รู้ทันก่อนสาย! คู่มือเตรียม "เอกสาร" และ "ฉลาก" สำหรับขนส่งพัสดุอันตราย
อัพเดทล่าสุด: 22 ก.ย. 2025
211 ผู้เข้าชม

สิ่งที่ต้องมีใน "เอกสาร" และ "ฉลาก" สำหรับพัสดุอันตราย
การเตรียมเอกสารและฉลากสำหรับพัสดุอันตรายมีข้อกำหนดที่ชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลสำคัญถูกสื่อสารอย่างครบถ้วนและเป็นสากล:
1. เอกสารกำกับการขนส่ง (Transport Document): เอกสารนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ต้องแนบไปพร้อมกับพัสดุอันตราย โดยต้องระบุข้อมูลหลักดังต่อไปนี้:
ชื่อที่ถูกต้องในการขนส่ง (Proper Shipping Name): ชื่อทางการของสารหรือผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนดสากล (ไม่ใช่ชื่อทางการค้า)
รหัส UN (UN Number): ตัวเลข 4 หลักที่ใช้ระบุสารอันตรายแต่ละชนิดโดยเฉพาะ
ประเภทความเป็นอันตราย (Class/Division): ระบุประเภทหลักและประเภทรอง (ถ้ามี) ของวัตถุอันตราย เช่น Class 3 (ของเหลวไวไฟ)
กลุ่มการบรรจุ (Packing Group): ระดับความอันตราย (I = อันตรายสูง, II = อันตรายปานกลาง, III = อันตรายน้อย)
ปริมาณสุทธิ/น้ำหนักรวม (Net/Gross Quantity): ปริมาณของสารอันตรายที่บรรจุอยู่
ชื่อและที่อยู่ผู้ส่ง-ผู้รับ: ข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน
หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน: เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
คำแนะนำพิเศษ: ข้อควรระวังหรือคำแนะนำเพิ่มเติมในการจัดการ
2. ฉลากแสดงอันตราย (Hazard Labels): ฉลากเป็นสิ่งที่ต้องติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ด้านนอกของพัสดุอันตรายอย่างชัดเจน โดยแต่ละประเภทของวัตถุอันตรายจะมีสัญลักษณ์เฉพาะ เพื่อให้ผู้พบเห็นเข้าใจถึงอันตรายในทันที:
สัญลักษณ์กราฟิก: รูปภาพที่สื่อถึงอันตราย เช่น เปลวไฟ (ไวไฟ), หัวกะโหลก (สารพิษ), เครื่องหมายกัมมันตรังสี
สีของฉลาก: สีพื้นหลังของฉลากก็มีความหมาย เช่น สีแดงสำหรับของเหลวไวไฟ, สีส้มสำหรับวัตถุระเบิด
ตัวเลขประเภทอันตราย: ตัวเลขที่ระบุประเภทของวัตถุอันตราย เช่น เลข 3 สำหรับของเหลวไวไฟ
3. เครื่องหมายอื่นๆ (Markings): นอกจากฉลากหลักแล้ว ยังอาจมีเครื่องหมายอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น:
เครื่องหมายระบุทิศทาง: ลูกศรชี้ขึ้นสำหรับภาชนะที่ต้องตั้งขึ้นตลอดเวลา
เครื่องหมายผู้ส่ง/ผู้รับ: ข้อมูลการติดต่อเพิ่มเติม
เครื่องหมาย "OVERPACK" (ถ้ามี): สำหรับกรณีที่มีการรวมพัสดุหลายชิ้นเข้าด้วยกันในภาชนะเดียว
สรุปส่งท้าย: ความรู้คือการป้องกันที่ดีที่สุด
การเตรียมเอกสารและติดฉลากพัสดุอันตรายอย่างถูกต้องตามมาตรฐานไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เป็นการลงทุนในความปลอดภัยของทุกคน หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับเอกสารหรือการติดฉลาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทขนส่งที่มีประสบการณ์ในการขนส่งพัสดุอันตราย เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเตรียมเอกสารและฉลากสำหรับพัสดุอันตรายมีข้อกำหนดที่ชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลสำคัญถูกสื่อสารอย่างครบถ้วนและเป็นสากล:
1. เอกสารกำกับการขนส่ง (Transport Document): เอกสารนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ต้องแนบไปพร้อมกับพัสดุอันตราย โดยต้องระบุข้อมูลหลักดังต่อไปนี้:
ชื่อที่ถูกต้องในการขนส่ง (Proper Shipping Name): ชื่อทางการของสารหรือผลิตภัณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนดสากล (ไม่ใช่ชื่อทางการค้า)
รหัส UN (UN Number): ตัวเลข 4 หลักที่ใช้ระบุสารอันตรายแต่ละชนิดโดยเฉพาะ
ประเภทความเป็นอันตราย (Class/Division): ระบุประเภทหลักและประเภทรอง (ถ้ามี) ของวัตถุอันตราย เช่น Class 3 (ของเหลวไวไฟ)
กลุ่มการบรรจุ (Packing Group): ระดับความอันตราย (I = อันตรายสูง, II = อันตรายปานกลาง, III = อันตรายน้อย)
ปริมาณสุทธิ/น้ำหนักรวม (Net/Gross Quantity): ปริมาณของสารอันตรายที่บรรจุอยู่
ชื่อและที่อยู่ผู้ส่ง-ผู้รับ: ข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน
หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน: เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมงในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
คำแนะนำพิเศษ: ข้อควรระวังหรือคำแนะนำเพิ่มเติมในการจัดการ
2. ฉลากแสดงอันตราย (Hazard Labels): ฉลากเป็นสิ่งที่ต้องติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ด้านนอกของพัสดุอันตรายอย่างชัดเจน โดยแต่ละประเภทของวัตถุอันตรายจะมีสัญลักษณ์เฉพาะ เพื่อให้ผู้พบเห็นเข้าใจถึงอันตรายในทันที:
สัญลักษณ์กราฟิก: รูปภาพที่สื่อถึงอันตราย เช่น เปลวไฟ (ไวไฟ), หัวกะโหลก (สารพิษ), เครื่องหมายกัมมันตรังสี
สีของฉลาก: สีพื้นหลังของฉลากก็มีความหมาย เช่น สีแดงสำหรับของเหลวไวไฟ, สีส้มสำหรับวัตถุระเบิด
ตัวเลขประเภทอันตราย: ตัวเลขที่ระบุประเภทของวัตถุอันตราย เช่น เลข 3 สำหรับของเหลวไวไฟ
3. เครื่องหมายอื่นๆ (Markings): นอกจากฉลากหลักแล้ว ยังอาจมีเครื่องหมายอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น:
เครื่องหมายระบุทิศทาง: ลูกศรชี้ขึ้นสำหรับภาชนะที่ต้องตั้งขึ้นตลอดเวลา
เครื่องหมายผู้ส่ง/ผู้รับ: ข้อมูลการติดต่อเพิ่มเติม
เครื่องหมาย "OVERPACK" (ถ้ามี): สำหรับกรณีที่มีการรวมพัสดุหลายชิ้นเข้าด้วยกันในภาชนะเดียว
สรุปส่งท้าย: ความรู้คือการป้องกันที่ดีที่สุด
การเตรียมเอกสารและติดฉลากพัสดุอันตรายอย่างถูกต้องตามมาตรฐานไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เป็นการลงทุนในความปลอดภัยของทุกคน หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับเอกสารหรือการติดฉลาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทขนส่งที่มีประสบการณ์ในการขนส่งพัสดุอันตราย เพื่อให้แน่ใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตการณ์ "ของงอก" ช่วงปิดเทอม
ตอนเข้ามาอยู่หอพักปี 1 มีแค่กระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียว... แต่พอถึงเวลาเรียนจบ หรือต้องย้ายหอตอนปิดเทอม ไหงของมันงอกออกมาเพียบ! ทั้งตู้เย็น ตู้เสื้อผ้าพลาสติก โต๊ะญี่ปุ่น กีตาร์ กองหนังสือเรียน และตุ๊กตายักษ์ที่แฟนซื้อให้
ปัญหาระดับชาติของเด็กหอคือ "จะเอากลับยังไง?" จะใส่รถเก๋งที่บ้านมารับ...ก็ยัดไม่หมด จะจ้างรถกระบะรับจ้างเหมาคัน...ราคาก็พุ่งไปหลักพันหรือหลักหมื่น (โดยเฉพาะถ้าย้ายข้ามจังหวัดไกลๆ) จะทิ้งก็เสียดาย...
ช้าก่อน! อย่าเพิ่งตัดใจทิ้งของ วันนี้ BS Express มีทางออกฉบับ "คนฉลาดเลือก" มาฝาก นั่นคือการใช้บริการ "ฝากส่ง" ที่ช่วยคุณประหยัดงบค่าขนย้ายไปกินหมูกระทะฉลองเรียนจบได้สบายๆ!
8 ม.ค. 2026
แปะป้าย "ระวังแตก" แล้วทำไมของยังพัง? เผยเทคนิคการแปะสติ๊กเกอร์ Fragile / ห้ามโยน ที่ถูกต้อง แปะตรงไหนให้พนักงานขนส่งเห็นชัดที่สุด 360 องศา ลดโอกาสความเสียหายได้จริง
27 ธ.ค. 2025
ขับรถกลางคืนอันตรายกว่าที่คิด! เช็คลิสต์ 5 อุปกรณ์กู้ชีพที่สิงห์รถบรรทุกต้องมีติดรถ รับมือเหตุฉุกเฉิน รถเสีย ยางแตก ในที่มืดได้อย่างปลอดภัย แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญจาก BS Express
7 ม.ค. 2026
Boss Jame ฝ่ายกองรถ


