คลังสินค้าล้น!: 4 เทคนิคจัดการสต็อก (Inventory Management) ให้หมุนเวียนเร็วที่สุด

คลังสินค้าล้น!: 4 เทคนิคจัดการสต็อก (Inventory Management) ให้หมุนเวียนเร็วที่สุด
คุณกำลังเจอปัญหานี้อยู่หรือเปล่า? สั่งของมาเยอะเพราะกลัวขาดตลาด แต่สุดท้ายขายไม่ออก ของกองพะเนินจนล้นโกดัง เงินทุนจมหายไปกับกองสินค้าที่วางฝุ่นจับ... หรือที่เรียกว่าภาวะ "สต็อกบวม" (Overstock)
ในโลกธุรกิจ "สินค้าคงคลัง = เงินสดที่ถูกแช่แข็ง" ยิ่งสินค้าอยู่กับเรานานเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา (Carrying Cost) ก็ยิ่งกินกำไรเราไปมากเท่านั้น แถมยังเสี่ยงที่สินค้าจะเสื่อมสภาพหรือตกเทรนด์อีกด้วย
วันนี้ BS Group จะพาคุณไปดู 4 เทคนิคการจัดการสต็อกแบบมืออาชีพ ที่จะช่วยเปลี่ยนสินค้าที่นิ่งสนิท ให้หมุนเวียนกลายเป็นเงินสดได้เร็วที่สุดครับ
1. ใช้หลักการ ABC Analysis (จัดลำดับความสำคัญ)
อย่าปฏิบัติกับสินค้าทุกตัวเหมือนกัน เพราะสินค้าแต่ละตัวทำเงินให้เราไม่เท่ากัน ลองแบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่มตามกฎ Pareto (80/20):
กลุ่ม A (สินค้าขายดี): มีจำนวนน้อย (ประมาณ 20%) แต่สร้างรายได้หลัก (80%) -> ต้องดูแลดีที่สุด ห้ามขาดสต็อกเด็ดขาด
กลุ่ม B (สินค้าปานกลาง): ขายได้เรื่อยๆ -> รักษาระดับสต็อกให้พอดี
กลุ่ม C (สินค้าขายยาก/กำไรน้อย): มีจำนวนรายการเยอะ แต่สร้างรายได้น้อย -> ต้องรีบระบายออก หรือพิจารณาเลิกขาย เพื่อคืนพื้นที่คลัง
2. ระบบ FIFO (First-In, First-Out) มาก่อนไปก่อน
กฎเหล็กที่ห้ามมองข้าม โดยเฉพาะสินค้าที่มีวันหมดอายุหรือสินค้าแฟชั่น
จัดวางสินค้าโดยให้ "ของเก่าที่สุดอยู่ด้านหน้า" เพื่อให้หยิบออกไปขายก่อน
วิธีนี้ช่วยลดปัญหา Dead Stock หรือของเน่าเสียคาโกดัง และทำให้สินค้าที่ถึงมือลูกค้าเป็นของที่มีคุณภาพเสมอ
3. กำหนด Safety Stock และ Reorder Point ให้แม่นยำ
เลิกใช้ "ความรู้สึก" ในการสั่งของ แต่ให้ใช้ "ข้อมูล"
Safety Stock (สินค้าคงคลังสำรอง): มีเผื่อไว้เท่าไหร่ถึงจะพอกันเหนียว เผื่อช่วงที่ขายดีผิดปกติ
Reorder Point (จุดสั่งซื้อซ้ำ): เมื่อสินค้าลดลงเหลือจำนวนเท่านี้ ต้องสั่งเพิ่มทันที การคำนวณสองจุดนี้ให้แม่นยำ จะช่วยให้คุณไม่ต้องสต็อกของเยอะเกินความจำเป็น (Overstock) และไม่น้อยจนของขาด (Stockout)
4. จัดโปรโมชั่น Bundling (จับคู่ระบายของ)
สำหรับสินค้ากลุ่ม C หรือสินค้าที่เริ่มจะค้างสต็อกนานเกินไป อย่าวางเฉยๆ ให้ใช้วิธี "เกาะกระแสตัวดัง"
นำสินค้าที่ขายออกช้า (Slow Moving) มาจับคู่ขายพร้อมกับสินค้าขายดี (Fast Moving) ในราคาพิเศษ
หรือทำ Mystery Box (กล่องสุ่ม) เพื่อระบายสินค้า วิธีนี้ช่วยเรียกเงินสดกลับคืนมาได้เร็วกว่ารอขายทีละชิ้น และยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ลองใช้สินค้าตัวใหม่ๆ ด้วย
สรุป: สต็อกที่ "ลื่นไหล" คือหัวใจของกำไร
การจัดการสต็อกที่ดี ไม่ใช่แค่การมีของขาย แต่คือการทำให้ของ "หมุนเวียน" เร็วที่สุด เพื่อให้กระแสเงินสดในธุรกิจของคุณคล่องตัว
และเมื่อคุณบริหารจัดการสต็อกได้ดีแล้ว ด่านต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันคือ "การกระจายสินค้า" (Distribution) หากคุณระบายของออกจากโกดังได้ไว แต่ไปติดขัดที่การขนส่ง ลูกค้าได้รับของช้า วงจรการหมุนเวียนเงินก็จะสะดุดอยู่ดี
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน


Contact Center
