แชร์

Incoterms คืออะไร? ทำไมคนทำธุรกิจนำเข้า-"ส่งออก" ต้องเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้

ร่วมมือ.jpg Contact Center
อัพเดทล่าสุด: 19 ก.ย. 2025
599 ผู้เข้าชม

Incoterms คืออะไร? ทำไมคนทำธุรกิจนำเข้า-"ส่งออก" ต้องเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้
 

เมื่อคุณทำธุรกิจซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ เคยสงสัยไหมว่า... ถ้าสินค้ำเสียหายกลางทะเล ใครต้องรับผิดชอบ? ใครเป็นคนจ่ายค่าประกันภัย? และใครมีหน้าที่ดำเนินพิธีการศุลกากร? คำถามเหล่านี้คือจุดที่สร้างความขัดแย้งและค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนในโลกการค้า

เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ วงการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศจึงมีสิ่งที่เรียกว่า "Incoterms®" ขึ้นมาเป็นภาษากลางที่ใช้สื่อสารกันทั่วโลก แต่ Incoterms คืออะไรกันแน่? และทำไมมันถึงสำคัญชนิดที่ว่าถ้าคุณไม่เข้าใจ อาจทำให้ธุรกิจของคุณขาดทุนมหาศาลได้? บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเงื่อนไขสำคัญเหล่านี้แบบเข้าใจง่ายที่สุด

 

 

Incoterms คืออะไรกันแน่?
 

Incoterms (International Commercial Terms) คือ ชุดข้อตกลงทางการค้าที่กำหนดโดยสภาหอการค้านานาชาติ (ICC) เพื่อสร้างมาตรฐานและระบุขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ซื้อ (Importer) และผู้ขาย (Exporter) ในการขนส่งสินค้าให้ชัดเจน

พูดง่ายๆ Incoterms คือ "กฎกติกา" ที่บอกให้ทุกฝ่ายรู้ว่าในการขนส่งครั้งนี้:

  1. ใครทำอะไร (Tasks): ใครมีหน้าที่จองเรือ/เครื่องบิน, ใครทำประกัน, ใครจัดการเรื่องเอกสาร
     
  2. ใครจ่ายอะไร (Costs): ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ค่ารถบรรทุก, ค่าขนขึ้นเรือ, ค่าระวาง, ไปจนถึงค่าภาษี
     
  3. ความเสี่ยงเปลี่ยนมือตอนไหน (Risks): จุดไหนคือจุดที่ความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือเสียหายของสินค้าจะถูกโอนจาก "ผู้ขาย" ไปยัง "ผู้ซื้อ" (ข้อนี้สำคัญที่สุด!)
     
สิ่งสำคัญ: Incoterms ไม่ได้กำหนดเรื่องกรรมสิทธิ์ของสินค้า หรือราคาสินค้า แต่กำหนดแค่ "ความรับผิดชอบ" ในการขนส่งเท่านั้น

 

ทำไมถึง "ต้อง" เข้าใจ Incoterms?
  • ลดความเข้าใจผิด: สร้างความชัดเจนตั้งแต่แรก ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเข้าใจตรงกัน ไม่ต้องมาถกเถียงกันทีหลัง
     
  • ควบคุมต้นทุนได้: คุณจะรู้ล่วงหน้าว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้คำนวณต้นทุนสินค้าและตั้งราคาขายได้อย่างแม่นยำ
     
  • บริหารความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ: การรู้ว่าความเสี่ยงจะเปลี่ยนมาเป็นของคุณเมื่อไหร่ ทำให้คุณสามารถวางแผนซื้อประกันภัยขนส่งสินค้าได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
     
  • ผ่านพิธีการศุลกากรได้ราบรื่น: การระบุ Incoterm ที่ถูกต้องในเอกสารการค้า จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าใจธุรกรรมและประเมินภาษีได้รวดเร็วขึ้น
     

     
ตัวอย่าง Incoterms ที่พบบ่อย (ฉบับย่อยง่าย)
 
ปัจจุบัน Incoterms® 2020 มีทั้งหมด 11 เงื่อนไข แต่ 4 เงื่อนไขที่พบบ่อยที่สุดสำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออกคือ:

1. EXW Ex Works (เงื่อนไขรับมอบสินค้าหน้าโรงงาน)
  • สรุปง่ายๆ: ผู้ขายแทบไม่มีภาระอะไรเลย แค่ผลิตสินค้าแล้วเตรียมไว้ให้พร้อมที่หน้าโรงงานหรือโกดังของตัวเอง จากนั้น "ผู้ซื้อ" ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงทั้งหมด ตั้งแต่การขนของขึ้นรถ, การส่งออก, ไปจนถึงการนำเข้า
     
  • เหมาะกับ: ผู้ซื้อที่มีความเชี่ยวชาญและมีเครือข่ายโลจิสติกส์เป็นของตัวเอง
     
2. FOB Free On Board (เงื่อนไขส่งมอบบนเรือ)
  • สรุปง่ายๆ: ผู้ขายมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงทั้งหมด จนกระทั่งนำสินค้าไปวางไว้ "บนเรือ" ที่ท่าเรือต้นทางได้สำเร็จ เมื่อของอยู่บนเรือแล้ว ภาระทั้งหมดจะตกเป็นของผู้ซื้อทันที
     
  • เหมาะกับ: การขนส่งทางทะเล เป็นเงื่อนไขที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
     
3. CIF Cost, Insurance and Freight (เงื่อนไขค่าระวาง, ประกันภัย, และค่าขนส่ง)
  • สรุปง่ายๆ: ผู้ขายจะรับผิดชอบ 3 อย่างคือ ค่าสินค้า (Cost), ค่าประกันภัย (Insurance), และ ค่าระวางเรือ (Freight) ไปจนถึงท่าเรือปลายทาง แต่! ความเสี่ยง จะถูกโอนไปให้ผู้ซื้อตั้งแต่สินค้าถูกวางบนเรือที่ท่าเรือต้นทาง (เหมือน FOB)
     
  • ข้อควรระวัง: แม้ผู้ขายจะทำประกันให้ แต่ความเสี่ยงเป็นของผู้ซื้อแล้วตั้งแต่ต้นทาง หากเกิดปัญหา ผู้ซื้อต้องไปเคลมประกันเอง
     
4. DDP Delivered Duty Paid (เงื่อนไขส่งมอบพร้อมชำระภาษี)
  • สรุปง่ายๆ: ผู้ขายรับผิดชอบ "ทุกสิ่งทุกอย่าง" เบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง รวมไปถึงการดำเนินพิธีการและชำระภาษีนำเข้าที่ประเทศปลายทางแทนผู้ซื้อด้วย
     
  • เหมาะกับ: ผู้ขายที่ต้องการให้บริการลูกค้าแบบครบวงจร หรือในธุรกิจ E-commerce ที่ผู้ซื้อไม่ต้องการยุ่งยากกับเรื่องภาษี

 

บทสรุป

Incoterms ไม่ใช่แค่ตัวย่อ 3 ตัวอักษรที่น่าสับสน แต่เป็นเครื่องมือบริหารจัดการที่ทรงพลังสำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออก การเลือกใช้ Incoterm ที่เหมาะสมและระบุไว้ในสัญญาซื้อขายอย่างชัดเจน (เช่น FOB, Bangkok Port, Incoterms® 2020) คือหลักประกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องธุรกิจของคุณจากความขัดแย้ง, ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด, และความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้




ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-3039620
อีเมล: bstransport_bkk@hotmail.com

ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
คลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย!
https://www.bsgroupth.com/e-fulfillment-stock-pack-ship

#Incoterms #นำเข้าส่งออก #ImportExport #โลจิสติกส์ #SupplyChain #ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ #FreightForwarder #ธุรกิจB2B #รอบรู้เรื่องธุรกิจ #การค้าระหว่างประเทศ #ส่งออก #นำเข้า


บทความที่เกี่ยวข้อง
ข้อดีข้อเสียของการใช้คลังสินค้าสาธารณะ
คลังสินค้าสาธารณะ คือ คลังสินค้าที่ให้บริการเช่าพื้นที่และบริการจัดเก็บสินค้าแก่หลายธุรกิจ มักถูกใช้โดยธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุน
25 ก.ย. 2024
เจาะลึก "โลจิสติกส์ยุค Net Zero" ทางรอดธุรกิจขนส่งที่ไม่ได้มีแค่เรื่องรักษ์โลก แต่คือ "กำไร" ที่ยั่งยืน!
ในปี 2026 นี้ คำว่า "Net Zero" หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ไม่ใช่ศัพท์หรูๆ ที่เอาไว้พูดเท่ๆ ในห้องประชุมอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็น "กติกาใหม่" ของโลกธุรกิจที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องทำตาม
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
11 ก.พ. 2026
Re-slotting คืออะไร? ทำไมต้องจัดตำแหน่งสินค้าใหม่อยู่เสมอ?
ทำไม “Re-slotting” หรือ “การจัดตำแหน่งสินค้าใหม่” จึงกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่คลังสินค้าระดับมืออาชีพให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
6 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้