แชร์

ประกันภัยขนส่งสินค้าจำเป็นแค่ไหน? สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องพิจารณาก่อนจัดส่ง

ร่วมมือ.jpg Contact Center
อัพเดทล่าสุด: 27 ส.ค. 2025
8 ผู้เข้าชม

ประกันภัยขนส่งสินค้าจำเป็นแค่ไหน? สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องพิจารณาก่อนจัดส่ง
 

ในฐานะเจ้าของธุรกิจ การจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัยและตรงเวลาคือหัวใจสำคัญ แต่ระหว่างเส้นทางจากคลังของคุณไปยังปลายทางนั้น เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ไม่คาดฝัน ตั้งแต่อุบัติเหตุบนท้องถนน, ภัยธรรมชาติ, ไปจนถึงการโจรกรรม คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้น: "ประกันภัยขนส่งสินค้า (Freight Insurance)" ที่ดูเหมือนเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มนั้น มีความจำเป็นจริงๆ หรือไม่?

เจ้าของธุรกิจหลายคน โดยเฉพาะกลุ่ม SME อาจมองข้ามการทำประกันเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยเชื่อว่าความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายนั้นมีน้อย หรือเข้าใจผิดว่าผู้ให้บริการขนส่งจะรับผิดชอบทั้งหมดอยู่แล้ว ซึ่งนั่นคือความเข้าใจที่อาจสร้างความเสียหายให้ธุรกิจของคุณได้อย่างมหาศาล บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมประกันภัยขนส่งจึงสำคัญ และมีปัจจัยอะไรบ้างที่คุณต้องพิจารณาประกอบการตัดสินใจ

 

ความเข้าใจผิดที่อันตราย: "ความรับผิดชอบของผู้ขนส่ง" VS "ประกันภัยขนส่งสินค้า"
 
ก่อนอื่นต้องแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันให้ชัดเจน:

  1. ความรับผิดชอบของผู้ขนส่ง (Carrier Liability):
    • นี่คือการชดเชยค่าเสียหาย "ขั้นพื้นฐาน" ที่ผู้ให้บริการขนส่งทุกรายมีตามกฎหมาย ซึ่ง ไม่ใช่การประกันภัย
    • ข้อจำกัดสำคัญ: การชดเชยมักจะ จำกัดวงเงิน และคำนวณตาม "น้ำหนัก" ของสินค้า ไม่ใช่ "มูลค่าจริง" (เช่น ชดเชยให้กิโลกรัมละไม่เกิน xxx บาท)
    • มีข้อยกเว้นมากมาย เช่น เหตุสุดวิสัย (ภัยธรรมชาติ, การจลาจล) ที่ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดชอบ
    • สรุป: หากสินค้ามูลค่าสูงแต่น้ำหนักเบาของคุณเสียหาย (เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) เงินชดเชยที่ได้จากส่วนนี้อาจน้อยนิดจนน่าใจหาย
  2. ประกันภัยขนส่งสินค้า (Freight Insurance):
    • นี่คือกรมธรรม์ที่คุณซื้อ "เพิ่มเติม" จากบริษัทประกันภัยโดยตรง เพื่อคุ้มครองสินค้าของคุณโดยเฉพาะ
    • ข้อดี: ให้ความคุ้มครองตาม "มูลค่าเต็มของสินค้า" ที่คุณสำแดงไว้
    • ครอบคลุมความเสี่ยงได้กว้างกว่า ทั้งการสูญหายและเสียหายจากเหตุการณ์ต่างๆ
    • สรุป: เป็นการโอนความเสี่ยงทางการเงินจากธุรกิจของคุณไปยังบริษัทประกัน ทำให้คุณอุ่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน คุณจะได้รับค่าชดเชยที่คุ้มค่า

 

Checklist 5 ข้อ: สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจทำประกัน
 
แล้วธุรกิจของคุณควรทำประกันขนส่งสินค้าหรือไม่? ลองตอบคำถาม 5 ข้อนี้เพื่อประเมินความเสี่ยงของคุณเอง

  1. มูลค่าของสินค้าสูงแค่ไหน?
    • หลักการง่ายๆ: ยิ่งสินค้ามีมูลค่าสูง ความเสี่ยงทางการเงินของคุณก็ยิ่งสูงตามไปด้วย หากการสูญเสียสินค้าล็อตเดียวอาจทำให้กระแสเงินสดของบริษัทสะดุด การทำประกันก็แทบจะเป็นสิ่งจำเป็น
  2. สินค้าของคุณเปราะบางหรือมีความเสี่ยงเฉพาะตัวหรือไม่?
    • สินค้าบางประเภทมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ เช่น เครื่องแก้ว, เซรามิก, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, งานศิลปะ, หรือสินค้าที่เน่าเสียง่าย (ผลไม้, อาหารสด) หากสินค้าของคุณอยู่ในกลุ่มนี้ การมีประกันจะช่วยลดความกังวลไปได้มาก
  3. เส้นทางการขนส่งมีความเสี่ยงเพียงใด?
    • การขนส่งในประเทศอาจมีความเสี่ยงน้อยกว่าการขนส่งไปต่างประเทศที่ต้องผ่านหลายขั้นตอนและหลายรูปแบบการขนส่ง (รถ-เรือ-เครื่องบิน) รวมถึงเส้นทางที่ต้องผ่านพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติหรือมีสถิติการโจรกรรมสูง
  4. คุณยอมรับความเสียหายทางการเงินได้มากน้อยแค่ไหน? (Financial Tolerance)
    • ถามตัวเองอย่างจริงจังว่า "ถ้ารถคว่ำหรือเรือล่มวันนี้ และสินค้าทั้งหมดเสียหาย ธุรกิจของเราจะรับมือกับความสูญเสียทางการเงินนี้ไหวหรือไม่?" สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การสูญเสียเพียงครั้งเดียวอาจรุนแรงถึงขั้นต้องปิดกิจการ
  5. เงื่อนไขในสัญญาซื้อขายกับลูกค้าเป็นอย่างไร?
    • ตรวจสอบเงื่อนไขการส่งมอบ (Incoterms) ที่ตกลงกับลูกค้าให้ดี ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบความเสี่ยงของสินค้าระหว่างการขนส่ง บางครั้งในสัญญาอาจระบุให้ฝ่ายคุณ (ผู้ขาย) เป็นผู้รับผิดชอบจนกว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้า ซึ่งหมายความว่าความเสี่ยงทั้งหมดยังคงอยู่กับคุณ

 

บทสรุป

ประกันภัยขนส่งสินค้าไม่ใช่ "ค่าใช้จ่าย" ที่ไม่จำเป็น แต่คือ "การลงทุนในการบริหารความเสี่ยง" ที่ชาญฉลาด มันคือเครื่องมือที่ช่วยปกป้องรากฐานทางการเงินของธุรกิจคุณ คำถามที่แท้จริงจึงอาจไม่ใช่ "เราสามารถจ่ายค่าเบี้ยประกันได้หรือไม่?" แต่ควรเป็น "ธุรกิจของเราสามารถรับความเสี่ยงจากการไม่ทำประกันได้หรือไม่?"

ก่อนการจัดส่งครั้งต่อไป ลองใช้เวลาพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ และปรึกษาผู้ให้บริการขนส่งหรือบริษัทประกันภัย เพื่อเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ อย่าปล่อยให้ความสำเร็จของธุรกิจต้องแขวนอยู่บนความไม่แน่นอนของเส้นทาง

 

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-3039620
อีเมล: bstransport_bkk@hotmail.com

ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
คลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย!
https://www.bsgroupth.com/e-fulfillment-stock-pack-ship 

 

#ประกันภัยขนส่งสินค้า #FreightInsurance #บริหารความเสี่ยง #SME #เจ้าของธุรกิจ #โลจิสติกส์ #SupplyChain #นำเข้าส่งออก #ขนส่งสินค้า #รอบรู้เรื่องธุรกิจ #ประกันภัย #วางแผนธุรกิจ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เบื้องหลังทุกพัสดุ: เปิดโลกการทำงานในบริษัทขนส่งยุคใหม่ โอกาสที่คุณก็เป็นเจ้าของได้
ทุกครั้งที่คุณคลิกสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรือรอรับพัสดุสำคัญที่หน้าประตู เคยสงสัยไหมครับว่ามีใครบ้างที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อให้พัสดุชิ้นนั้นเดินทางมาถึงมือคุณอย่างปลอดภัยและตรงเวลา? อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และบริษัทขนส่งในยุคใหม่นั้น เป็นมากกว่าแค่การขับรถส่งของ แต่มันคือโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี, การวางแผน, และทีมเวิร์คที่น่าทึ่ง
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
30 ส.ค. 2025
เบิ้องหลังการทํางาน สร้างวิดีโอ PRODUCT REVIEW อย่างไรให้ลูกค้าเชื่อ
เบื้องหลังการทำวิดีโอ Product Review ให้ลูกค้าเชื่อถือได้นั้น ไม่ใช่แค่การพูดถึงสินค้าตามสคริปต์ แต่เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการทำงานที่มีระบบและจริงใจ นี่คือข้อมูลเชิงลึกที่คุณควรรู้
ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
28 ส.ค. 2025
ด่านสุดท้ายสู่ใจลูกค้า: ทำไม Last-Mile Delivery คือหัวใจของ E-commerce ยุคใหม่
เคยสังเกตไหมว่า พัสดุชิ้นหนึ่งอาจเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรจากคลังสินค้าข้ามจังหวัดมาถึงศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่ของคุณได้อย่างรวดเร็ว แต่ "กิโลเมตรสุดท้าย" จากศูนย์กระจายสินค้าไปสู่หน้าประตูบ้านของคุณ กลับเป็นช่วงที่ท้าทาย, ซับซ้อน, และมีต้นทุนสูงที่สุด ช่วงเวลาสำคัญนี้คือสิ่งที่วงการโลจิสติกส์เรียกว่า "Last-Mile Delivery"
ปาล์ม นักศึกษาฝึกงาน
30 ส.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ