EV Truck (รถบรรทุกไฟฟ้า): คุ้มค่าแก่การลงทุนแล้วหรือยังในประเทศไทย? หรือเป็นแค่ของเล่นคนรวย?

"ราคาน้ำมันดีเซลขึ้นๆ ลงๆ แต่ค่าขนส่งขึ้นตามไม่ได้" นี่คือความเจ็บปวดที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องเจอครับ ในขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวเรื่อง Green Logistics และรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) เริ่มถูกพูดถึงหนาหูขึ้นเรื่อยๆ หลายคนเริ่มลังเลว่า... "ถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง?"
ใจหนึ่งก็กลัวตกขบวน อีกใจก็กลัวเจ็บตัวเพราะราคารถ EV แพงกว่ารถน้ำมัน 2-3 เท่า! วันนี้เราจะมาผ่าต้นทุน กางตัวเลข และดูเคสจริงในไทยกันชัดๆ ว่า ณ ปี 2025-2026 นี้ EV Truck "คุ้มค่า" ที่จะลงทุนแล้วหรือยัง?
1.เจ็บแต่จบ? : เทียบต้นทุน "รถน้ำมัน" vs "รถไฟฟ้า"
ต้องยอมรับความจริงก่อนครับว่า ราคาค่าตัว (Upfront Cost) ของ EV Truck ยังคงสูงกว่ารถบรรทุกดีเซลประมาณ 2-2.5 เท่า (เช่น รถ 6 ล้อ EV อาจแตะ 2-3 ล้านบาท ในขณะที่รถดีเซลอยู่ที่ 1 ล้านต้นๆ)
แต่... จุดคุ้มทุนอยู่ที่ "ค่าดำเนินการ (Operation Cost)" ครับ
- ค่าเชื้อเพลิง: จากสถิติการใช้งานจริงในไทย รถ EV ประหยัดค่าพลังงานได้ 60-70% เมื่อเทียบกับดีเซล (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา TOU ที่ชาร์จไฟ)
- ค่าซ่อมบำรุง: รถ EV ไม่มีเครื่องยนต์, ไม่ต้องถ่ายน้ำมันเครื่อง, ไม่มีเกียร์ที่ซับซ้อน, ผ้าเบรกหมดช้าลง (เพราะใช้ Regenerative Braking) ทำให้ค่าซ่อมบำรุงต่ำกว่ารถน้ำมันถึง 40-50% ต่อปี
สรุปจุดคุ้มทุน: หากรถของคุณวิ่งงานหนัก (วิ่งเยอะ) จุดคุ้มทุนจะอยู่ที่ประมาณ 3-5 ปี หลังจากนั้นคือกำไรล้วนๆ แต่ถ้าจอดมากกว่าวิ่ง อาจใช้เวลานานถึง 7-8 ปีถึงจะคุ้มทุนครับ
2.ใครบ้างในไทยที่ "เอาจริง" แล้ว? (Real Case Studies)
ไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่ยักษ์ใหญ่ในไทยเริ่มขยับกันแล้วครับ
- ไปรษณีย์ไทย & DHL: เริ่มปรับเปลี่ยน Fleet รถขนส่งเป็น EV เพื่อเป้าหมายลดคาร์บอน โดยเน้นใช้ในเส้นทาง "Last Mile" ในเมือง
- SCG Logistics: นำร่องใช้รถบรรทุกไฟฟ้าในเหมืองปูน (EV Mining Truck) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าประหยัดต้นทุนพลังงานได้จริง และลดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ทำงาน
- CP Group (7-Eleven/Makro): เริ่มเห็นรถกระบะตู้ทึบไฟฟ้าวิ่งส่งสินค้าตามสาขาใน กทม. มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลดมลพิษในชุมชน
3.ข้อจำกัดที่ต้องรู้ "ก่อนควักเงินจ่าย"
เหรียญมีสองด้านเสมอครับ EV Truck ยังมีข้อควรระวังสำหรับประเทศไทย
- น้ำหนักแบตเตอรี่: แบตเตอรี่รถบรรทุกหนักมาก ทำให้ "น้ำหนักบรรทุกสินค้า" (Payload) หายไปส่วนหนึ่ง ถ้าคุณรับจ้างขนของเป็นตันๆ อาจต้องคำนวณดีๆ ว่าคุ้มไหม
- สถานีชาร์จ (สำหรับรถใหญ่): สถานีชาร์จทั่วไปมีเยอะ แต่สถานีที่ "ช่องจอดกว้างพอ" ให้รถบรรทุก 6 ล้อหรือ 10 ล้อเข้าไปจอดชาร์จได้ ยังมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ต้องกลับมาชาร์จที่ Depot (อู่) ของตัวเอง
- ระยะทางวิ่ง: ยังเหมาะกับเส้นทาง Fixed Route (เส้นทางประจำ) ระยะสั้น-กลาง (ไม่เกิน 200-300 กม./วัน) มากกว่าการวิ่ง Long Haul ข้ามจังหวัดไกลๆ ที่คาดเดาเวลาชาร์จยาก
4.สรุป: ซื้อตอนนี้ หรือ รอไปก่อน?
คำตอบขึ้นอยู่กับ "รูปแบบงาน" ของคุณครับ
✅ ซื้อเลย! ถ้า...
- วิ่งงานในเมือง หรือวิ่งระหว่างโรงงาน (Point-to-Point) ระยะทางแน่นอน
- มีพื้นที่ติดตั้งตู้ชาร์จของตัวเองที่โกดัง
- ลูกค้าของคุณเป็นบริษัทใหญ่ (MNCs) ที่ต้องการ Report เรื่อง Carbon Footprint (คุณจะได้แต้มต่อในการประมูลงานทันที)
❌ รออีกนิด ถ้า...
- วิ่งงานร่อนเร่ทั่วประเทศ ค่ำไหนนอนนั่น (สถานีชาร์จยังไม่เอื้อ)
- เน้นบรรทุกหนักเกินพิกัด (แบตเตอรี่จะหมดไวมาก และน้ำหนักรถจะเกินกฎหมายกำหนด)
- กระแสเงินสดหมุนเวียนยังไม่คล่อง (เพราะต้องลงทุนก้อนใหญ่ตอนแรก)
รถบรรทุกไฟฟ้า 2568
EV Truck ในไทยวันนี้ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มัน "คุ้มค่า" แล้วสำหรับธุรกิจที่มีการบริหารจัดการเส้นทางที่ดี การเปลี่ยนมาใช้ EV ไม่ใช่แค่เรื่องประหยัดน้ำมัน แต่คือการซื้อ "ภาพลักษณ์" และ "โอกาส" ในการเข้าถึงลูกค้าองค์กรชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
ถ้าคุณไม่อยากตกขบวนรถไฟขบวนนี้ อาจจะเริ่มจากการ "ทดลองเช่า" หรือซื้อมาลองวิ่งสัก 1-2 คันในเส้นทางสั้นๆ ก่อน เพื่อเรียนรู้ระบบ แล้วค่อยขยายผลในอนาคตก็ยังไม่สายครับ
Contact Center


