ขนส่งพัสดุอันตราย: "รถตู้ทึบ" ที่ไม่ใช่แค่ตู้ทึบ แต่มี "กฎหมาย" ควบคุม
อัพเดทล่าสุด: 22 ก.ย. 2025
329 ผู้เข้าชม

กฎหมายและข้อบังคับที่ต้องรู้สำหรับการขนส่งพัสดุอันตรายด้วยรถตู้ทึบ
การขนส่งพัสดุอันตรายด้วยรถตู้ทึบ (หรือรถบรรทุกแบบปิด) มีข้อกำหนดทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม ดังนี้:
1. ประเภทของรถและใบอนุญาต:
รถที่ใช้: รถตู้ทึบที่ใช้ขนส่งพัสดุอันตรายต้องเป็นรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก
ใบอนุญาตขับรถ: พนักงานขับรถต้องมี ใบอนุญาตขับรถประเภทที่ 4 (ท.4) ซึ่งเป็นใบอนุญาตเฉพาะสำหรับการขับรถขนส่งวัตถุอันตราย เพื่อแสดงว่าผู้ขับขี่มีความรู้และความเข้าใจในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้
2. การบรรจุหีบห่อและการติดฉลาก:
บรรจุภัณฑ์: พัสดุอันตรายต้องบรรจุในภาชนะที่ได้มาตรฐานและมีความทนทานต่อการขนส่ง ไม่รั่วไหล หรือเสียหายได้ง่าย
การติดฉลาก: บนบรรจุภัณฑ์จะต้องมีการติดฉลากและสัญลักษณ์แสดงประเภทของวัตถุอันตรายอย่างชัดเจนตามมาตรฐานสากล (เช่น สัญลักษณ์เปลวไฟสำหรับของเหลวไวไฟ, หัวกะโหลกสำหรับสารพิษ) เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบถึงอันตรายและวิธีการจัดการที่ถูกต้อง
3. การแสดงข้อความและสัญลักษณ์บนตัวรถ:
รถที่ใช้ขนส่งพัสดุอันตรายต้องมีการแสดงเครื่องหมายหรือป้ายที่บ่งชี้ว่ากำลังบรรทุกสินค้าอันตรายอย่างชัดเจน เพื่อเป็นการแจ้งเตือนผู้ร่วมทาง
ต้องมีการแสดงข้อมูลประเภทของสินค้าอันตรายตามกฎหมาย รวมถึงรหัส UN (UN Number) ซึ่งเป็นรหัสเฉพาะที่ใช้ระบุสารแต่ละชนิด
4. เอกสารที่จำเป็น:
นอกเหนือจากเอกสารประจำรถและใบขับขี่แล้ว การขนส่งพัสดุอันตรายยังต้องมี เอกสารกำกับการขนส่ง (Transport Document) ที่ระบุรายละเอียดของสินค้าอันตราย, ปริมาณ, ชื่อผู้ส่ง-ผู้รับ และข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อใช้ในการตรวจสอบและรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
5. ข้อกำหนดด้านการปฏิบัติงาน:
การจัดเก็บ: การวางสินค้าภายในรถต้องมีการผูกมัดหรือรัดตรึงอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่หรือกระแทกกัน
ข้อจำกัดปริมาณ: การขนส่งพัสดุอันตรายมีข้อจำกัดปริมาณที่บรรทุกได้ หากเกินกว่าที่กำหนดจะต้องมีมาตรการพิเศษเพิ่มเติม
เวลาในการเดินรถ: รถขนส่งพัสดุอันตรายอาจมีข้อกำหนดเรื่องเวลาในการเดินรถที่เข้มงวดกว่ารถบรรทุกทั่วไป โดยเฉพาะในเขตชุมชนหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น
สรุปส่งท้าย: ความปลอดภัยคือหัวใจของการขนส่ง
การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งพัสดุอันตรายด้วยรถตู้ทึบไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความประมาท ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน การลงทุนในความเข้าใจและการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดจึงถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมการขนส่งที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
การขนส่งพัสดุอันตรายด้วยรถตู้ทึบ (หรือรถบรรทุกแบบปิด) มีข้อกำหนดทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม ดังนี้:
1. ประเภทของรถและใบอนุญาต:
รถที่ใช้: รถตู้ทึบที่ใช้ขนส่งพัสดุอันตรายต้องเป็นรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก
ใบอนุญาตขับรถ: พนักงานขับรถต้องมี ใบอนุญาตขับรถประเภทที่ 4 (ท.4) ซึ่งเป็นใบอนุญาตเฉพาะสำหรับการขับรถขนส่งวัตถุอันตราย เพื่อแสดงว่าผู้ขับขี่มีความรู้และความเข้าใจในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้
2. การบรรจุหีบห่อและการติดฉลาก:
บรรจุภัณฑ์: พัสดุอันตรายต้องบรรจุในภาชนะที่ได้มาตรฐานและมีความทนทานต่อการขนส่ง ไม่รั่วไหล หรือเสียหายได้ง่าย
การติดฉลาก: บนบรรจุภัณฑ์จะต้องมีการติดฉลากและสัญลักษณ์แสดงประเภทของวัตถุอันตรายอย่างชัดเจนตามมาตรฐานสากล (เช่น สัญลักษณ์เปลวไฟสำหรับของเหลวไวไฟ, หัวกะโหลกสำหรับสารพิษ) เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบถึงอันตรายและวิธีการจัดการที่ถูกต้อง
3. การแสดงข้อความและสัญลักษณ์บนตัวรถ:
รถที่ใช้ขนส่งพัสดุอันตรายต้องมีการแสดงเครื่องหมายหรือป้ายที่บ่งชี้ว่ากำลังบรรทุกสินค้าอันตรายอย่างชัดเจน เพื่อเป็นการแจ้งเตือนผู้ร่วมทาง
ต้องมีการแสดงข้อมูลประเภทของสินค้าอันตรายตามกฎหมาย รวมถึงรหัส UN (UN Number) ซึ่งเป็นรหัสเฉพาะที่ใช้ระบุสารแต่ละชนิด
4. เอกสารที่จำเป็น:
นอกเหนือจากเอกสารประจำรถและใบขับขี่แล้ว การขนส่งพัสดุอันตรายยังต้องมี เอกสารกำกับการขนส่ง (Transport Document) ที่ระบุรายละเอียดของสินค้าอันตราย, ปริมาณ, ชื่อผู้ส่ง-ผู้รับ และข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อใช้ในการตรวจสอบและรับมือกับเหตุฉุกเฉิน
5. ข้อกำหนดด้านการปฏิบัติงาน:
การจัดเก็บ: การวางสินค้าภายในรถต้องมีการผูกมัดหรือรัดตรึงอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่หรือกระแทกกัน
ข้อจำกัดปริมาณ: การขนส่งพัสดุอันตรายมีข้อจำกัดปริมาณที่บรรทุกได้ หากเกินกว่าที่กำหนดจะต้องมีมาตรการพิเศษเพิ่มเติม
เวลาในการเดินรถ: รถขนส่งพัสดุอันตรายอาจมีข้อกำหนดเรื่องเวลาในการเดินรถที่เข้มงวดกว่ารถบรรทุกทั่วไป โดยเฉพาะในเขตชุมชนหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น
สรุปส่งท้าย: ความปลอดภัยคือหัวใจของการขนส่ง
การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งพัสดุอันตรายด้วยรถตู้ทึบไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความประมาท ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน การลงทุนในความเข้าใจและการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดจึงถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมการขนส่งที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
บทความที่เกี่ยวข้อง
เดี๋ยวฝากของไว้ที่หน้าบ้านนะคะ"
คือประโยคที่เรามักพูดกับพนักงานเข้ารับพัสดุในวันที่เราไม่สะดวกอยู่รอที่บ้าน บริการ รับพัสดุที่บ้าน มอบความสะดวกสบายอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างคำถามสำคัญขึ้นมาในใจว่า "แล้วพัสดุของเราจะปลอดภัยจริงหรือ?" ความไว้วางใจ (Trust) จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการเลือกใช้บริการ เพราะเรากำลัง "ฝาก" ทรัพย์สินของเราไว้ในมือของคนที่เราไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
16 ส.ค. 2025
คุณคือหนึ่งในผู้ขายบน Shopee ที่กำลังมีสินค้าคุณภาพเยี่ยม และยอดขายในประเทศก็ไปได้ดี แต่เคยมีความคิดที่จะ "โกอินเตอร์" ขยายตลาดสู่ต่างประเทศบ้างไหม? หลายคนอาจคิดว่าการ ส่งของไปต่างประเทศ
17 ก.ย. 2025
ในยุคที่การขนส่งเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายออนไลน์ หรือการส่งของข้ามประเทศ หลายคนอาจจะเคยเห็นคำเตือนเรื่อง "ห้ามส่งสินค้าอันตราย" แต่เคยสงสัยไหมว่าสินค้าแบบไหนที่เรียกว่าอันตราย? และทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้?
บทนำ: ทำไมการจัดการสินค้าอันตรายจึงสำคัญ?
สินค้าอันตรายไม่ได้จำกัดอยู่แค่สารเคมีหรือวัตถุระเบิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวันบางอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง การจัดการที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการระเบิด ไฟไหม้ หรือการรั่วไหลของสารพิษ ดังนั้น การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคนในวงการขนส่ง
24 ก.ย. 2025
Boss Jame ฝ่ายกองรถ


