แชร์

Click & Collect ลูกค้าเลือกไปรับเอง ทำไมเทรนด์นี้กำลังมาแรง

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 9 ก.ย. 2025
683 ผู้เข้าชม

ในยุคที่การสั่งของออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ ธุรกิจจำนวนมากต่างแข่งขันกันว่าจะทำอย่างไรให้การส่งของถึงมือลูกค้าได้เร็วที่สุด บางเจ้าทำ Same-Day Delivery บางเจ้าทำ Next-Day Delivery แต่ท่ามกลางการแข่งขัน ความเร็ว นี้ กลับมีอีกหนึ่งเทรนด์ที่เงียบๆ แต่โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มกลายเป็นความต้องการจริงของผู้บริโภคยุคใหม่ นั่นคือ Click & Collect หรือการสั่งของออนไลน์แล้วลูกค้าเลือกไปรับเองที่จุดรับสินค้า

หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อบริการส่งถึงบ้านสะดวกกว่า ทำไมลูกค้าบางกลุ่มถึงเลือก ไปรับเอง? ลองมาดูคำตอบกันครับ


Click & Collect คืออะไร?

Click & Collect คือบริการที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือโซเชียลมีเดีย แล้วเลือกไปรับสินค้าที่สาขา ร้านค้า หรือจุดบริการที่กำหนดไว้

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน เช่น

Tesco, Walmart, หรือ 7-Eleven ที่ต่างประเทศ ที่เปิดให้ลูกค้าสั่งออนไลน์แล้วมารับที่สาขา
ในไทยเองก็เริ่มเห็นมากขึ้น เช่น Lotuss, Big C, Tops Online ที่ลูกค้าสั่งผ่านแอปแล้วไปรับตามเวลาที่เลือก

ทำไมลูกค้าถึงชอบ Click & Collect?

1. ควบคุมเวลาได้เอง
ลูกค้าบางกลุ่มไม่สะดวกที่จะรอพัสดุอยู่บ้านตลอดทั้งวัน การมีตัวเลือกไปรับเองทำให้สามารถจัดการเวลาได้ เช่น หลังเลิกงานค่อยแวะไปรับ หรือรับระหว่างทางกลับบ้าน

2. ประหยัดค่าส่ง
บางครั้งค่าส่งอาจสูงเกินไปสำหรับสินค้าราคาไม่แพง การเลือกไปรับเองที่จุดบริการใกล้บ้านเป็นทางออกที่คุ้มค่า

3. มั่นใจว่าสินค้ามาถึงแน่นอน
หลายคนเคยเจอประสบการณ์ พนักงานไปส่ง แต่ไม่เจอคนรับ หรือสินค้าส่งผิดที่ Click & Collect จึงลดปัญหานี้ เพราะลูกค้าจะเป็นคนไปรับด้วยตัวเอง

4. ได้ประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบผสม
สำหรับร้านค้าที่มีหน้าร้าน ลูกค้าที่มา รับสินค้า อาจเดินดูของเพิ่มเติมและซื้อเพิ่มได้ด้วย เป็นโอกาสสร้างยอดขายเสริมให้กับธุรกิจ


เทรนด์ที่โตขึ้นเรื่อยๆ

จากข้อมูลในยุโรปและสหรัฐฯ พบว่า กว่า 40% ของลูกค้าออนไลน์เลือกใช้ Click & Collect อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มเมืองใหญ่ที่ผู้คนไม่ค่อยอยู่บ้าน และมีจุดบริการกระจายอยู่ทั่วไป
ในไทยเอง เทรนด์นี้เริ่มโตจากความเคยชินช่วงโควิด-19 หลายคนสั่งของออนไลน์แล้วขับรถแวะรับที่หน้าร้านโดยไม่ต้องลงไปเลือกเอง ตอนนี้พฤติกรรมนี้ยังคงอยู่และกลายเป็นตัวเลือกถาวร


ธุรกิจได้ประโยชน์อย่างไร?

ลดต้นทุนการจัดส่ง ไม่ต้องส่งถึงบ้านทุกราย ลดค่าใช้จ่ายด้าน Last Mile Delivery
ดึงลูกค้าเข้ามาที่หน้าร้าน โอกาสในการขายเพิ่มขึ้นเมื่อมีคนมาเดินในร้าน
เพิ่มความยืดหยุ่น ลูกค้าบางกลุ่มต้องการความเร็วในการรับสินค้า แต่บางกลุ่มแค่ต้องการความแน่นอน Click & Collect จึงตอบโจทย์ทั้งสองฝั่ง
สร้างภาพลักษณ์ทันสมัย ธุรกิจที่มีหลายทางเลือกในการรับสินค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าบริการครบวงจรและยืดหยุ่น

️ ความท้าทายที่ต้องจัดการ

แม้ Click & Collect จะน่าสนใจ แต่ธุรกิจที่อยากทำต้องคิดถึงปัญหาเหล่านี้ด้วย

ระบบซิงก์สต็อก: ต้องมั่นใจว่าสินค้ามีจริง ไม่อย่างนั้นลูกค้าไปรับแล้วผิดหวัง
การจัดคิวรับสินค้า: ต้องมีระบบแจ้งเตือนว่า พร้อมรับเมื่อไหร่ เพื่อลดความสับสน
พื้นที่จัดเก็บสินค้าในร้าน: สาขาต้องมีมุมสำหรับเก็บสินค้าที่ลูกค้าสั่งไว้ ไม่ให้ปะปนกับสต็อกหน้าร้าน

ตัวอย่างการใช้งานจริง

Lotuss Pick Up: ลูกค้าสั่งของผ่านแอปแล้วเลือกเวลามารับที่สาขา โดยมีพนักงานเตรียมของไว้ให้
7-Eleven All Online: สั่งของผ่านแอปแล้วรับได้ที่สาขาใกล้บ้านโดยไม่เสียค่าส่ง
ร้านเล็กๆ: แม้แต่ร้านค้าออนไลน์บน Facebook ก็สามารถทำ Click & Collect ได้ เช่น ให้ลูกค้ามารับที่หน้าร้านหรือจุดรับตามนัด


สรุป

Click & Collect ไม่ได้มาแทนที่การส่งถึงบ้าน แต่เป็น อีกหนึ่งทางเลือก ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ต้องการ ความสะดวก + ความมั่นใจ + ประหยัดค่าใช้จ่าย ในขณะเดียวกัน ธุรกิจก็ได้ประโยชน์จากการลดต้นทุนและสร้างยอดขายเพิ่ม

ในอนาคต เทรนด์นี้จะยิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในเมืองที่ผู้คนมีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และไม่สะดวกที่จะรออยู่บ้าน การมีบริการ Click & Collect จะช่วยให้ธุรกิจคุณ ครอบคลุมลูกค้าหลากหลายกลุ่ม และสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยกว่าคู่แข่งแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง
Work Instruction คืออะไร และทำไมจึงสำคัญในองค์กร
Work Instruction คืออะไร และทำไมจึงสำคัญในองค์กร
Screenshot_2025_09_02_160144_1.png พี่ปี
3 พ.ค. 2025
เทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างบ้านพิมพ์ 3 มิติ
เทคโนโลยีบ้านพิมพ์ 3 มิติ เป็นนวัตกรรมที่กำลังปฏิวัติวงการก่อสร้าง ด้วยการนำเอาหลักการของการพิมพ์ 3 มิติมาประยุกต์ใช้ในการสร้างบ้าน
29 ต.ค. 2024
เมื่อ "ลูกค้าบ่น" คือของขวัญ... เปิดเบื้องหลังกระบวนการดูแลลูกค้า (Complaint Handling) ที่ไม่ได้จบแค่ "คำขอโทษ"
ในโลกของการขนส่งที่มีปัจจัยร้อยแปด ทั้งรถติด ฝนตก หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ต่อให้เตรียมตัวดีแค่ไหน บางครั้งความผิดพลาด (Error) ก็อาจเกิดขึ้นได้ครับ แต่สิ่งที่แบ่งแยก "ขนส่งมือสมัครเล่น" ออกจาก "ขนส่งมืออาชีพ" ไม่ใช่การบอกว่า "เราไม่เคยพลาด" แต่คือ "ปฏิกิริยาเมื่อเกิดปัญหา" ต่างหาก ที่ BS Transport เรายึดถือคติว่า "เสียงตำหนิของลูกค้า คือกระจกเงาที่ชัดเจนที่สุด" วันนี้เราจะพามาเปิดเบื้องหลังกระบวนการจัดการข้อร้องเรียน (Customer Complaint Handling) ว่าเมื่อคุณโทรเข้ามาแจ้งปัญหา เรามีขั้นตอนทำงานอย่างไรให้คุณสบายใจได้เร็วที่สุดครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
9 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้