มิจฉาชีพ COD รูปแบบใหม่ 2025: พัสดุเก็บเงินปลายทางที่ "เราไม่ได้สั่ง" ส่งมาที่บ้านคนแก่ ต้องรับมือยังไง?
อัพเดทล่าสุด: 18 ธ.ค. 2025
126 ผู้เข้าชม

1. รู้ทันกลโกง: ทำไมต้องปี 2025? และทำไมต้องเป็นคนแก่?
มิจฉาชีพยุคนี้ทำงานเป็นขบวนการและใช้ Psychological Tech (จิตวิทยาคนโกง):
2. กฎหมายใหม่ช่วยได้! "มาตรการส่งดี (Dee-Delivery)"
ข่าวดีสำหรับผู้บริโภค! ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา สคบ. ได้ออกกฎหมายใหม่เพื่อจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเกราะป้องกันชั้นเยี่ยม:
3. Checklist: 3 ข้อที่ต้องสอน "พ่อแม่-ปู่ย่า" ที่อยู่บ้าน
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ลูกหลานควรเตี๊ยมกับที่บ้านดังนี้:
บทสรุป: ความปลอดภัย เริ่มต้นที่การสื่อสาร
เทคโนโลยีขนส่งอาจจะก้าวไปไกลถึงขั้นใช้ AI หรือหุ่นยนต์ แต่ "ความปลอดภัย" ที่ดีที่สุด คือความใส่ใจในครอบครัวครับ หมั่นพูดคุยและอัปเดตข่าวสารให้ผู้สูงอายุที่บ้านทราบเสมอ
และที่สำคัญ การเลือกใช้บริการขนส่งที่มีมาตรฐาน ตรวจสอบตัวตนผู้ส่งได้จริง อย่าง BS Group ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยคัดกรองความปลอดภัย เพราะเรามีระบบยืนยันตัวตนผู้ส่งต้นทางที่ชัดเจน มั่นใจได้ว่าทุกกล่องที่ผ่านมือเรา คือความปรารถนาดี ไม่ใช่พัสดุผีแน่นอนครับ
มิจฉาชีพยุคนี้ทำงานเป็นขบวนการและใช้ Psychological Tech (จิตวิทยาคนโกง):
- ข้อมูลรั่วไหล: มิจฉาชีพซื้อรายชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทร มาจากตลาดมืด ทำให้เขารู้ชื่อจริง นามสกุลจริง ของคนในบ้านเป๊ะๆ สร้างความน่าเชื่อถือ
- ยอดเงินน้อยแต่เน้นปริมาณ: ยอดเรียกเก็บมักจะไม่สูงมาก (100 - 300 บาท) ซึ่งเป็นยอดที่คนแก่ยอมจ่ายได้ง่ายๆ โดยไม่คิดมาก และขี้เกียจไปแจ้งความเพราะไม่คุ้มค่ารถ
- เล่นกับความห่วงใย: ผู้สูงอายุมักกลัวว่า "ถ้าตีกลับ หลานจะโดนแบล็กลิสต์ไหม?" หรือ "เดี๋ยวหลานไม่มีของใช้" เลยยอมจ่ายไปก่อน
2. กฎหมายใหม่ช่วยได้! "มาตรการส่งดี (Dee-Delivery)"
ข่าวดีสำหรับผู้บริโภค! ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา สคบ. ได้ออกกฎหมายใหม่เพื่อจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเกราะป้องกันชั้นเยี่ยม:
- เปิดก่อนจ่ายได้: กฎหมายระบุว่า ผู้รับสามารถ "ขอเปิดดูสินค้าก่อนชำระเงิน" ได้แล้ว (จากเดิมที่ต้องจ่ายก่อนถึงแกะได้)
- Hold เงินไว้ 5 วัน: หากจ่ายเงินไปแล้ว แต่พบว่าของไม่ตรงปก หรือไม่ได้สั่ง บริษัทขนส่งจะต้อง "อายัดเงิน" ก้อนนั้นไว้ 5 วัน ก่อนโอนให้ผู้ส่ง เพื่อให้เรามีเวลาทำเรื่องขอเงินคืน นี่คือจุดตายของมิจฉาชีพ!
3. Checklist: 3 ข้อที่ต้องสอน "พ่อแม่-ปู่ย่า" ที่อยู่บ้าน
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ลูกหลานควรเตี๊ยมกับที่บ้านดังนี้:
- "ถ้าไม่ได้บอกล่วงหน้า ห้ามรับเด็ดขาด": สร้างกฎเหล็กในบ้านว่า ถ้าลูกหลานจะสั่งของเก็บเงินปลายทาง จะโทรมาบอกก่อนทุกครั้ง ถ้าไม่มีใครโทรมาบอก = โจร
- "เช็กชื่อผู้ส่งก่อนเสมอ": มิจฉาชีพมักใช้ชื่อร้านแปลกๆ หรือไม่มีชื่อผู้ส่งที่ชัดเจน ให้สอนท่านว่าถ้าชื่อผู้ส่งดูไม่น่าไว้ใจ ให้ปฏิเสธการรับทันที
- "ถ่ายวิดีโอตอนรับ": หากไม่แน่ใจ ให้พนักงานขนส่งเป็นพยาน และถ่ายคลิปขณะเปิดกล่อง (ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายใหม่) ถ้าของข้างในไม่ใช่ ให้คืนของทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงิน
บทสรุป: ความปลอดภัย เริ่มต้นที่การสื่อสาร
เทคโนโลยีขนส่งอาจจะก้าวไปไกลถึงขั้นใช้ AI หรือหุ่นยนต์ แต่ "ความปลอดภัย" ที่ดีที่สุด คือความใส่ใจในครอบครัวครับ หมั่นพูดคุยและอัปเดตข่าวสารให้ผู้สูงอายุที่บ้านทราบเสมอ
และที่สำคัญ การเลือกใช้บริการขนส่งที่มีมาตรฐาน ตรวจสอบตัวตนผู้ส่งได้จริง อย่าง BS Group ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยคัดกรองความปลอดภัย เพราะเรามีระบบยืนยันตัวตนผู้ส่งต้นทางที่ชัดเจน มั่นใจได้ว่าทุกกล่องที่ผ่านมือเรา คือความปรารถนาดี ไม่ใช่พัสดุผีแน่นอนครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ระบบโลจิสติกส์ที่ดี ไม่ได้มีไว้เร่งคน แต่มีไว้ลดความเหนื่อยและความผิดพลาด บทความนี้อธิบายบทบาทที่แท้จริงของระบบ
16 ก.พ. 2026
งานเร่ง งานด่วน ในโลจิสติกส์อาจดูจำเป็น แต่แท้จริงแล้วกำลังบ่อนทำลายคุณภาพ ระบบ และคนทำงานอย่างเงียบๆ
16 ก.พ. 2026
เจาะลึกสาเหตุที่คนโลจิสติกส์ Burnout ง่าย ทั้งแรงกดดัน เวลา และความคาดหวัง พร้อมมุมมองที่หลายองค์กรไม่เคยคิดถึง
16 ก.พ. 2026
ลูกดิว เด็กฝึกงาน

BANKKUNG

