แชร์

ระบบ FIFO / LIFO / FEFO กลยุทธ์บริหารสต็อกสินค้าให้เหมาะสม

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 4 ก.ย. 2025
455 ผู้เข้าชม

การบริหารสินค้าคงคลังไม่ได้มีแค่การเก็บและขาย แต่ต้องรู้จัก ระบบจัดการสต็อก ที่เหมาะสมกับประเภทสินค้าและธุรกิจ เพราะการเลือกผิดอาจทำให้สินค้าหมดอายุ เสียเงินจม หรือขายไม่ทันตามความต้องการ

ระบบที่นิยมใช้มี 3 แบบหลัก คือ FIFO, LIFO และ FEFO ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน


FIFO (First In, First Out) เข้าก่อน ออกก่อน

FIFO คือการจัดการสินค้าที่เข้าคลังก่อน จะขายหรือใช้ก่อน เหมาะกับ สินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัด เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ยา

ตัวอย่างง่ายๆ

ซูเปอร์มาร์เก็ตวางสินค้าล็อตใหม่ไว้ด้านหลัง เพื่อให้สินค้าล็อตเก่าขายออกไปก่อน
ช่วยลดโอกาสสินค้าหมดอายุค้างคลัง
ระบบนี้ทำให้การจัดการเรียบง่าย เห็นภาพสินค้าคงคลังชัดเจน
ข้อดี:

ลดความเสี่ยงสินค้าหมดอายุ
การบัญชีง่าย และสะท้อนต้นทุนสินค้าตามลำดับเวลา
ข้อจำกัด:

ไม่เหมาะกับสินค้าที่ราคาผันผวนสูง เพราะอาจไม่สะท้อนต้นทุนล่าสุด

LIFO (Last In, First Out) เข้าหลัง ออกก่อน

LIFO คือการขายหรือใช้สินค้าล็อตที่เข้าคลัง ล่าสุด ก่อน เหมาะกับสินค้าที่ ราคาผันผวนสูง เช่น วัสดุก่อสร้าง หรือสินค้าโภคภัณฑ์

ตัวอย่าง

บริษัทวัสดุก่อสร้างซื้อเหล็กหลายล็อต ในช่วงราคาสูง-ต่ำ
การขายสินค้าล็อตใหม่ที่ราคาสูงก่อน ทำให้รายงานต้นทุนสะท้อนราคาปัจจุบัน
แต่สินค้าล็อตเก่าอาจค้างคลัง หากไม่ระวังอาจเกิดการเสื่อมสภาพ
ข้อดี:

ต้นทุนสินค้าในรายงานใกล้เคียงราคาตลาดปัจจุบัน
เหมาะกับการวิเคราะห์กำไรแบบปัจจุบัน
ข้อจำกัด:

ไม่เหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุ
อาจทำให้สินค้าล็อตเก่าค้างคลัง

FEFO (First Expired, First Out) หมดอายุก่อน ออกก่อน

FEFO คือระบบจัดการสินค้าที่ ใกล้หมดอายุก่อนจะขายหรือใช้ก่อน เหมาะกับสินค้าที่ มีวันหมดอายุชัดเจน เช่น ยา นม อาหารสด

ตัวอย่าง

ร้านขายยา หรือโรงงานอาหาร จะเลือกขายสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อน ไม่ว่าจะเข้ามาหลังล็อตอื่น
ระบบนี้ช่วยลดการสูญเสียจากการต้องทิ้งสินค้าหมดอายุ
ข้อดี:

ลดความสูญเสียสินค้า
เหมาะกับสินค้าที่เน่าเสียง่ายหรือเสื่อมสภาพเร็ว
ข้อจำกัด:

ต้องติดตามวันหมดอายุอย่างแม่นยำ
การจัดการซับซ้อนกว่าระบบ FIFO

การเลือกใช้ระบบให้เหมาะสม
ธุรกิจอาหารสดและยา ใช้ FEFO เพื่อหลีกเลี่ยงสินค้าหมดอายุ
ร้านค้าปลีกทั่วไป ใช้ FIFO เพราะง่ายและปลอดภัย
ธุรกิจวัสดุหรือสินค้าราคาผันผวน ใช้ LIFO เพื่อสะท้อนต้นทุนปัจจุบัน
ตัวอย่างธุรกิจจริง:

ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตใช้ FIFO สำหรับของสดและของแห้ง
โรงงานนมใช้ FEFO เพื่อให้สินค้าส่งถึงร้านขายปลีกยังมีอายุเพียงพอ
บริษัทวัสดุก่อสร้างใช้ LIFO เพื่อสะท้อนต้นทุนเหล็กและคอนกรีตที่ผันผวน

สรุป

การบริหารสต็อกสินค้าไม่ใช่แค่เก็บและขาย แต่ต้องรู้จักเลือก ระบบที่เหมาะสมกับสินค้าและกลยุทธ์ธุรกิจ

FIFO สินค้าหมดอายุช้า ไม่เน่าเสียง่าย
LIFO สินค้าผลิตใหม่ ราคาผันผวน
FEFO สินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน
การเลือกใช้ระบบอย่างเหมาะสมช่วยให้ธุรกิจลดการสูญเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการขาย และสามารถวางแผนสต็อกได้ชาญฉลาด

สุดท้าย การบริหารสต็อกอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังช่วยให้ลูกค้าได้รับสินค้าคุณภาพดีตรงเวลา และทำให้ธุรกิจแข่งขันได้อย่างยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่แค่ส่งของ! บริการรับพัสดุถึงออฟฟิศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ธุรกิจคุณได้อย่างไร?
หลายคนอาจมองว่าบริการรับพัสดุถึงออฟฟิศเป็นเพียง "ความสะดวกสบาย" แต่บทความนี้จะชี้ให้เห็นว่ามันคือ "เครื่องมือทางกลยุทธ์" ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ธุรกิจของคุณได้อย่างไรบ้าง
ร่วมมือ.jpg Contact Center
13 ส.ค. 2025
สร้างทีมคลังสินค้าขั้นเทพ: 5 ทักษะที่พนักงานคลังยุคใหม่ต้องมี
เบื้องหลังคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ, Layout ที่สมบูรณ์แบบ, และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ขับเคลื่อนทุกอย่างให้สำเร็จก็คือ "คน" ครับ ต่อให้ระบบดีแค่ไหน แต่หากทีมงานขาดทักษะที่จำเป็น ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
2 ส.ค. 2025
บทสรุป: โลจิสติกส์แห่งอนาคตต้องยั่งยืนและใช้เทคโนโลยี
สำรวจภาพรวมของโลจิสติกส์ในอนาคต ที่เน้นความยั่งยืนและเทคโนโลยีอัจฉริยะเป็นหัวใจหลักของการขนส่งยุคใหม่
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
13 พ.ย. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้