150 บาท เช่น ถุงเท้า หรือหมวก
ถ้าคุณไปเสนอขายกางเกงยีนส์ราคา 2,000 บาท พ่วงเข้าไป ลูกค้าจะชะงักและอาจยกเลิกออเดอร์ทั้งหมดเพราะยอดรวมสูงเกินงบในใจ
5. จัดเซตสุดคุ้ม ประหยัดค่าส่ง (Bundle & Save Shipping)
สำหรับร้านค้าออนไลน์ "ค่าส่ง" คือต้นทุนทางจิตวิทยาของลูกค้า

ลองใช้ Up-selling โดยการจัดเซต "ซื้อ 3 ชิ้น ส่งฟรี" หรือ "ซื้อครบ 999 บาท ลดค่าส่ง 50%"
วิธีนี้ลูกค้าจะรู้สึกว่า "ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งคุ้มค่าส่ง" ทำให้เขาพยายามหยิบของใส่ตะกร้าเพิ่มเองโดยที่เราไม่ต้องตื้อเลยครับ

สรุป: เชียร์ขายด้วยความจริงใจ ยังไงก็ได้ใจลูกค้า
หัวใจสำคัญของการ Up-selling และ Cross-selling คือ "Value" (คุณค่า) ที่ลูกค้าได้รับครับ ถ้าสินค้าที่เราเสนอเพิ่มไป มันช่วยให้ชีวิตเขาดีขึ้น คุ้มขึ้น สะดวกขึ้น ลูกค้าจะขอบคุณเราด้วยซ้ำที่แนะนำสิ่งดีๆ ให้
และเมื่อคุณทำยอดขายต่อบิลได้สูงขึ้น ปริมาณสินค้าที่ต้องจัดส่งก็อาจจะมากขึ้นตามไปด้วย อย่าลืมเลือก "พาร์ทเนอร์ขนส่ง" ที่ไว้ใจได้ เพื่อดูแลสินค้าทุกชิ้น ไม่ว่าจะชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่ ให้ถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัยและครบถ้วน


บทความที่เกี่ยวข้อง
ส่ง "มอเตอร์ไซค์" ไปต่างจังหวัด: เรื่องง่ายๆ ที่หลายคนกังวล! เตรียมเอกสารยังไง? แพ็คแบบไหนไม่ให้รถช้ำ?
"จะย้ายงานไปต่างจังหวัด อยากเอามอเตอร์ไซค์คู่ใจไปด้วย แต่กลัวรถพัง!" "ขายรถต่อให้คนอื่น แต่ส่งไม่เป็น กลัวโดนหลอกเรื่องเอกสาร" นี่คือปัญหาคลาสสิกของคนมีรถ 2 ล้อครับ การส่งมอเตอร์ไซค์ไปต่างจังหวัดไม่ใช่แค่การยกรถขึ้นรถบรรทุกแล้วจบ แต่มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ถ้ามองข้ามไป อาจทำให้รถสุดรักของคุณเกิด "รอยแผล" หรือมีปัญหาทางกฎหมายระหว่างขนย้ายได้ วันนี้ BS Transport จะมาเปิดคัมภีร์ส่งมอเตอร์ไซค์ฉบับมือโปร เตรียมตัวยังไง แพ็คแบบไหนให้ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน มาดูกันครับ!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
16 ม.ค. 2026
Last Mile Delivery: เจาะลึกเทคโนโลยีการส่งของ "กิโลเมตรสุดท้าย" ที่ตัดสินความพึงพอใจลูกค้า
ทำความรู้จัก Last Mile Delivery (การขนส่งกิโลเมตรสุดท้าย) ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในโลจิสติกส์ เจาะลึกเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า E-commerce สูงสุด
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
16 ม.ค. 2026
"จัด Zone ในคลังสินค้าใหม่: ของขายดีวางตรงไหน? ลดเวลาเดินหยิบของพนักงานได้ 50%"
พนักงานเดินจนขาลาก แพ็คของไม่ทันรถมารับ? ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการจัดโซนแบบ ABC Analysis! เคล็ดลับวางสินค้าขายดีให้หยิบง่าย ลดเวลาเดิน เพิ่มสปีดการทำงาน ข้อมูลจากกูรูโลจิสติกส์ BS Express
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
16 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ