การวางระบบเส้นทางการหยิบ Picking Route ให้มีประสิทธิภาพ
อัพเดทล่าสุด: 16 ธ.ค. 2025
374 ผู้เข้าชม

ในงานคลังสินค้า "การหยิบสินค้า (Picking)" เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด และเป็นจุดที่เกิดต้นทุนแฝงสูง หากพนักงานต้องเดินอ้อม เดินซ้ำ หรือหาของไม่เจอ นั่นหมายถึงเวลาและเงินที่สูญเสียไปโดยไม่จำเป็น
การวาง Picking Route ที่ดีจึงช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของคลังสินค้า
Picking Route คืออะไร?
Picking Route คือ เส้นทางการเดินหยิบสินค้าที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า เพื่อให้พนักงานหยิบของได้ครบตามออเดอร์ โดยใช้ระยะทางและเวลาน้อยที่สุด
เป้าหมายหลักคือ
1. จัดผังคลังให้รองรับเส้นทางเดียว (One-way Route)
ออกแบบเส้นทางให้พนักงานเดินเป็นทิศทางเดียว ไม่สวนกัน และไม่ต้องย้อนกลับ
เหมาะกับคลังที่มีชั้นวางหลายแถว จะช่วยลดความสับสนและการชนกันของพนักงาน
2. วางสินค้าขายดีให้อยู่ใกล้จุดเริ่มต้น
ใช้แนวคิด ABC Analysis
3. เลือกวิธี Picking Route ให้เหมาะกับคลัง
รูปแบบเส้นทางที่นิยม เช่น
ควรกำหนดจุด Start และ End ของการหยิบให้แน่นอน เช่น
เริ่มจาก Receiving จบที่ Packing
ช่วยให้ทุกคนใช้เส้นทางเดียวกัน ลดความสับสน
5. ใช้ระบบ WMS หรือเทคโนโลยีช่วยคำนวณเส้นทาง
ระบบ WMS สามารถ
สัญญาณเตือนว่า Picking Route ยังไม่มีประสิทธิภาพ
สรุป
การวางระบบ Picking Route ที่ดี ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเสมอไป
เพียงเริ่มจากการจัดผังคลัง วิเคราะห์พฤติกรรมการหยิบ และเลือกเส้นทางที่เหมาะสม
ก็สามารถช่วยให้คลังสินค้าทำงานเร็วขึ้น ประหยัดต้นทุน และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การวาง Picking Route ที่ดีจึงช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของคลังสินค้า
Picking Route คืออะไร?
Picking Route คือ เส้นทางการเดินหยิบสินค้าที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า เพื่อให้พนักงานหยิบของได้ครบตามออเดอร์ โดยใช้ระยะทางและเวลาน้อยที่สุด
เป้าหมายหลักคือ
- เดินให้น้อยที่สุด
- หยิบของได้เร็ว
- ลดการย้อนกลับซ้ำทางเดิม
- ️ ลดระยะทางการเดินของพนักงาน
- ️ เพิ่มความเร็วในการจัดออเดอร์
- ลดการหยิบผิด หยิบซ้ำ
- รองรับปริมาณออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นได้ดีขึ้น
- ลดต้นทุนแรงงานในระยะยาว
1. จัดผังคลังให้รองรับเส้นทางเดียว (One-way Route)
ออกแบบเส้นทางให้พนักงานเดินเป็นทิศทางเดียว ไม่สวนกัน และไม่ต้องย้อนกลับ
เหมาะกับคลังที่มีชั้นวางหลายแถว จะช่วยลดความสับสนและการชนกันของพนักงาน
2. วางสินค้าขายดีให้อยู่ใกล้จุดเริ่มต้น
ใช้แนวคิด ABC Analysis
- A = สินค้าหยิบบ่อย วางใกล้จุด Packing
- B = หยิบบ่อยปานกลาง
- C = หยิบน้อย วางไกลออกไป
3. เลือกวิธี Picking Route ให้เหมาะกับคลัง
รูปแบบเส้นทางที่นิยม เช่น
- S-Shape Route: เดินครบทุกแถว เหมาะกับออเดอร์ใหญ่
- Return Route: เข้าแถวแล้วกลับทางเดิม เหมาะกับคลังขนาดเล็ก
- Zone Picking: แบ่งพื้นที่เป็นโซน พนักงานรับผิดชอบเฉพาะจุด
- Batch Picking: หยิบหลายออเดอร์พร้อมกัน ลดการเดินซ้ำ
ควรกำหนดจุด Start และ End ของการหยิบให้แน่นอน เช่น
เริ่มจาก Receiving จบที่ Packing
ช่วยให้ทุกคนใช้เส้นทางเดียวกัน ลดความสับสน
5. ใช้ระบบ WMS หรือเทคโนโลยีช่วยคำนวณเส้นทาง
ระบบ WMS สามารถ
- จัดลำดับการหยิบอัตโนมัติ
- คำนวณเส้นทางที่สั้นที่สุด
- แสดงตำแหน่งสินค้าแบบ Real-time
สัญญาณเตือนว่า Picking Route ยังไม่มีประสิทธิภาพ
- พนักงานเดินเยอะ แต่หยิบของได้น้อย
- ใช้เวลาหยิบออเดอร์นานกว่าที่ควร
- หยิบผิดตำแหน่งบ่อย
- พนักงานใหม่เรียนรู้งานยาก
สรุป
การวางระบบ Picking Route ที่ดี ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเสมอไป
เพียงเริ่มจากการจัดผังคลัง วิเคราะห์พฤติกรรมการหยิบ และเลือกเส้นทางที่เหมาะสม
ก็สามารถช่วยให้คลังสินค้าทำงานเร็วขึ้น ประหยัดต้นทุน และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน การบริหารจัดการการขนส่งสินค้ามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อความสำเร็จของธุรกิจ
10 ม.ค. 2025
กลยุทธ์สร้างคอนเทนต์โลจิสติกส์ให้อ่านง่าย เห็นภาพจริง เพิ่มความน่าเชื่อถือ และทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้เร็วขึ้น เหมาะสำหรับบริษัทขนส่งและผู้ทำการตลาดสายโลจิสติกส์
9 ธ.ค. 2025
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ คือข้อเสนอที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า คุ้มเกินราคา จนไม่อยากปล่อยให้หลุดมือ เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ยอดขายพุ่ง แม้คุณจะไม่ลดราคาแรงแบบคู่แข่งก็ตาม
22 พ.ย. 2025
BS&DC SAI5

Contact Center

BANKKUNG
