โลจิสติกส์กับสิ่งแวดล้อม เทรนด์ Green Supply Chain ที่ทั่วโลกกำลังจริงจัง
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2025
229 ผู้เข้าชม

ในอดีต โลจิสติกส์ถูกมองว่าเป็นแค่ การขนของ จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่ปัจจุบัน โลกไม่ได้มองเพียงแค่ ความเร็ว หรือ ต้นทุน อีกต่อไป สิ่งที่ทุกองค์กรเริ่มหันมาใส่ใจมากขึ้นคือ ความยั่งยืน
นี่คือจุดเริ่มต้นของแนวคิด Green Supply Chain (โซ่อุปทานสีเขียว) ระบบโลจิสติกส์ที่ไม่เพียงแต่ขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
️ 1. จากการผลิตถึงการขนส่ง ทุกขั้นตอนต้อง เขียว
องค์กรระดับโลกอย่าง Amazon, IKEA, และ DHL ลงทุนในเทคโนโลยีลดคาร์บอน เช่น
การใช้ รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Trucks)
วางแผนเส้นทางอัจฉริยะ (Smart Routing) เพื่อประหยัดน้ำมันและลดการปล่อย CO
ใช้ บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ หรือบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลซ้ำ
แม้แต่ในประเทศไทย หลายบริษัทขนส่งก็เริ่มใช้ระบบ Carbon Footprint Tracking เพื่อตรวจสอบว่าแต่ละพัสดุปล่อยคาร์บอนไปเท่าไหร่
2. Green Warehouse คลังสินค้าก็ต้องเป็นมิตรต่อโลก
คลังสินค้าสมัยใหม่เริ่มใช้เทคโนโลยี โซลาร์เซลล์, ระบบระบายอากาศธรรมชาติ, และ แสงสว่างอัตโนมัติ เพื่อประหยัดพลังงาน
บางแห่งใช้ หุ่นยนต์จัดเรียงสินค้า (Robotic Picking) ที่ถูกออกแบบให้ใช้พลังงานน้อยที่สุด
คลังสินค้าของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น SCG Logistics หรือ JD Central เริ่มปรับตัวตามแนวทาง Smart & Green Warehouse อย่างจริงจัง
3. การขนส่งขากลับ (Reverse Logistics) ก็สำคัญ
การรีไซเคิลไม่ได้จบแค่ เก็บขยะ แต่รวมถึงการจัดการสินค้าที่ถูกคืนจากลูกค้า หรือสินค้าที่หมดอายุแล้วด้วย
Green Supply Chain จะมีระบบขนส่งแบบ วงจรปิด (Closed-loop logistics) ที่สามารถ
รับคืนสินค้า
แยกชิ้นส่วน
นำวัสดุกลับมาใช้ใหม่
สิ่งนี้ช่วยลดทั้ง ของเสีย และ ต้นทุนวัตถุดิบใหม่ ได้พร้อมกัน
4. ทำไม Green Logistics ถึงกลายเป็น กลยุทธ์ธุรกิจ
เพราะตอนนี้ ลูกค้า เองก็เริ่มเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
แบรนด์ที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้จริง มักได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ หรือได้สิทธิพิเศษด้านภาษี
นั่นหมายความว่า ยิ่งเขียว ยิ่งได้เปรียบ
สรุป:
โลจิสติกส์สีเขียวไม่ใช่เทรนด์ชั่วคราว แต่คือ อนาคตของธุรกิจขนส่งและการค้าทั่วโลก
องค์กรที่เริ่มต้นวันนี้ จะเป็นผู้นำในวันหน้า เพราะโลกใบนี้ รอไม่ได้อีกต่อไป
นี่คือจุดเริ่มต้นของแนวคิด Green Supply Chain (โซ่อุปทานสีเขียว) ระบบโลจิสติกส์ที่ไม่เพียงแต่ขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
️ 1. จากการผลิตถึงการขนส่ง ทุกขั้นตอนต้อง เขียว
องค์กรระดับโลกอย่าง Amazon, IKEA, และ DHL ลงทุนในเทคโนโลยีลดคาร์บอน เช่น
การใช้ รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Trucks)
วางแผนเส้นทางอัจฉริยะ (Smart Routing) เพื่อประหยัดน้ำมันและลดการปล่อย CO
ใช้ บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ หรือบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลซ้ำ
แม้แต่ในประเทศไทย หลายบริษัทขนส่งก็เริ่มใช้ระบบ Carbon Footprint Tracking เพื่อตรวจสอบว่าแต่ละพัสดุปล่อยคาร์บอนไปเท่าไหร่
2. Green Warehouse คลังสินค้าก็ต้องเป็นมิตรต่อโลก
คลังสินค้าสมัยใหม่เริ่มใช้เทคโนโลยี โซลาร์เซลล์, ระบบระบายอากาศธรรมชาติ, และ แสงสว่างอัตโนมัติ เพื่อประหยัดพลังงาน
บางแห่งใช้ หุ่นยนต์จัดเรียงสินค้า (Robotic Picking) ที่ถูกออกแบบให้ใช้พลังงานน้อยที่สุด
คลังสินค้าของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น SCG Logistics หรือ JD Central เริ่มปรับตัวตามแนวทาง Smart & Green Warehouse อย่างจริงจัง
3. การขนส่งขากลับ (Reverse Logistics) ก็สำคัญ
การรีไซเคิลไม่ได้จบแค่ เก็บขยะ แต่รวมถึงการจัดการสินค้าที่ถูกคืนจากลูกค้า หรือสินค้าที่หมดอายุแล้วด้วย
Green Supply Chain จะมีระบบขนส่งแบบ วงจรปิด (Closed-loop logistics) ที่สามารถ
รับคืนสินค้า
แยกชิ้นส่วน
นำวัสดุกลับมาใช้ใหม่
สิ่งนี้ช่วยลดทั้ง ของเสีย และ ต้นทุนวัตถุดิบใหม่ ได้พร้อมกัน
4. ทำไม Green Logistics ถึงกลายเป็น กลยุทธ์ธุรกิจ
เพราะตอนนี้ ลูกค้า เองก็เริ่มเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
แบรนด์ที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้จริง มักได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ หรือได้สิทธิพิเศษด้านภาษี
นั่นหมายความว่า ยิ่งเขียว ยิ่งได้เปรียบ
สรุป:
โลจิสติกส์สีเขียวไม่ใช่เทรนด์ชั่วคราว แต่คือ อนาคตของธุรกิจขนส่งและการค้าทั่วโลก
องค์กรที่เริ่มต้นวันนี้ จะเป็นผู้นำในวันหน้า เพราะโลกใบนี้ รอไม่ได้อีกต่อไป
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
20 ก.พ. 2026
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
19 ก.พ. 2026
เหมาคัน


