แชร์

AI ใกล้ตัวกว่าที่คิด" เจาะลึก 5 ตัวอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ ที่คุณใช้งานทุกวันโดยไม่รู้ตัว

OIG3__1_.jpg Boss Jame ฝ่ายกองรถ
อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ย. 2025
201 ผู้เข้าชม


1. การเลือกคอนเทนต์ที่ "โดนใจ": เบื้องหลัง Feed โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
ทุกครั้งที่คุณเปิดแอปพลิเคชันอย่าง Facebook, TikTok, หรือ Netflix สิ่งที่คุณเห็นไม่ใช่การสุ่ม แต่เป็นผลงานของ AI Algorithm ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อคาดเดาว่าคุณจะสนใจอะไรมากที่สุด

ทำงานอย่างไร: AI จะวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลจากพฤติกรรมในอดีตของคุณ (เช่น สิ่งที่คุณกดไลก์, แชร์, ดูจนจบ) รวมถึงพฤติกรรมของผู้ใช้คนอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคุณ เพื่อจัดเรียงลำดับคอนเทนต์หรือแนะนำภาพยนตร์/เพลงชุดถัดไป

ประโยชน์: ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาค้นหา และทำให้คุณใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มนานขึ้น เพราะทุกอย่างที่แสดงขึ้นมา "ถูกจริต" กับคุณ

2. ผู้ช่วยส่วนตัวในสมาร์ทโฟน: การสั่งงานด้วยเสียง (Voice Assistants)
ไม่ว่าจะเป็น Siri, Google Assistant หรือ Alexa พวกเขาเหล่านี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ AI ที่เข้าใจและประมวลผลภาษาธรรมชาติของมนุษย์ (Natural Language Processing - NLP)

ทำงานอย่างไร: เมื่อคุณออกคำสั่งด้วยเสียง AI จะทำการแปลงคลื่นเสียงเป็นข้อความ (Speech-to-Text), วิเคราะห์เจตนาของคุณ, และตอบสนองด้วยการค้นหาข้อมูล, ตั้งนาฬิกาปลุก หรือควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮม

ประโยชน์: มอบความสะดวกสบายแบบแฮนด์ฟรี ทำให้การทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) เป็นเรื่องง่าย

3. การตรวจจับสแปมและความปลอดภัยของอีเมล
ทุกวันมีอีเมลขยะ (Spam) นับล้านฉบับถูกส่งเข้ามา แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ผ่านเข้ามาถึงกล่องข้อความหลักของคุณ นั่นเป็นเพราะมี AI Machine Learning คอยทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าประตู

ทำงานอย่างไร: AI ถูกฝึกฝนให้เรียนรู้รูปแบบของอีเมลสแปมและอีเมลหลอกลวง (Phishing) เช่น การใช้คำบางคำ, รูปแบบหัวเรื่อง, หรือแหล่งที่มาของอีเมล และจะแยกอีเมลเหล่านั้นไปไว้ในกล่องขยะโดยอัตโนมัติ

ประโยชน์: ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณ และช่วยให้กล่องข้อความของคุณสะอาดและมีประสิทธิภาพ

4. ระบบนำทางและแผนที่อัจฉริยะ
เมื่อคุณเปิด Google Maps หรือแอปนำทางอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด ข้อมูลที่คุณได้รับก็มาจากการคำนวณของ AI เช่นกัน

ทำงานอย่างไร: AI จะรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จากผู้ใช้หลายล้านคน, เหตุการณ์บนท้องถนน, และข้อมูลประวัติการจราจร เพื่อคาดการณ์ความเร็วในแต่ละเส้นทาง และแนะนำเส้นทางที่รวดเร็วที่สุด หรือแม้แต่ประเมินเวลาถึงที่หมาย (ETA) ได้อย่างแม่นยำ

ประโยชน์: ช่วยลดเวลาการเดินทางและประหยัดเชื้อเพลิง ทำให้ชีวิตประจำวันของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. ระบบการจดจำใบหน้าและการแท็กรูปภาพ
เมื่อคุณอัปโหลดรูปภาพลงในคลาวด์หรือโซเชียลมีเดีย แล้วระบบแนะนำให้แท็กเพื่อนของคุณ หรือรวมรูปภาพที่มีใบหน้าคนเดียวกันไว้ด้วยกัน นั่นคือความสามารถของ AI ด้าน Computer Vision

ทำงานอย่างไร: AI จะวิเคราะห์พิกเซลของรูปภาพเพื่อระบุและจดจำรูปแบบใบหน้า (Facial Recognition) และสามารถแยกแยะความแตกต่างของแต่ละบุคคลได้ แม้จะมีมุมกล้องหรือแสงที่แตกต่างกัน

ประโยชน์: ช่วยในการจัดการรูปภาพ, การค้นหารูปภาพที่เฉพาะเจาะจง, และเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ บนแพลตฟอร์มต่างๆ

สรุปส่งท้าย
ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงความหวังในอนาคต แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่กำลังทำงานเคียงข้างเราอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต มันช่วยให้เราประหยัดเวลา, ได้รับข้อมูลที่ดีขึ้น, และยกระดับคุณภาพชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น การตระหนักถึงการมีอยู่ของ AI ใกล้ตัวจะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างชาญฉลาดและเต็มที่ยิ่งขึ้นในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง
เจาะตลาดภูธรต้องรู้! ทำไมระบบ COD และการ "โทรหาก่อนส่ง" คือหัวใจสำคัญของการมัดใจลูกค้าต่างจังหวัด?
ตลาดภูธร...ขุมทรัพย์ที่ "ความไว้ใจ" สำคัญกว่า "ราคา" พ่อค้าแม่ค้าหลายคนอาจชินกับพฤติกรรมลูกค้าในกรุงเทพฯ ที่ชอบโอนไว ชอบให้วางของไว้ที่ล็อบบี้คอนโดโดยไม่ต้องเจอหน้า แต่ถ้าคุณกำลังขยายตลาดสู่ "ลูกค้าภูธร" หรือลูกค้าในต่างจังหวัด คุณต้องลืมตำราเดิมๆ ทิ้งไปก่อนครับ ในพื้นที่ต่างจังหวัด วิถีชีวิตและวิธีคิดในการช้อปปิ้งนั้นแตกต่างออกไป สำหรับพวกเขา การสั่งของออนไลน์ชิ้นใหญ่ๆ (เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือการเกษตร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า) ไม่ใช่แค่การกดสั่งแล้วจบ แต่คือเรื่องของ "ความเชื่อมั่น" ทำไมลูกค้ากลุ่มนี้ถึงรักระบบ เก็บเงินปลายทาง (COD) และทำไมพวกเขาถึงประทับใจมากเมื่อขนส่ง "โทรหาก่อนส่ง"? วันนี้ BS Express จะพามาไขคำตอบ เพื่อให้คุณกวาดออเดอร์ทั่วไทยได้แบบไม่มีสะดุดครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
6 ม.ค. 2026
รับของเองที่ศูนย์ (Hub-to-Hub) vs ส่งถึงหน้าบ้าน (Door-to-Door): แบบไหนประหยัดกว่า และเหมาะกับใคร?
สงสัยไหม? ค่าส่งแบบ "รับเอง" กับ "ส่งถึงที่" ต่างกันแค่ไหน? เจาะลึกความคุ้มค่าระหว่าง Hub-to-Hub และ Door-to-Door พร้อมเทคนิคเลือกวิธีขนส่งให้ประหยัดต้นทุนธุรกิจคุณที่สุด จาก BS Express
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
18 ธ.ค. 2025
Blog: Unboxing เฟอร์นิเจอร์ชิ้นละแสน: สร้าง Experience การส่งมอบอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่รถจอดหน้าบ้าน
เมื่อ "การส่งของ" คือฉากจบที่ลูกค้าจดจำ (The Moment of Truth) ลองจินตนาการดูนะครับ... ลูกค้าตัดสินใจซื้อโซฟาหนังแท้นำเข้าราคา 100,000 บาท เขาคาดหวังความหรูหรา ความประณีต และบริการระดับเฟิร์สคลาส แต่เมื่อวันส่งของมาถึง กลับเจอรถกระบะสภาพเก่าเขรอะ คนขับแต่งตัวไม่เรียบร้อย ลากโซฟาลงมาวางกองหน้าบ้านแล้วขับออกไป... คุณคิดว่าความประทับใจในแบรนด์นั้นจะเหลือเท่าไหร่? คำตอบคือ "ติดลบ" ทันทีครับ ในยุค Experience Economy การขายของไม่ได้จบที่หน้าเว็บไซต์ แต่จบที่ "ห้องนั่งเล่นของลูกค้า" การขนส่งสินค้าชิ้นใหญ่ (Bulky Delivery) จึงไม่ใช่แค่การย้ายของจากจุด A ไปจุด B อีกต่อไป แต่มันคือ "พิธีกรรมการส่งมอบ (Delivery Ritual)" ที่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่ากับเงินแสนที่จ่ายไป วันนี้ BS Group จะพาไปดูวิธีเปลี่ยนการส่งของธรรมดา ให้กลายเป็น Experience สุดประทับใจครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
15 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ