ส่งของหนัก 140 KG ต้องทำยังไง? เคล็ดลับแพ็คของและเลือกขนส่งที่ใช่
ส่งของหนัก 140 KG ต้องทำยังไง? เคล็ดลับแพ็คของและเลือกขนส่งที่ใช่
การส่งพัสดุทั่วไปอาจเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อต้องจัดการกับ "ของหนัก" ระดับ 140 กิโลกรัม ความท้าทายจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร, อะไหล่รถยนต์, หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ การขนส่งสินค้าประเภทนี้ต้องอาศัยทั้งเทคนิคการแพ็คที่เหนือชั้นและการเลือกผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ บทความนี้จะมาเปิดเคล็ดลับทั้งหมดที่คุณต้องรู้เพื่อจัดการของหนักชิ้นนี้ให้อยู่หมัดPart 1: เทคนิคการแพ็คของหนัก
การแพ็คของหนัก 140 KG ไม่สามารถใช้กล่องพัสดุธรรมดาได้ ความปลอดภัยของสินค้าและคนขนส่งคือสิ่งสำคัญสูงสุด
- ทิ้งกล่องกระดาษไปได้เลย: สำหรับน้ำหนักระดับนี้ บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมคือ "ลังไม้" หรือการนำสินค้าวางบน "พาเลท (Pallet)" แล้วทำการรัดและหุ้มฟิล์มให้แน่นหนา หากจำเป็นต้องใช้กล่อง ต้องเป็นกล่องกระดาษอัดชนิดหนาพิเศษ (Triple-wall corrugated) ที่ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักสูงโดยเฉพาะ
- การจัดวางและรองรับน้ำหนัก: วางสินค้าที่มีน้ำหนักมากที่สุดไว้ด้านล่างสุดและกระจายน้ำหนักให้สมดุลทั่วทั้งฐานพาเลทหรือลังไม้ ใช้วัสดุรองรับภายใน เช่น โฟมฉีดขึ้นรูป (Foam-in-place), แผ่นไม้กั้น หรือตัวค้ำยัน เพื่อป้องกันสินค้าเคลื่อนที่
- ล็อคสินค้าให้อยู่หมัด: ใช้ สายรัดพลาสติก (Strapping) หรือสายรัดเหล็ก ล็อคตัวสินค้าเข้ากับพาเลทหรือลังให้แน่นหนาหลายๆ แนว ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เพื่อป้องกันการโคลงเคลง
- ห่อหุ้มหลายชั้น: หลังจากรัดแล้ว ให้ห่อหุ้มสินค้าทั้งหมดด้วยฟิล์มยืด (Stretch Film) หลายๆ รอบ เพื่อป้องกันความชื้นและฝุ่นละออง สำหรับมุมที่แหลมคมให้หาแผ่นพลาสติกหรือกระดาษแข็งมาหุ้มก่อน เพื่อไม่ให้ฟิล์มขาด
- ติดป้ายเตือนให้ชัดเจน: ติดป้ายที่มีข้อความว่า "HEAVY LIFT" (ของหนัก), "TEAM LIFT" (ต้องใช้ทีมยก) หรือสัญลักษณ์แสดงจุดศูนย์ถ่วง (Center of Gravity) และสัญลักษณ์ "ระวังแตก" (Fragile) ให้เห็นเด่นชัดทุกด้าน
Part 2: การเลือกบริษัทขนส่งสำหรับของหนักโดยเฉพาะ
บริษัทขนส่งพัสดุด่วนทั่วไป (Express Courier) มักจำกัดน้ำหนักต่อชิ้นไม่เกิน 70 กิโลกรัม สำหรับของหนัก 140 KG คุณต้องมองหาผู้ให้บริการ "ขนส่งสินค้า (Freight/Logistics)"
ใครคือผู้ให้บริการที่ใช่?
- ไปรษณีย์ไทย บริการ EMS JUMBO: รับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 200 กิโลกรัม เหมาะสำหรับการส่งในประเทศ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและมีสาขาทั่วถึง
- บริษัทขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ (Freight Forwarder): เช่น Golod Transport, Deliveree (ในบางประเภทรถ), หรือบริษัทโลจิสติกส์อื่นๆ ที่มีบริการขนส่งแบบเหมาคันหรือขนส่งสินค้าหนักโดยตรง
- บริษัทขนส่งเอกชนเฉพาะทาง: มีบริษัทที่รับขนส่งของหนักโดยเฉพาะหลายแห่ง ซึ่งมักมีบริการรับของถึงที่และมีอุปกรณ์ทุ่นแรงพร้อม
- ประเภทบริการ: เป็นบริการแบบ Door-to-Door (รับและส่งถึงที่) หรือไม่?
- อุปกรณ์ช่วยเหลือ: สอบถามว่ามีบริการรถยก (Forklift) หรือทีมงานช่วยยกสินค้า عندการรับและส่งหรือไม่ เพราะคุณไม่สามารถยกของ 140 KG คนเดียวได้แน่นอน
- การประกันสินค้า: ตรวจสอบวงเงินประกันความเสียหายว่าครอบคลุมมูลค่าสินค้าของคุณหรือไม่ และเงื่อนไขเป็นอย่างไร
- ราคา: การขนส่งของหนักมักคิดราคาตามน้ำหนัก, ขนาด (ปริมาตร) และระยะทาง ควรขอใบเสนอราคาจากหลายๆ ที่เพื่อเปรียบเทียบ
สรุปส่งท้าย การส่งของหนัก 140 กิโลกรัม ต้องเริ่มต้นจากการ "แพ็ค" ที่แข็งแรงและปลอดภัยบนพาเลทหรือลังไม้เป็นอันดับแรก จากนั้นจึง "เลือก" ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า (Freight) ที่มีความเชี่ยวชาญและมีเครื่องมือพร้อม อย่าพึ่งพาบริการส่งพัสดุแบบปกติ การวางแผนอย่างรอบคอบในสองส่วนนี้ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ของชิ้นใหญ่ของคุณไปถึงปลายทางในสภาพสมบูรณ์ 100%
Quiz: ทดสอบความแม่น! คุณรู้จักการส่งของหนัก 140kg ดีแค่ไหน
ข้อที่ 1: สำหรับสินค้าหนัก 140 กิโลกรัม บรรจุภัณฑ์รูปแบบใดเหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับการขนส่ง?
A) กล่องพัสดุขนาดใหญ่พิเศษ 2 กล่องซ้อนกัน
B) ห่อด้วยฟิล์มยืด (Stretch Film) หลายๆ ชั้น
C) การวางบนพาเลท (Pallet) หรือใส่ลังไม้
D) ใส่ถุงพลาสติกขนาดใหญ่แล้วมัดให้แน่น
ข้อที่ 2:หากต้องการส่งของหนัก 140 กิโลกรัม ควรเลือกใช้บริการขนส่งประเภทใด?
A) บริษัทขนส่งพัสดุด่วนทั่วไป (Express Courier)
B) บริษัทขนส่งสินค้า (Freight/Logistics)
C) แอปพลิเคชันเรียกรถมอเตอร์ไซค์ส่งของ
D) บริการแท็กซี่ (Taxi)
ข้อที่ 3:อุปกรณ์ทุ่นแรงที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการยกหรือเคลื่อนย้ายของหนัก 140 กิโลกรัม คืออะไร?
A) รถเข็นของ 2 ล้อ
B) เชือกเส้นใหญ่สำหรับลาก
C) แผ่นไม้กระดานสำหรับทำทางลาด
D) รถยก (Forklift) หรือทีมงานช่วยยกโดยเฉพาะ
ข้อที่ 4:หลังจากวางของบนพาเลทแล้ว ควรทำสิ่งใดต่อเพื่อ 'ล็อก' สินค้าไม่ให้โคลงเคลงหรือเคลื่อนที่?
A) ใช้เทปกาวพันรอบฐานหลายๆ รอบ
B) วางของหนักอื่นๆ ทับไว้ด้านบน
C) ใช้สายรัดพลาสติก (Strapping) หรือสายรัดเหล็ก
D) นำหมอนหรือผ้านุ่มๆ มาวางคั่นไว้
ข้อที่ 5:ป้ายเตือนที่สำคัญที่สุดที่ควรติดบนพัสดุหนัก 140 กิโลกรัม เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ขนส่งคืออะไร?
A) ป้าย 'ระวังแตก' (Fragile)
B) ป้าย 'ขอบคุณ' (Thank You)
C) ป้ายที่อยู่ผู้รับขนาดใหญ่พิเศษ
D) ป้าย 'ของหนัก' (HEAVY LIFT / TEAM LIFT)
เฉลย .......
ข้อที่1 C) การวางบนพาเลท (Pallet) หรือใส่ลังไม้
ข้อที่2 B) บริษัทขนส่งสินค้า (Freight/Logistics)
ข้อที่3 D) รถยก (Forklift) หรือทีมงานช่วยยกโดยเฉพาะ
ข้อที่4 C) ใช้สายรัดพลาสติก (Strapping) หรือสายรัดเหล็ก
ข้อที่5 D) ป้าย 'ของหนัก' (HEAVY LIFT / TEAM LIFT)
ข้อมูลติดต่อและรายละเอียดเพิ่มเติม:
ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-303-9620
อีเมล: bstransport_bkk@hotmail.com
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17, 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
คลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย! https://www.bsgroupth.com/parcel-delivery-service-to-customers-home