การวางระบบเส้นทางการหยิบ Picking Route ให้มีประสิทธิภาพ
อัพเดทล่าสุด: 16 ธ.ค. 2025
165 ผู้เข้าชม

ในงานคลังสินค้า "การหยิบสินค้า (Picking)" เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุด และเป็นจุดที่เกิดต้นทุนแฝงสูง หากพนักงานต้องเดินอ้อม เดินซ้ำ หรือหาของไม่เจอ นั่นหมายถึงเวลาและเงินที่สูญเสียไปโดยไม่จำเป็น
การวาง Picking Route ที่ดีจึงช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของคลังสินค้า
Picking Route คืออะไร?
Picking Route คือ เส้นทางการเดินหยิบสินค้าที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า เพื่อให้พนักงานหยิบของได้ครบตามออเดอร์ โดยใช้ระยะทางและเวลาน้อยที่สุด
เป้าหมายหลักคือ
1. จัดผังคลังให้รองรับเส้นทางเดียว (One-way Route)
ออกแบบเส้นทางให้พนักงานเดินเป็นทิศทางเดียว ไม่สวนกัน และไม่ต้องย้อนกลับ
เหมาะกับคลังที่มีชั้นวางหลายแถว จะช่วยลดความสับสนและการชนกันของพนักงาน
2. วางสินค้าขายดีให้อยู่ใกล้จุดเริ่มต้น
ใช้แนวคิด ABC Analysis
3. เลือกวิธี Picking Route ให้เหมาะกับคลัง
รูปแบบเส้นทางที่นิยม เช่น
ควรกำหนดจุด Start และ End ของการหยิบให้แน่นอน เช่น
เริ่มจาก Receiving จบที่ Packing
ช่วยให้ทุกคนใช้เส้นทางเดียวกัน ลดความสับสน
5. ใช้ระบบ WMS หรือเทคโนโลยีช่วยคำนวณเส้นทาง
ระบบ WMS สามารถ
สัญญาณเตือนว่า Picking Route ยังไม่มีประสิทธิภาพ
สรุป
การวางระบบ Picking Route ที่ดี ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเสมอไป
เพียงเริ่มจากการจัดผังคลัง วิเคราะห์พฤติกรรมการหยิบ และเลือกเส้นทางที่เหมาะสม
ก็สามารถช่วยให้คลังสินค้าทำงานเร็วขึ้น ประหยัดต้นทุน และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การวาง Picking Route ที่ดีจึงช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของคลังสินค้า
Picking Route คืออะไร?
Picking Route คือ เส้นทางการเดินหยิบสินค้าที่ถูกออกแบบไว้ล่วงหน้า เพื่อให้พนักงานหยิบของได้ครบตามออเดอร์ โดยใช้ระยะทางและเวลาน้อยที่สุด
เป้าหมายหลักคือ
- เดินให้น้อยที่สุด
- หยิบของได้เร็ว
- ลดการย้อนกลับซ้ำทางเดิม
- ️ ลดระยะทางการเดินของพนักงาน
- ️ เพิ่มความเร็วในการจัดออเดอร์
- ลดการหยิบผิด หยิบซ้ำ
- รองรับปริมาณออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นได้ดีขึ้น
- ลดต้นทุนแรงงานในระยะยาว
1. จัดผังคลังให้รองรับเส้นทางเดียว (One-way Route)
ออกแบบเส้นทางให้พนักงานเดินเป็นทิศทางเดียว ไม่สวนกัน และไม่ต้องย้อนกลับ
เหมาะกับคลังที่มีชั้นวางหลายแถว จะช่วยลดความสับสนและการชนกันของพนักงาน
2. วางสินค้าขายดีให้อยู่ใกล้จุดเริ่มต้น
ใช้แนวคิด ABC Analysis
- A = สินค้าหยิบบ่อย วางใกล้จุด Packing
- B = หยิบบ่อยปานกลาง
- C = หยิบน้อย วางไกลออกไป
3. เลือกวิธี Picking Route ให้เหมาะกับคลัง
รูปแบบเส้นทางที่นิยม เช่น
- S-Shape Route: เดินครบทุกแถว เหมาะกับออเดอร์ใหญ่
- Return Route: เข้าแถวแล้วกลับทางเดิม เหมาะกับคลังขนาดเล็ก
- Zone Picking: แบ่งพื้นที่เป็นโซน พนักงานรับผิดชอบเฉพาะจุด
- Batch Picking: หยิบหลายออเดอร์พร้อมกัน ลดการเดินซ้ำ
ควรกำหนดจุด Start และ End ของการหยิบให้แน่นอน เช่น
เริ่มจาก Receiving จบที่ Packing
ช่วยให้ทุกคนใช้เส้นทางเดียวกัน ลดความสับสน
5. ใช้ระบบ WMS หรือเทคโนโลยีช่วยคำนวณเส้นทาง
ระบบ WMS สามารถ
- จัดลำดับการหยิบอัตโนมัติ
- คำนวณเส้นทางที่สั้นที่สุด
- แสดงตำแหน่งสินค้าแบบ Real-time
สัญญาณเตือนว่า Picking Route ยังไม่มีประสิทธิภาพ
- พนักงานเดินเยอะ แต่หยิบของได้น้อย
- ใช้เวลาหยิบออเดอร์นานกว่าที่ควร
- หยิบผิดตำแหน่งบ่อย
- พนักงานใหม่เรียนรู้งานยาก
สรุป
การวางระบบ Picking Route ที่ดี ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเสมอไป
เพียงเริ่มจากการจัดผังคลัง วิเคราะห์พฤติกรรมการหยิบ และเลือกเส้นทางที่เหมาะสม
ก็สามารถช่วยให้คลังสินค้าทำงานเร็วขึ้น ประหยัดต้นทุน และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
สินค้าดี แพ็คสวย แต่โดนรีวิว 1 ดาวเพราะพนักงานส่งของพูดจาแย่! รู้หรือไม่ว่า "มารยาทคนส่งของ" คือจุดชี้ชะตาภาพลักษณ์แบรนด์คุณ มาดูเหตุผลว่าทำไมการเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่ใส่ใจบริการอย่าง BS Express ถึงช่วยเพิ่มยอดซื้อซ้ำได้
21 ก.พ. 2026
เมื่อพูดถึงการขนส่งสินค้า ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือรถบรรทุกคันใหญ่ รถติดยาวเหยียด และควันดำที่พ่นสู่ชั้นบรรยากาศ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่น PM 2.5 ออกมามากที่สุด
21 ก.พ. 2026
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
20 ก.พ. 2026
BS&DC SAI5


