แชร์

"ประกันภัยสินค้า (Carrier Liability) vs ประกันขนส่ง (Marine Insurance) ต่างกันยังไง? อันไหนคุ้มครองอะไรบ้าง"

noimageauthor ผึ้ง เด็กฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 26 ธ.ค. 2025
268 ผู้เข้าชม

ประกันภัยสินค้า vs ประกันขนส่ง ต่างกันยังไง? อันไหนคุ้มครองอะไรบ้าง

"ส่งของไปกับขนส่ง ถ้าของแตกหรือหาย ขนส่งก็ต้องรับผิดชอบจ่ายคืนตามราคาสินค้าสิ... จริงไหม?"
คำตอบคือ "ไม่จริงเสมอไปครับ!" นี่คือความเข้าใจผิดอันดับ 1 ที่ทำให้ผู้ประกอบการและลูกค้ามีปัญหากับบริษัทขนส่งบ่อยที่สุด เพราะในความเป็นจริง ความคุ้มครองมี 2 ระดับ คือ Carrier Liability (พื้นฐาน) และ Marine Insurance (ซื้อเพิ่ม)

วันนี้ BS Express จะมากางตารางให้ดูชัดๆ ว่า 2 อย่างนี้ต่างกันยังไง และสินค้าของคุณควรใช้แบบไหนถึงจะคุ้มที่สุด?


1. Carrier Liability (ความรับผิดของผู้ขนส่ง)
นี่คือ "สิทธิ์ขั้นพื้นฐาน" ที่ติดมากับค่าขนส่งปกติ (โดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม)
คืออะไร: เป็นความรับผิดชอบตามกฎหมายของบริษัทขนส่ง หากทำสินค้าเสียหายหรือสูญหายจากความประมาทของผู้ขนส่งเอง
วงเงินคุ้มครอง: "จำกัด" (Limited Liability) ส่วนใหญ่มักจะมีเพดานกำหนดไว้ เช่น ไม่เกิน 500 - 1,000 บาท ต่อบิลขนส่ง หรือคิดตามกิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทและกฎหมายกำหนด)
ข้อจำกัด: หากคุณส่งของมูลค่า 50,000 บาท แล้วของหาย แต่คุณใช้สิทธิ์แค่ Carrier Liability คุณอาจได้รับเงินชดเชยคืนเพียงแค่หลักร้อยหรือหลักพันเท่านั้น (ตามเงื่อนไขท้ายบิล) ไม่ได้คืนเต็มจำนวน 50,000 บาท1


2. Marine Insurance (ประกันภัยขนส่งสินค้า)
อย่าเพิ่งตกใจคำว่า "Marine" (ทะเล) นะครับ ในทางประกันภัยมันรวมถึงการขนส่งทางบก (Inland Transit) ด้วย
คืออะไร: คือ "ประกันภัยที่คุณซื้อเพิ่ม" จากบริษัทประกัน (คล้ายประกันรถยนต์ชั้น 1)
วงเงินคุ้มครอง: "เต็มมูลค่าสินค้า" (All Risks) หรือตามวงเงินที่คุณระบุและจ่ายเบี้ยประกันไว้
ความคุ้มครอง: ครอบคลุมกว้างกว่ามาก ไม่ใช่แค่รถคว่ำ แต่รวมถึงภัยธรรมชาติ ไฟไหม้ โจรกรรม หรืออุบัติเหตุสุดวิสัยที่ผู้ขนส่งควบคุมไม่ได้
ข้อดี: หากสินค้ามูลค่า 1 ล้านบาทเสียหาย คุณก็มีสิทธิ์เคลมได้สูงสุด 1 ล้านบาท (ตามทุนประกัน)

คำแนะนำจาก BS Express: บริหารความเสี่ยงยังไงให้คุ้ม?
1. ประเมินมูลค่าของ: ถ้าของในกล่องราคาหลักร้อย ใช้แค่ความรับผิดชอบปกติของขนส่งก็เพียงพอแล้ว
2. ถ้าของแพง ต้องซื้อเพิ่ม!: หากคุณส่งอะไหล่รถยนต์ เครื่องจักร หรือสินค้าที่มีมูลค่าหลักหมื่นหลักแสน การประหยัดค่าประกันเพียงไม่กี่ร้อยบาท แลกกับความเสี่ยงสูญเงินทั้งก้อน ถือว่า "ไม่คุ้มอย่างยิ่ง" ครับ
3. แพ็คให้ดีที่สุด: ไม่ว่าจะมีประกันหรือไม่ "การแพ็คกิ้งที่ดี" คือด่านแรกที่จะปกป้องสินค้าของคุณ เพราะบริษัทประกันอาจปฏิเสธการจ่าย หากพิสูจน์ได้ว่าสินค้าเสียหายจากการแพ็คที่ไม่ได้มาตรฐาน (Packing Insufficiency)
ที่ BS Express เราดูแลสินค้าของคุณเหมือนของคนในครอบครัว แม้เราจะมีมาตรฐานการดูแลสินค้าที่รัดกุม แต่สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสูง เรายินดีให้คำปรึกษาเรื่องการทำประกันภัยเพิ่มเติม เพื่อความสบายใจสูงสุดของลูกค้าครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เทคนิค Cross-sell / Upsell ให้ยอดเพิ่มแบบเนียน ๆ
เทคนิคที่นักขายมืออาชีพใช้กันทั่วโลก คือ Cross-sell และ Upsell ซึ่งถ้าทำถูกวิธี จะช่วยเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อบิลได้อย่างแนบเนียนและยั่งยืน
ร่วมมือ.jpg Contact Center
27 พ.ย. 2025
Blog: COD (เก็บเงินปลายทาง) คือดาบสองคม? เคล็ดลับจัดการยอด COD ยังไงไม่ให้เงินจมและของไม่ตีกลับ
รักพี่เสียดายน้อง... อยากได้ยอดขายแต่กลัว "ของตีกลับ" "รับของหน้าร้านไหมคะ หรือเก็บเงินปลายทางดี?" เชื่อว่ากว่า 70-80% ของลูกค้าคนไทยจะตอบว่า "เก็บเงินปลายทาง (COD)" เพราะความอุ่นใจที่ได้เห็นของก่อนจ่ายเงิน สำหรับคนขาย นี่คือโอกาสทองในการปิดการขายที่ง่ายที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือ "ดาบสองคม" ที่น่ากลัวที่สุด เพราะถ้าบริหารจัดการไม่ดี คุณอาจเจอฝันร้าย 3 เด้ง: 1. เสียค่าส่งฟรี 2. ของค้างอยู่ที่ขนส่งเอามาขายต่อไม่ได้ และ 3. เงินจมเพราะยอดโอนมาช้า วันนี้ BS Group จะพามาดูวิธีลับคมดาบเล่มนี้ ให้กลายเป็นอาวุธทำเงิน โดยที่ของไม่ตีกลับและกระแสเงินสดไม่สะดุดครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
8 ธ.ค. 2025
โลจิสติกส์ที่ดี ช่วยสร้างความประทับใจและเพิ่มยอดขายให้ SME ได้อย่างไร?
รู้หรือไม่? ระบบโลจิสติกส์และการขนส่งที่ดี คืออาวุธลับที่ช่วย SME เพิ่มยอดขายและสร้างการซื้อซ้ำได้! เจาะลึก 5 เหตุผลที่บอกว่าทำไมพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ใช่ ถึงเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำ
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
12 มี.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้