แชร์

อยากเปิดจุดรับพัสดุต้องรู้อะไรบ้าง? 5 ขั้นตอนสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่ง

ร่วมมือ.jpg Contact Center
อัพเดทล่าสุด: 24 ก.ค. 2025
620 ผู้เข้าชม

อยากเปิดจุดรับพัสดุต้องรู้อะไรบ้าง? 5 ขั้นตอนสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่ง
 

ในยุคที่ E-commerce เติบโตแบบก้าวกระโดด ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งจึงกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่หลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ การ "เปิดจุดรับพัสดุ" หรือร้านแฟรนไชส์ขนส่ง คือหนึ่งในโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะมีระบบรองรับและแบรนด์ที่แข็งแกร่งช่วยลดความเสี่ยง แต่ก่อนจะก้าวไปถึงจุดนั้น มีอะไรบ้างที่คุณต้องรู้และเตรียมตัว?

บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ ที่จะพาคุณไปทีละขั้นตอน (Step-by-step) ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงวันที่ร้านของคุณพร้อมเปิดให้บริการ รับรองว่าอ่านจบแล้วเห็นภาพชัดเจนแน่นอน!



ขั้นตอนที่ 1: ศึกษาและเลือกแบรนด์แฟรนไชส์ที่ "ใช่"

นี่คือด่านแรกและสำคัญที่สุด เพราะการเลือกพาร์ทเนอร์ที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจจากแบรนด์ที่เห็นบ่อยๆ แต่ให้พิจารณาปัจจัยเหล่านี้ประกอบกัน:

  • ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ: แบรนด์เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในตลาดมากน้อยแค่ไหน? มีปัญหาเรื่องพัสดุตกค้างหรือบริการล่าช้าบ่อยหรือไม่?
  • เงื่อนไขและค่าแฟรนไชส์: งบประมาณเริ่มต้นเท่าไหร่? มีค่าธรรมเนียมรายเดือน/รายปี (Royalty Fee) หรือค่าการตลาด (Marketing Fee) เพิ่มเติมหรือไม่?
  • การสนับสนุนจากบริษัทแม่ (Franchisor Support): มีการฝึกอบรมให้หรือไม่? มีระบบจัดการร้าน (POS) ให้ใช้ไหม? ช่วยทำการตลาดให้ในภาพรวมระดับประเทศอย่างไร? มีที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาหรือไม่?
  • ผลตอบแทนและส่วนแบ่งรายได้: โครงสร้างการแบ่งผลกำไรเป็นอย่างไร? ค่าคอมมิชชั่นต่อพัสดุหนึ่งชิ้นคุ้มค่าเหนื่อยหรือไม่?
  • ข้อกำหนดและข้อบังคับ: มีข้อจำกัดอะไรบ้าง เช่น การตกแต่งร้าน, การขายสินค้าอื่นเสริม, หรือการทำโปรโมชั่นของตัวเอง

Pro-Tip: ควรลิสต์รายชื่อแบรนด์แฟรนไชส์ที่สนใจอย่างน้อย 3-4 แบรนด์ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบกันอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

 

ขั้นตอนที่ 2: การเลือก "ทำเลทอง" คือหัวใจ
 
ต่อให้แบรนด์ดีแค่ไหน แต่ถ้าอยู่ในทำเลที่ไม่มีคน ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ หลักการเลือกทำเลสำหรับร้านรับส่งพัสดุคือ:

  • แหล่งชุมชน: อยู่ในหมู่บ้านจัดสรร, คอนโดมิเนียม, หรือย่านหอพักที่มีคนอาศัยอยู่หนาแน่น
  • ใกล้แหล่งค้าขาย: ใกล้ตลาด, ตลาดนัด, หรือโซนที่มีร้านค้าออนไลน์เยอะ จะช่วยดึงดูดกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ามาใช้บริการ
  • การมองเห็นและการเข้าถึง: ร้านควรตั้งอยู่ในจุดที่มองเห็นง่าย ติดถนน หรือมีป้ายบอกทางชัดเจน
  • ที่จอดรถ: "ที่จอดรถ" คือแม่เหล็กชั้นดี! ลูกค้าที่ต้องขนของหนักๆ หรือมาส่งของจำนวนมาก จะเลือกร้านที่จอดรถสะดวกสบายก่อนเสมอ
  • คู่แข่งในพื้นที่: สำรวจดูว่าในรัศมี 1-2 กิโลเมตร มีคู่แข่งแบรนด์เดียวกันหรือแบรนด์อื่นอยู่หรือไม่? ถ้ามี ร้านของเรามีจุดเด่นอะไรที่จะสู้ได้?

 

ขั้นตอนที่ 3: วางแผน "งบประมาณ" และเตรียมความพร้อม

เมื่อเลือกแบรนด์และทำเลได้แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมเงินลงทุน ซึ่งควรแบ่งออกเป็นส่วนๆ ให้ชัดเจน:

งบลงทุนเริ่มต้น:

  • ค่าแฟรนไชส์: จ่ายครั้งแรกเพื่อแลกกับสิทธิ์ในการใช้แบรนด์และระบบ
  • ค่าตกแต่งและปรับปรุงสถานที่: ให้เป็นไปตามมาตรฐานของแฟรนไชส์
  • ค่าอุปกรณ์ในร้าน: เช่น คอมพิวเตอร์, เครื่องปริ้นท์, เครื่องสแกนบาร์โค้ด, เครื่องชั่งน้ำหนัก, โต๊ะ, เก้าอี้, ชั้นวางของ
  • ค่าสินค้าและวัสดุสิ้นเปลืองล็อตแรก: กล่องพัสดุ, เทปกาว, บับเบิ้ลกันกระแทก

เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital):

  • สำคัญมาก! ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าเช่า, ค่าน้ำ-ค่าไฟ, และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในช่วง 3-6 เดือนแรกที่ร้านอาจจะยังมีรายได้ไม่คงที่

หลังจากเตรียมงบพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลา จดทะเบียนพาณิชย์ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเซ็นสัญญาแฟรนไชส์เพื่อเข้าสู่กระบวนการอบรมต่อไป

 

ขั้นตอนที่ 4: การเตรียมร้านให้พร้อมเปิด 100%

ขั้นตอนนี้คือการแปลงโฉมพื้นที่ว่างให้กลายเป็นร้านรับส่งพัสดุเต็มรูปแบบ:

  • ตกแต่งร้าน: ดำเนินการทาสี, ติดตั้งป้าย, และจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามแบบมาตรฐานที่แฟรนไชส์กำหนด
  • ติดตั้งระบบ: ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์, อินเทอร์เน็ต, และระบบ POS ที่เชื่อมต่อกับสำนักงานใหญ่
  • จัดวางสินค้า: นำวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล่องพัสดุขนาดต่างๆ มาจัดวางบนชั้นให้ลูกค้าเลือกซื้อง่าย
  • วางแผนผังร้าน: จัดทางเดินให้ลูกค้าสะดวกสบาย แยกพื้นที่รับพัสดุและพื้นที่แพ็คของให้เป็นสัดส่วน

 

ขั้นตอนที่ 5: "การตลาด" ช่วงเปิดร้านและสร้างฐานลูกค้า

ร้านพร้อม คนพร้อม ก็ถึงเวลาประกาศให้โลกรู้

1. การตลาดออฟไลน์:  

  • ติดป้ายไวนิลประกาศ "เปิดแล้ววันนี้!" พร้อมโปรโมชั่นเด็ดๆ
  • เดินแจกใบปลิวตามบ้านหรือร้านค้าในบริเวณใกล้เคียง

2. การตลาดออนไลน์ (สำคัญมากในยุคนี้):

  • ปักหมุดใน Google Maps: ทำให้ลูกค้าค้นหาร้านคุณเจอได้ง่ายที่สุด
  • สร้างเพจ Facebook/LINE Official Account: เพื่อแจ้งข่าวสาร, โปรโมชั่น, และสื่อสารกับลูกค้า
  • เข้าร่วมกลุ่มออนไลน์: โพสต์แนะนำร้านในกลุ่ม Facebook ของหมู่บ้าน, คอนโด, หรือชุมชนที่คุณอยู่

หัวใจคือ "บริการ": เหนือสิ่งอื่นใด การบริการที่รวดเร็ว, เป็นมิตร, และให้คำแนะนำที่ดี คือเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังที่สุดที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำและบอกต่อ

 

บทสรุป
 
การเปิดจุดรับพัสดุอาจดูเหมือนมีหลายขั้นตอน แต่หากมีการวางแผนที่ดีและทำไปทีละสเต็ป ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ การเลือกแบรนด์ที่ใช่ ทำเลที่ดี และมีการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ผสานกับหัวใจบริการที่เป็นเลิศ จะเป็นกุญแจสำคัญที่นำพาธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งของคุณไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน!

 

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่
โทรศัพท์: 02-114-8855 หรือ 086-303-9620
อีเมล: bstransport_bkk@hotmail.com
ที่อยู่สำนักงานใหญ่: สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5 ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17 133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210

 

#เปิดจุดรับพัสดุ #แฟรนไชส์ขนส่ง #ธุรกิจส่วนตัว #SME #เถ้าแก่ใหม่ #ลงทุนอะไรดี #โลจิสติกส์ #ECommerce #สอนทำธุรกิจ #คู่มือธุรกิจ #ไปรษณีย์เอกชน #สร้างอาชีพ


บทความที่เกี่ยวข้อง
"ตู้ทึบ vs คอก: สินค้าแบบไหนเหมาะกับรถประเภทอะไร?"
จะจ้างรถขนของแต่เลือกไม่ถูก? ระหว่าง "รถตู้ทึบ" กับ "รถคอก" ต่างกันยังไง แบบไหนกันฝน 100% แบบไหนขนได้เยอะกว่า บทความนี้มีคำตอบ พร้อมเทคนิคเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
1 วันของ Driver ยุคใหม่: เบื้องหลังการทำงานที่คนรับพัสดุอาจไม่เคยรู้
เวลาเราสั่งของออนไลน์ สิ่งที่เราทำคือกดสั่ง รอ... แล้วก็เซ็นรับของด้วยรอยยิ้ม แต่คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ในช่วงเวลาที่เรา "รอ" นั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
หัวใจโรงงานห้ามหยุดเต้น! ขนส่ง "ตู้ไฟ & ตู้ Control" อย่างไร? ให้รอดพ้นจากแรงกระแทกและความชื้น 100%
ในโรงงานอุตสาหกรรม "ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Control Cabinet/MDB)" เปรียบเสมือนสมองและหัวใจที่สั่งการเครื่องจักรทั้งหมด ตู้ใบหนึ่งอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท! แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ภายในตู้นั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ "เปราะบาง" อย่าง PLC, Inverter และแผงวงจรซับซ้อน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับ "แรงสั่นสะเทือน" และ "ความชื้น" หากขนส่งผิดวิธี แค่ตู้กระแทกเบาๆ หรือโดนละอองฝนเพียงนิดเดียว อาจทำให้อุปกรณ์ภายในรวน สายไฟหลวม หรือเกิดสนิมที่หน้าสัมผัส ส่งผลให้เมื่อไปถึงหน้างาน... ไฟไม่เข้า เครื่องไม่เดิน โปรเจกต์ล่าช้า และค่าเสียหายบานปลาย! วันนี้ BS Transport จะมาเผยมาตรฐานการขนย้ายตู้ไฟและตู้ Control ฉบับมืออาชีพ ที่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ