AI ใกล้ตัวกว่าที่คิด" เจาะลึก 5 ตัวอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ ที่คุณใช้งานทุกวันโดยไม่รู้ตัว
อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ย. 2025
204 ผู้เข้าชม

1. การเลือกคอนเทนต์ที่ "โดนใจ": เบื้องหลัง Feed โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
ทุกครั้งที่คุณเปิดแอปพลิเคชันอย่าง Facebook, TikTok, หรือ Netflix สิ่งที่คุณเห็นไม่ใช่การสุ่ม แต่เป็นผลงานของ AI Algorithm ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อคาดเดาว่าคุณจะสนใจอะไรมากที่สุด
ทำงานอย่างไร: AI จะวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลจากพฤติกรรมในอดีตของคุณ (เช่น สิ่งที่คุณกดไลก์, แชร์, ดูจนจบ) รวมถึงพฤติกรรมของผู้ใช้คนอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคุณ เพื่อจัดเรียงลำดับคอนเทนต์หรือแนะนำภาพยนตร์/เพลงชุดถัดไป
ประโยชน์: ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาค้นหา และทำให้คุณใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มนานขึ้น เพราะทุกอย่างที่แสดงขึ้นมา "ถูกจริต" กับคุณ
2. ผู้ช่วยส่วนตัวในสมาร์ทโฟน: การสั่งงานด้วยเสียง (Voice Assistants)
ไม่ว่าจะเป็น Siri, Google Assistant หรือ Alexa พวกเขาเหล่านี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ AI ที่เข้าใจและประมวลผลภาษาธรรมชาติของมนุษย์ (Natural Language Processing - NLP)
ทำงานอย่างไร: เมื่อคุณออกคำสั่งด้วยเสียง AI จะทำการแปลงคลื่นเสียงเป็นข้อความ (Speech-to-Text), วิเคราะห์เจตนาของคุณ, และตอบสนองด้วยการค้นหาข้อมูล, ตั้งนาฬิกาปลุก หรือควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮม
ประโยชน์: มอบความสะดวกสบายแบบแฮนด์ฟรี ทำให้การทำกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) เป็นเรื่องง่าย
3. การตรวจจับสแปมและความปลอดภัยของอีเมล
ทุกวันมีอีเมลขยะ (Spam) นับล้านฉบับถูกส่งเข้ามา แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ผ่านเข้ามาถึงกล่องข้อความหลักของคุณ นั่นเป็นเพราะมี AI Machine Learning คอยทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าประตู
ทำงานอย่างไร: AI ถูกฝึกฝนให้เรียนรู้รูปแบบของอีเมลสแปมและอีเมลหลอกลวง (Phishing) เช่น การใช้คำบางคำ, รูปแบบหัวเรื่อง, หรือแหล่งที่มาของอีเมล และจะแยกอีเมลเหล่านั้นไปไว้ในกล่องขยะโดยอัตโนมัติ
ประโยชน์: ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณ และช่วยให้กล่องข้อความของคุณสะอาดและมีประสิทธิภาพ
4. ระบบนำทางและแผนที่อัจฉริยะ
เมื่อคุณเปิด Google Maps หรือแอปนำทางอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด ข้อมูลที่คุณได้รับก็มาจากการคำนวณของ AI เช่นกัน
ทำงานอย่างไร: AI จะรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์จากผู้ใช้หลายล้านคน, เหตุการณ์บนท้องถนน, และข้อมูลประวัติการจราจร เพื่อคาดการณ์ความเร็วในแต่ละเส้นทาง และแนะนำเส้นทางที่รวดเร็วที่สุด หรือแม้แต่ประเมินเวลาถึงที่หมาย (ETA) ได้อย่างแม่นยำ
ประโยชน์: ช่วยลดเวลาการเดินทางและประหยัดเชื้อเพลิง ทำให้ชีวิตประจำวันของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น
5. ระบบการจดจำใบหน้าและการแท็กรูปภาพ
เมื่อคุณอัปโหลดรูปภาพลงในคลาวด์หรือโซเชียลมีเดีย แล้วระบบแนะนำให้แท็กเพื่อนของคุณ หรือรวมรูปภาพที่มีใบหน้าคนเดียวกันไว้ด้วยกัน นั่นคือความสามารถของ AI ด้าน Computer Vision
ทำงานอย่างไร: AI จะวิเคราะห์พิกเซลของรูปภาพเพื่อระบุและจดจำรูปแบบใบหน้า (Facial Recognition) และสามารถแยกแยะความแตกต่างของแต่ละบุคคลได้ แม้จะมีมุมกล้องหรือแสงที่แตกต่างกัน
ประโยชน์: ช่วยในการจัดการรูปภาพ, การค้นหารูปภาพที่เฉพาะเจาะจง, และเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ บนแพลตฟอร์มต่างๆ
สรุปส่งท้าย
ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงความหวังในอนาคต แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่กำลังทำงานเคียงข้างเราอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต มันช่วยให้เราประหยัดเวลา, ได้รับข้อมูลที่ดีขึ้น, และยกระดับคุณภาพชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น การตระหนักถึงการมีอยู่ของ AI ใกล้ตัวจะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างชาญฉลาดและเต็มที่ยิ่งขึ้นในอนาคต
บทความที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตการณ์ "ของงอก" ช่วงปิดเทอม
ตอนเข้ามาอยู่หอพักปี 1 มีแค่กระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียว... แต่พอถึงเวลาเรียนจบ หรือต้องย้ายหอตอนปิดเทอม ไหงของมันงอกออกมาเพียบ! ทั้งตู้เย็น ตู้เสื้อผ้าพลาสติก โต๊ะญี่ปุ่น กีตาร์ กองหนังสือเรียน และตุ๊กตายักษ์ที่แฟนซื้อให้
ปัญหาระดับชาติของเด็กหอคือ "จะเอากลับยังไง?" จะใส่รถเก๋งที่บ้านมารับ...ก็ยัดไม่หมด จะจ้างรถกระบะรับจ้างเหมาคัน...ราคาก็พุ่งไปหลักพันหรือหลักหมื่น (โดยเฉพาะถ้าย้ายข้ามจังหวัดไกลๆ) จะทิ้งก็เสียดาย...
ช้าก่อน! อย่าเพิ่งตัดใจทิ้งของ วันนี้ BS Express มีทางออกฉบับ "คนฉลาดเลือก" มาฝาก นั่นคือการใช้บริการ "ฝากส่ง" ที่ช่วยคุณประหยัดงบค่าขนย้ายไปกินหมูกระทะฉลองเรียนจบได้สบายๆ!
8 ม.ค. 2026
ตลาดภูธร...ขุมทรัพย์ที่ "ความไว้ใจ" สำคัญกว่า "ราคา"
พ่อค้าแม่ค้าหลายคนอาจชินกับพฤติกรรมลูกค้าในกรุงเทพฯ ที่ชอบโอนไว ชอบให้วางของไว้ที่ล็อบบี้คอนโดโดยไม่ต้องเจอหน้า แต่ถ้าคุณกำลังขยายตลาดสู่ "ลูกค้าภูธร" หรือลูกค้าในต่างจังหวัด คุณต้องลืมตำราเดิมๆ ทิ้งไปก่อนครับ
ในพื้นที่ต่างจังหวัด วิถีชีวิตและวิธีคิดในการช้อปปิ้งนั้นแตกต่างออกไป สำหรับพวกเขา การสั่งของออนไลน์ชิ้นใหญ่ๆ (เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือการเกษตร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า) ไม่ใช่แค่การกดสั่งแล้วจบ แต่คือเรื่องของ "ความเชื่อมั่น"
ทำไมลูกค้ากลุ่มนี้ถึงรักระบบ เก็บเงินปลายทาง (COD) และทำไมพวกเขาถึงประทับใจมากเมื่อขนส่ง "โทรหาก่อนส่ง"? วันนี้ BS Express จะพามาไขคำตอบ เพื่อให้คุณกวาดออเดอร์ทั่วไทยได้แบบไม่มีสะดุดครับ
6 ม.ค. 2026
สงสัยไหม? ค่าส่งแบบ "รับเอง" กับ "ส่งถึงที่" ต่างกันแค่ไหน? เจาะลึกความคุ้มค่าระหว่าง Hub-to-Hub และ Door-to-Door พร้อมเทคนิคเลือกวิธีขนส่งให้ประหยัดต้นทุนธุรกิจคุณที่สุด จาก BS Express
18 ธ.ค. 2025
Boss Jame ฝ่ายกองรถ


