แชร์

ระบบ FIFO / LIFO / FEFO กลยุทธ์บริหารสต็อกสินค้าให้เหมาะสม

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.ย. 2025
790 ผู้เข้าชม

การบริหารสินค้าคงคลังไม่ได้มีแค่การเก็บและขาย แต่ต้องรู้จัก ระบบจัดการสต็อก ที่เหมาะสมกับประเภทสินค้าและธุรกิจ เพราะการเลือกผิดอาจทำให้สินค้าหมดอายุ เสียเงินจม หรือขายไม่ทันตามความต้องการ

ระบบที่นิยมใช้มี 3 แบบหลัก คือ FIFO, LIFO และ FEFO ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน


FIFO (First In, First Out) เข้าก่อน ออกก่อน

FIFO คือการจัดการสินค้าที่เข้าคลังก่อน จะขายหรือใช้ก่อน เหมาะกับ สินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัด เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ยา

ตัวอย่างง่ายๆ

ซูเปอร์มาร์เก็ตวางสินค้าล็อตใหม่ไว้ด้านหลัง เพื่อให้สินค้าล็อตเก่าขายออกไปก่อน
ช่วยลดโอกาสสินค้าหมดอายุค้างคลัง
ระบบนี้ทำให้การจัดการเรียบง่าย เห็นภาพสินค้าคงคลังชัดเจน
ข้อดี:

ลดความเสี่ยงสินค้าหมดอายุ
การบัญชีง่าย และสะท้อนต้นทุนสินค้าตามลำดับเวลา
ข้อจำกัด:

ไม่เหมาะกับสินค้าที่ราคาผันผวนสูง เพราะอาจไม่สะท้อนต้นทุนล่าสุด

LIFO (Last In, First Out) เข้าหลัง ออกก่อน

LIFO คือการขายหรือใช้สินค้าล็อตที่เข้าคลัง ล่าสุด ก่อน เหมาะกับสินค้าที่ ราคาผันผวนสูง เช่น วัสดุก่อสร้าง หรือสินค้าโภคภัณฑ์

ตัวอย่าง

บริษัทวัสดุก่อสร้างซื้อเหล็กหลายล็อต ในช่วงราคาสูง-ต่ำ
การขายสินค้าล็อตใหม่ที่ราคาสูงก่อน ทำให้รายงานต้นทุนสะท้อนราคาปัจจุบัน
แต่สินค้าล็อตเก่าอาจค้างคลัง หากไม่ระวังอาจเกิดการเสื่อมสภาพ
ข้อดี:

ต้นทุนสินค้าในรายงานใกล้เคียงราคาตลาดปัจจุบัน
เหมาะกับการวิเคราะห์กำไรแบบปัจจุบัน
ข้อจำกัด:

ไม่เหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุ
อาจทำให้สินค้าล็อตเก่าค้างคลัง

FEFO (First Expired, First Out) หมดอายุก่อน ออกก่อน

FEFO คือระบบจัดการสินค้าที่ ใกล้หมดอายุก่อนจะขายหรือใช้ก่อน เหมาะกับสินค้าที่ มีวันหมดอายุชัดเจน เช่น ยา นม อาหารสด

ตัวอย่าง

ร้านขายยา หรือโรงงานอาหาร จะเลือกขายสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน ไม่ว่าจะเข้ามาหลังล็อตอื่น
ระบบนี้ช่วยลดการสูญเสียจากการต้องทิ้งสินค้าหมดอายุ
ข้อดี:

ลดความสูญเสียสินค้า
เหมาะกับสินค้าที่เน่าเสียง่ายหรือเสื่อมสภาพเร็ว
ข้อจำกัด:

ต้องติดตามวันหมดอายุอย่างแม่นยำ
การจัดการซับซ้อนกว่าระบบ FIFO

การเลือกใช้ระบบให้เหมาะสม
ธุรกิจอาหารสดและยา ใช้ FEFO เพื่อหลีกเลี่ยงสินค้าหมดอายุ
ร้านค้าปลีกทั่วไป ใช้ FIFO เพราะง่ายและปลอดภัย
ธุรกิจวัสดุหรือสินค้าราคาผันผวน ใช้ LIFO เพื่อสะท้อนต้นทุนปัจจุบัน
ตัวอย่างธุรกิจจริง:

ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตใช้ FIFO สำหรับของสดและของแห้ง
โรงงานนมใช้ FEFO เพื่อให้สินค้าส่งถึงร้านขายปลีกยังมีอายุเพียงพอ
บริษัทวัสดุก่อสร้างใช้ LIFO เพื่อสะท้อนต้นทุนเหล็กและคอนกรีตที่ผันผวน

สรุป

การบริหารสต็อกสินค้าไม่ใช่แค่เก็บและขาย แต่ต้องรู้จักเลือก ระบบที่เหมาะสมกับสินค้าและกลยุทธ์ธุรกิจ

FIFO สินค้าหมดอายุช้า ไม่เน่าเสียง่าย
LIFO สินค้าผลิตใหม่ ราคาผันผวน
FEFO สินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน
การเลือกใช้ระบบอย่างเหมาะสมช่วยให้ธุรกิจลดการสูญเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการขาย และสามารถวางแผนสต็อกได้ชาญฉลาด

สุดท้าย การบริหารสต็อกอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังช่วยให้ลูกค้าได้รับสินค้าคุณภาพดีตรงเวลา และทำให้ธุรกิจแข่งขันได้อย่างยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
AI กับ Dynamic Pricing ปรับราคาขนส่งตามความต้องการ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของธุรกิจ “AI (Artificial Intelligence)” หรือปัญญาประดิษฐ์ ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้หลายองค์กรสามารถปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
ร่วมมือ.jpg Contact Center
25 มี.ค. 2025
ส่งเสริมความปลอดภัยการขนส่งด้วยรถบรรทุก
ความปลอดภัยในการขนส่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ แต่ยังรวมถึงการรักษาสินค้าให้ถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยด้วย
ออกแบบโลโก้__5_.png ไม่ระบุผู้เขียน
8 ม.ค. 2025
How-to: 'ลบ Record ที่ซ้ำซ้อน' ใน Excel และ Google Sheets แบบ Step-by-Step
วันนี้เราจะมาสอนวิธีการลบข้อมูลที่ซ้ำซ้อนแบบ Step-by-Step ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่แล้วใน Microsoft Excel และ Google Sheets
ฟ่าง (นักศึกษาฝึกงาน)
8 ก.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้