แนวโน้มการขนส่งอัตโนมัติ (Autonomous Delivery) ในไทย: โดรน รถไร้คนขับ และหุ่นยนต์ส่งของ
อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ย. 2025
188 ผู้เข้าชม

เทคโนโลยีหลักที่น่าจับตา
1.โดรนส่งของ (Drone Delivery)
- เหมาะสำหรับการส่งสินค้าที่มีน้ำหนักเบา
- ใช้งานได้ดีในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่การจราจรติดขัด
- ทดสอบแล้วในหลายประเทศ และไทยเริ่มมีโครงการนำร่อง
- รถบรรทุกไร้คนขับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขนส่งระยะไกล
- รถส่งพัสดุขนาดเล็กสามารถวิ่งในเส้นทางเมืองและชุมชน
- ลดต้นทุนแรงงานและเพิ่มความปลอดภัยเมื่อระบบมีเสถียรภาพ
- หุ่นยนต์ขนาดเล็กที่วิ่งบนทางเท้า เหมาะสำหรับ Last-Mile Delivery
- สามารถนำไปใช้ในมหาวิทยาลัย นิคมอุตสาหกรรม หรือคอนโดฯ
- เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันลูกค้าเพื่อรับส่งสินค้าถึงมือโดยไม่ต้องเจอคน
- โอกาส
- ช่วยลดต้นทุนการขนส่งในระยะยาว
- เพิ่มความรวดเร็วและความยืดหยุ่นในการจัดส่ง
- สร้างภาพลักษณ์นวัตกรรมให้ธุรกิจไทย
- ความท้าทาย
- กฎหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ยังต้องปรับปรุง
- โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สัญญาณอินเทอร์เน็ต 5G ต้องรองรับ
- การยอมรับจากสังคมและผู้บริโภค
แม้ Autonomous Delivery ในไทยจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและแรงผลักดันจากอีคอมเมิร์ซที่เติบโตสูง คาดว่าในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นโดรน รถไร้คนขับ และหุ่นยนต์ส่งของ กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลจิสติกส์ไทยอย่างเต็มรูปแบบ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมคลังอัตโนมัติหลายแห่งไม่ประสบความสำเร็จ บทความนี้สรุปสาเหตุหลักที่ทำให้โครงการ Automation ล้มเหลว พร้อมแนวทางหลีกเลี่ยง
20 ม.ค. 2026
AS/RS คือระบบจัดเก็บและเบิกสินค้าอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายการทำงาน ข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางประเมินความคุ้มค่า
20 ม.ค. 2026
อยากทำคลังอัตโนมัติแต่ไม่รู้เริ่มตรงไหน บทความนี้แนะนำลำดับการเริ่ม Automation ในคลังสินค้าแบบเข้าใจง่าย ลดเสี่ยงและคุ้มค่า
20 ม.ค. 2026
BS Rut กองรถ

BANKKUNG

