Barcode vs QR Code — เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคลังสินค้า
อัพเดทล่าสุด: 2 ธ.ค. 2025
117 ผู้เข้าชม

Barcode vs QR Code - เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคลังสินค้า
ในการบริหารคลังสินค้า ความเร็วและความแม่นยำคือหัวใจสำคัญของการทำงาน การเลือกใช้ "Barcode" หรือ "QR Code" จึงมีผลโดยตรงต่อการรับ - จ่ายสินค้า การนับสต๊อก รวมถึงการติดตามสินค้าแต่ละชิ้น มาดูกันแบบง่ายๆ ว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร และคลังสินค้าควรเลือกใช้อะไร
Barcode คืออะไร?
Barcode (1 มิติ) คือเส้นคาดขาวดำที่ใช้เก็บข้อมูลตัวเลขหรือรหัสสินค้า ปัจจุบันใช้แพร่หลายในสินค้าอุปโภค - บริโภคและงานคลังทั่วโลก
ข้อดี
QR Code (2 มิติ) เป็นลายจุดสี่เหลี่ยมที่เก็บข้อมูลได้มากกว่า barcode หลายเท่า เช่น รหัสสินค้า วันผลิต รุ่นสินค้า ล็อต หรือแม้กระทั่ง URL
ข้อดี
เลือกตามลักษณะงาน:
เลือก Barcode เมื่อ
สรุป
ถ้าคลังสินค้าของคุณเน้น "เร็ว ประหยัด และข้อมูลไม่มาก" - Barcode คือคำตอบ
แต่ถ้าคุณต้องการ "ข้อมูลละเอียด ติดตามสินค้าได้แบบลงลึก" - QR Code เหมาะกว่า
การเลือกให้ถูกตั้งแต่ต้น ช่วยลดงานซ้ำ ลดข้อผิดพลาด และทำให้ระบบคลังทำงานได้ลื่นขึ้นมาก
ในการบริหารคลังสินค้า ความเร็วและความแม่นยำคือหัวใจสำคัญของการทำงาน การเลือกใช้ "Barcode" หรือ "QR Code" จึงมีผลโดยตรงต่อการรับ - จ่ายสินค้า การนับสต๊อก รวมถึงการติดตามสินค้าแต่ละชิ้น มาดูกันแบบง่ายๆ ว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร และคลังสินค้าควรเลือกใช้อะไร
Barcode คืออะไร?
Barcode (1 มิติ) คือเส้นคาดขาวดำที่ใช้เก็บข้อมูลตัวเลขหรือรหัสสินค้า ปัจจุบันใช้แพร่หลายในสินค้าอุปโภค - บริโภคและงานคลังทั่วโลก
ข้อดี
- อ่านเร็ว แม้ใช้เครื่องสแกนราคาถูก
- ประหยัดต้นทุนการพิมพ์
- เหมาะกับงานที่ต้องสแกนจำนวนมากและซ้ำๆ
- เก็บข้อมูลได้น้อย
- ต้องมีพื้นที่พิมพ์ยาว
- ถ้าเสียหายหรือขูดขีดมาก อาจสแกนไม่ติด
QR Code (2 มิติ) เป็นลายจุดสี่เหลี่ยมที่เก็บข้อมูลได้มากกว่า barcode หลายเท่า เช่น รหัสสินค้า วันผลิต รุ่นสินค้า ล็อต หรือแม้กระทั่ง URL
ข้อดี
- เก็บข้อมูลได้เยอะมาก
- สแกนได้จากมุมที่หลากหลาย แม้สติ๊กเกอร์เล็ก
- ทนทานต่อความเสียหายบางส่วน
- เครื่องสแกนต้องรองรับ 2D (ราคาสูงกว่า)
- อาจเกินจำเป็นถ้าใช้เก็บข้อมูลแค่รหัสสินค้า
เลือกตามลักษณะงาน:
เลือก Barcode เมื่อ
- คลังมีสินค้า LOT เดียว/ข้อมูลไม่เยอะ
- ต้องการความเร็วในการสแกนสูง
- ต้องการประหยัดต้นทุนเครื่องสแกนและการพิมพ์
- ต้องเก็บข้อมูลรายละเอียดมาก เช่น Serial, วันหมดอายุ, รุ่น, LOT
- มีการติดตามสินค้าเฉพาะชิ้น (Traceability)
- ต้องการลดปัญหาสแกนไม่ติดจากรอยขูด
สรุป
ถ้าคลังสินค้าของคุณเน้น "เร็ว ประหยัด และข้อมูลไม่มาก" - Barcode คือคำตอบ
แต่ถ้าคุณต้องการ "ข้อมูลละเอียด ติดตามสินค้าได้แบบลงลึก" - QR Code เหมาะกว่า
การเลือกให้ถูกตั้งแต่ต้น ช่วยลดงานซ้ำ ลดข้อผิดพลาด และทำให้ระบบคลังทำงานได้ลื่นขึ้นมาก
บทความที่เกี่ยวข้อง
"ส่งของบ่อย แต่กำไรหดหาย เพราะหมดไปกับค่าขนส่ง" นี่คือปัญหาคลาสสิกของ SME ที่เพิ่งเริ่มขยายธุรกิจครับ เวลาลูกค้าสั่งของมาทีละนิดทีละหน่อย เราก็รีบส่งให้ทันใจ จ้างรถวิ่งออกไปทั้งที่ของยังไม่เต็มคัน หารเฉลี่ยต้นทุนต่อชิ้นออกมาแล้วแทบจะเป็นลม!
วันนี้ BS Transport จะพาคุณมารู้จักกับกลยุทธ์ "Consolidation" หรือ "การรวมเที่ยวส่งของ" เทคนิคที่บริษัทยักษ์ใหญ่ใช้ลดต้นทุนกันมหาศาล และ SME อย่างเราก็ทำได้ง่ายๆ เพื่อให้การเหมารถหนึ่งคัน คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว!
24 ม.ค. 2026
ยอดขายปังแต่พังเพราะส่งช้า! เตรียมร้านให้พร้อมรับมือเทศกาล 9.9 และ 11.11 ด้วยเทคนิคจัดการสต็อก วางแผนทีมแพ็ค และจองรถขนส่งล่วงหน้ากับ BS Express ปิดจบทุกปัญหาออเดอร์ล้น
24 ม.ค. 2026
คุณเคยนั่งจ้องหน้าจอมืดๆ แล้วถามตัวเองไหมครับว่า "เดือนหน้าจะโพสต์อะไรดี?" หรือ "จะจัดโปรโมชั่นอะไรให้ลูกค้าตื่นเต้น?"
24 ม.ค. 2026
BS&DC SAI5



Contact Center