แชร์

วิธีวิเคราะห์ต้นทุนต่อออเดอร์ (Cost per Shipment)

ร่วมมือ.jpg เหมาคัน
อัพเดทล่าสุด: 4 ธ.ค. 2025
136 ผู้เข้าชม

Cost per Shipment (CPS) คือ KPI ที่สำคัญที่สุดของธุรกิจขนส่ง เพราะสะท้อนว่าบริษัทใช้ทรัพยากรทุกด้านคุ้มค่าหรือไม่ แต่หลายองค์กรคำนวณ CPS แบบ ไม่ครอบคลุม ทำให้ราคาขาย บริการ และการบริหารต้นทุนผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว

ก่อนอื่นต้องรู้ว่า CPS ไม่ใช่แค่ค่าเชื้อเพลิง ค่าพนักงาน หรือค่ารถ แต่รวมต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นตั้งแต่รับงานจนส่งสำเร็จ เช่น ค่า Sorting, ค่า Last-mile, ค่า Failed Delivery, ต้นทุนระบบ IT, ค่าเช่าคลัง, ค่าฟลีทว่าง ค่าบริหารลูกค้า การออกบิล และต้นทุนด้านข้อมูล การมองไม่ครบทุกด้านทำให้ต้นทุนที่คำนวณต่ำกว่าความเป็นจริงเสมอ

ขั้นตอนการวิเคราะห์ต้นทุนต่อออเดอร์ที่ถูกต้องมีดังนี้


1.แยกต้นทุนเป็น 3 กลุ่ม: Direct cost, Indirect cost, และ Overhead
2.จัดกลุ่มต้นทุนตามขั้นตอนปฏิบัติการ เช่น First-mile, Hub, Line-haul, Last-mile
3.กระจายต้นทุนตามตัวแปรที่สัมพันธ์ เช่น น้ำหนัก ระยะทาง จำนวนเที่ยว หรือ Productivity
4.คำนวณต้นทุนเฉลี่ยต่อออเดอร์ของแต่ละเฟส แล้วรวมกัน

ตัวอย่างง่าย ๆ หากต้นทุน 1 เดือนมีค่าใช้จ่ายรวม 10 ล้านบาท และมีออเดอร์ 200,000 ชิ้น อาจคิดว่าต้นทุนคือ 50 บาท/ชิ้น แต่เมื่อแยกจริงอาจพบว่า
ลูกค้าบางประเภทมีต้นทุน 65-80 บาท
งานเร่งด่วนมีต้นทุนสูงกว่างานปกติ 20-30%
พื้นที่ที่มีปริมาณงานน้อยทำให้ต้นทุนต่อชิ้นสูงมาก

นั่นหมายความว่า ราคาเดียวครอบทั้งประเทศ ทำให้บางพื้นที่ขาดทุนทันทีโดยไม่รู้ตัว

อีกปัญหาคือ CPS มักสูงเพราะ เวลาเสียเปล่า เช่น รถรอคิวโหลดเกิน 30 นาที, คิวเที่ยวขนส่งไม่ถูกจัดเต็ม, หรือการวิ่งรถไปส่งปลายทางที่มีออเดอร์น้อย การจัดการ Capacity Planning ที่พลาดเพียงเล็กน้อย สามารถเพิ่มต้นทุนได้เป็นเท่าตัว

จุดที่องค์กรส่วนใหญ่มองข้ามคือ ต้นทุนข้อมูลและระบบ เช่น ค่า IT, ค่า Integration, ค่าเซิร์ฟเวอร์ สิ่งเหล่านี้แม้ไม่ได้จับต้องได้ทันที แต่เป็นต้นทุนระยะยาวที่ต้องรวมเข้าไปในราคา ไม่เช่นนั้นกำไรจะถูกกินไปเรื่อย ๆ

การลดต้นทุนอย่างยั่งยืนควรมองสามด้าน

1.Operational Efficiency ออกแบบเส้นทางใหม่ ลดคิวรอ ลดระยะทางเปล่า
2.Data-driven Optimization ใช้ Machine Learning ช่วยคาดการณ์ปริมาณงานแบบรายวัน
3.Customer Management ปรับสัญญาลูกค้าให้เหมาะกับต้นทุนจริง เช่น การย้าย cutoff time หรือการทำโหลดแบบรวมศูนย์

บริษัทขนส่งที่วิเคราะห์ CPS อย่างถูกต้องมักตัดสินใจได้แม่นขึ้น เช่น เลือกเปิดหรือปิดฮับใหม่ วางราคาลูกค้าเจ้าใหญ่ได้แม่นยำ และมองเห็นจุดที่ทำให้กำไรหายแบบรายวัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่แข่งขันได้ในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
โลจิสติกส์กับการลดมลพิษ: เปลี่ยนควันดำเป็น "กำไร" ด้วยระบบขนส่งรักษ์โลก (Green Logistics)
เมื่อพูดถึงการขนส่งสินค้า ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือรถบรรทุกคันใหญ่ รถติดยาวเหยียด และควันดำที่พ่นสู่ชั้นบรรยากาศ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่น PM 2.5 ออกมามากที่สุด
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
21 ก.พ. 2026
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก x ระบบขนส่ง: คู่หูทางรอดธุรกิจยุคใหม่ ที่ได้ทั้ง "ใจลูกค้า" และ "ลดต้นทุน"
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)"
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ