แชร์

เจาะลึกเรื่องต้องรู้! ภาษีนำเข้าและพิธีการศุลกากรเมื่อส่งของไปต่างประเทศ

ร่วมมือ.jpg Contact Center
อัพเดทล่าสุด: 31 ก.ค. 2025
724 ผู้เข้าชม

เจาะลึกเรื่องต้องรู้! ภาษีนำเข้าและพิธีการศุลกากรเมื่อส่งของไปต่างประเทศ

เมื่อคุณส่งพัสดุข้ามประเทศ มันไม่ใช่แค่การเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B แต่พัสดุของคุณจะต้องเดินทางผ่าน "ด่าน" ที่สำคัญด่านหนึ่ง นั่นคือ "ศุลกากร" (Customs) ซึ่งเป็นหน่วยงานของประเทศปลายทาง และนี่คือจุดที่คำว่า "ภาษีนำเข้า" (Import Duties & Taxes) เข้ามามีบทบาท

สำหรับมือใหม่ สองคำนี้อาจฟังดูน่ากังวลและซับซ้อน แต่ไม่ต้องห่วงครับ บทความนี้จะมาเจาะลึกและอธิบายเรื่องที่ต้องรู้ทั้งหมดแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเตรียมตัวส่งของไปต่างประเทศได้อย่างมั่นใจและราบรื่น

 

1."พิธีการศุลกากร" คืออะไร?

ให้ลองนึกภาพว่า "ศุลกากร" คือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประตูทางเข้าของแต่ละประเทศ ทุกครั้งที่พัสดุของคุณเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง จะต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "พิธีการศุลกากร" ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบพัสดุของคุณเพื่อวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ

  1. ตรวจสอบของต้องห้าม: เช็คให้แน่ใจว่าสินค้าในกล่องไม่ใช่ของผิดกฎหมายหรือของต้องห้ามนำเข้าในประเทศนั้นๆ
  2. ตรวจสอบความถูกต้อง: ดูว่ารายละเอียดสินค้าและมูลค่าที่สำแดงไว้ในเอกสาร (Commercial Invoice) ตรงกับของในกล่องจริงหรือไม่
  3. ประเมินภาษีนำเข้า: คำนวณภาษีและอากรต่างๆ ที่ต้องชำระ (ถ้ามี)

 

2."ภาษีนำเข้า" คำนวณจากอะไร?

นี่คือคำถามที่พบบ่อยที่สุด โดยทั่วไป ภาษีนำเข้าจะถูกคำนวณจากปัจจัยหลักๆ ดังนี้

  • มูลค่าสินค้าที่สำแดง (Declared Value): คือมูลค่าของสินค้าที่คุณกรอกลงในเอกสาร Commercial Invoice คำเตือน: คุณต้องสำแดงมูลค่าตามจริงเสมอ การสำแดงมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง (Under-value) เพื่อเลี่ยงภาษี หากถูกตรวจพบอาจนำไปสู่การถูกปรับ, การยึดพัสดุ, หรือความล่าช้าอย่างมาก
  • พิกัดศุลกากร (HS Code): คือรหัสตัวเลขสากลที่ใช้จำแนกประเภทของสินค้าแต่ละชนิด สินค้าแต่ละประเภทจะมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน
  • อัตราภาษีของประเทศปลายทาง: แต่ละประเทศมีกฎเกณฑ์และอัตราภาษีที่ไม่เหมือนกัน สินค้าชนิดเดียวกันส่งไปอเมริกาอาจเสียภาษีในอัตราหนึ่ง แต่ส่งไปยุโรปอาจเสียในอีกอัตราหนึ่ง

 

3.ใครคือผู้รับผิดชอบค่าภาษี? (เรื่องสำคัญที่ต้องรู้)

โดยทั่วไปแล้ว ผู้รับปลายทาง (Recipient) คือผู้รับผิดชอบในการชำระภาษีนำเข้า ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ในการขนส่งระหว่างประเทศจะมีเงื่อนไขการส่งมอบ (Incoterms) อยู่ 2 แบบหลักๆ คือ

  • DDU/DAP (Delivered Duty Unpaid): เป็นวิธีมาตรฐานที่สุด ผู้ส่งจะจ่ายแค่ "ค่าขนส่ง" ส่วนภาษีนำเข้าที่เกิดขึ้น ณ ประเทศปลายทางทั้งหมด "ผู้รับ" จะต้องเป็นคนจ่ายให้กับศุลกากรก่อนจึงจะรับของได้
  • DDP (Delivered Duty Paid): เป็นบริการพิเศษที่ "ผู้ส่ง" เลือกที่จะจ่ายรวบยอดทั้งหมดตั้งแต่ต้นทาง ทั้งค่าขนส่งและค่าภาษีนำเข้าที่คาดว่าจะเกิดขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับการส่งของขวัญ หรือร้านค้าที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าปลายทางไม่ต้องวุ่นวายเรื่องภาษี

 

4.3 เคล็ดลับลดปัญหาที่ด่านศุลกากร

  1. สำแดงข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน: ระบุรายละเอียดสินค้าแต่ละชิ้น, จำนวน, และมูลค่าตามจริงอย่างชัดเจนใน Commercial Invoice
  2. เตรียมเอกสารให้พร้อม: เอกสารที่สมบูรณ์และถูกต้องคือเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณที่ด่านศุลกากร มันจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
  3. ปรึกษาผู้ให้บริการขนส่ง: วิธีที่ดีที่สุดคือการสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ บริษัทขนส่งที่มีประสบการณ์จะสามารถให้คำแนะนำที่แม่นยำเกี่ยวกับเอกสารและข้อบังคับของแต่ละประเทศได้

การเข้าใจเรื่องศุลกากรและภาษีนำเข้า จะช่วยให้คุณวางแผนการจัดส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของปัญหาและความล่าช้า ทำให้พัสดุของคุณถึงมือผู้รับได้อย่างราบรื่น

 

 

ต้องการส่งของไปต่างประเทศติดต่อเราได้ที่

  • โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-303-9620
  • อีเมล: bstransport_bkk@hotmail.com
  • ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210

คลิ๊กดูรายละเอียดบริการและติดต่อเราได้ที่นี่เลย!

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่แค่ 'ลูกค้า' แต่คือ 'Persona': จัดกลุ่มลูกค้าอย่างไรให้เสนอบริการได้ตรงใจ
ในธุรกิจโลจิสติกส์และ Fulfillment การพยายามใช้บริการรูปแบบเดียวเพื่อตอบสนองลูกค้าทุกคน ก็เหมือนการใช้กุญแจดอกเดียวพยายามไขประตูทุกบาน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเป็นไปไม่ได้ ลูกค้าแต่ละรายมีความต้องการ, ปัญหา, และความคาดหวังที่แตกต่างกัน การ "จัดประเภทของกลุ่มลูกค้า" (Customer Segmentation) หรือการสร้าง "Persona" คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าใจพวกเขาในเชิงลึก และสามารถเสนอบริการที่ "ใช่" ได้อย่างตรงใจและสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
30 ก.ย. 2025
Brand Manifesto คืออะไร? สร้างคำประกาศตัวตนให้แบรนด์ของคุณ
ในโลกธุรกิจที่การแข่งขันดุเดือดและผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายดาย การมีแค่สินค้าหรือบริการที่ดีอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่ทำให้แบรนด์หนึ่งโดดเด่นและครองใจลูกค้าได้อย่างยั่งยืนคือ "ความเป็นตัวตน" ที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ Brand Manifesto (คำประกาศตัวตนของแบรนด์) จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ได้เปล่งเสียง "ทำไม" แบรนด์ถึงถือกำเนิดขึ้นมา และ "เชื่อมั่น" ในสิ่งใด Brand Manifesto ไม่ใช่เพียงแค่พันธกิจ (Mission) หรือวิสัยทัศน์ (Vision) แต่คือการประกาศหลักการ ปรัชญา และคุณค่าหลักของแบรนด์ออกมาอย่างเร้าใจและสร้างแรงบันดาลใจ แล้ว Brand Manifesto คืออะไร และจะสร้างคำประกาศที่ทรงพลังให้กับแบรนด์ของคุณได้อย่างไร? มาหาคำตอบกัน
Gemini_Generated_Image_bjhh8wbjhh8wbjhh.png ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )
16 ต.ค. 2025
AI ช่วยลด พัสดุหาย ได้ยังไง?
เคยไหม? ส่งของแล้วลูกค้าบอก ยังไม่ได้รับ พอเช็กกลับไป ของหายระหว่างทาง ไม่รู้หายตอนไหน ไม่รู้ว่าใครเป็นคนรับผิดชอบ นี่คือปัญหาใหญ่ในโลจิสติกส์และ AI กำลังกลายเป็น ผู้ช่วยสืบสวน ที่แม่นยำกว่าคนหลายเท่า
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
4 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้