แชร์

Google Maps + My Maps – เครื่องมือวางแผนเส้นทางฟรี ที่ธุรกิจรายย่อยไม่ควรมองข้าม

Screenshot_2025_09_02_160144_1.png พี่ปี
อัพเดทล่าสุด: 2 ก.ค. 2025
455 ผู้เข้าชม

Google Maps + My Maps เครื่องมือวางแผนเส้นทางฟรี ที่ธุรกิจรายย่อยไม่ควรมองข้าม

Google Maps + My Maps คืออะไร?
Google Maps คือแอปแผนที่ยอดนิยมที่คนทั่วไปใช้ในการนำทาง แต่เมื่อรวมกับเครื่องมืออย่าง Google My Maps จะกลายเป็นเครื่องมือ วางแผนเส้นทาง (Route Planning) ที่ทรงพลังสำหรับ ธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ได้เช่นกัน

Google My Maps ช่วยให้คุณสามารถ สร้างแผนที่ของตัวเอง, ปักหมุดหลายจุด, จัดกลุ่มจุดหมาย และวางลำดับการเดินทางได้ล่วงหน้า

ความสามารถเด่นของ Google Maps + My Maps
-สร้างเส้นทางด้วยหลายจุดส่ง
สามารถเพิ่มจุดหมายปลายทางได้หลายจุดใน Google Maps (สูงสุด 10 จุดต่อการนำทาง) หรือใช้ My Maps เพื่อจัดการได้มากกว่านั้น

-ปักหมุดและจัดกลุ่มในแผนที่
สร้าง Layer ต่าง ๆ สำหรับกลุ่มลูกค้า หรือเส้นทางส่งในแต่ละโซน เช่น สีแดง = เขต 1, สีฟ้า = เขต 2

-ใช้ Google Maps นำทางจริง
เมื่อวางแผนใน My Maps เสร็จ สามารถแชร์ไปยังมือถือ แล้วเปิดใน Google Maps เพื่อใช้นำทางได้ทันที

-ปรับเปลี่ยนง่าย
หากมีจุดใดเพิ่ม/ลบ หรือเส้นทางต้องเปลี่ยนกลางทาง ก็สามารถเข้าไปแก้แผนที่ได้ทันที

-แชร์แผนที่กับคนขับหรือทีมงาน
ใช้ลิงก์เพื่อให้คนขับเปิดดูแผนการจัดส่งได้โดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่

ข้อดีของการใช้ Google Maps + My Maps กับ Route Planning
ข้อดี
ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานพื้นฐาน
ใช้งานง่าย ใช้ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้ทันที
ยืดหยุ่น ปรับแผนได้ตลอดเวลา ไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ซับซ้อน
ช่วยจัดเส้นทางคร่าว ๆ ดีสำหรับการจัดส่ง 520 จุดต่อวัน
เหมาะสำหรับทีมขนาดเล็ก เช่น พ่อค้าแม่ค้า, ร้านค้า, ธุรกิจชุมชน ฯลฯ

ข้อจำกัดที่ควรรู้
-ไม่สามารถจัดเส้นทาง อัตโนมัติ ได้ (ต้องจัดลำดับเอง)
-จำกัดจำนวนจุดในการนำทาง (Google Maps = 10 จุดต่อรอบ)
-ไม่มีระบบติดตามคนขับ หรือรายงานผลลัพธ์เหมือนแพลตฟอร์มมืออาชีพ
-ไม่มี Route Optimization อัตโนมัติ

เหมาะกับใคร?
-ธุรกิจขนาดเล็กที่มีจุดส่งไม่มาก
-ร้านค้าออนไลน์ที่จัดส่งเองในพื้นที่
-พนักงานขาย หรือทีมบริการภาคสนามที่มีเขตรับผิดชอบไม่ซับซ้อน
-ผู้ที่ต้องการวางแผนเส้นทางเองแบบง่าย ๆ

ลิงก์เริ่มต้นใช้งาน
Google My Maps https://www.google.com/maps/d/

Google Maps https://www.google.com/maps

บทความจาก Chat gpt

ภาพประกอบจาก Gimini

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
"FIFO vs FEFO: สินค้าของคุณเหมาะกับระบบไหน? (ป้องกันของหมดอายุคาโกดัง)"
สต็อกบวม ของหมดอายุ ระบายของไม่ทัน แก้ได้ด้วยการเลือกระบบจัดการสินค้าให้ถูกประเภท! เจาะลึกความต่าง FIFO (เข้าก่อนออกก่อน) vs FEFO (หมดอายุก่อนออกก่อน) ธุรกิจคุณควรใช้อันไหน? อ่านเลย
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
13 ม.ค. 2026
ความปลอดภัยบนท้องถนน: มากกว่าแค่ "ส่งถึง" คือต้อง "ถึงชัวร์" เจาะลึกมาตรฐานรถบรรทุกที่ BS Transport ให้ความสำคัญสูงสุด
บนท้องถนนที่มีรถวิ่งขวักไขว่ "รถบรรทุก" มักถูกมองว่าเป็นยักษ์ใหญ่ที่น่าเกรงขาม และสิ่งที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของสินค้ากังวลที่สุดไม่ใช่แค่เรื่อง "ของจะถึงไหม?" แต่เป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้นคือ "ของจะถึงอย่างปลอดภัยหรือเปล่า?" อุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงความเสียหายต่อสินค้า ชีวิต และชื่อเสียงของแบรนด์ที่คุณสร้างมากับมือ ที่ BS Transport เราจึงไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ส่งของ แต่เราคือ "ผู้รักษาความปลอดภัย" ให้กับสินค้าของคุณ ด้วยมาตรฐานความปลอดภัย 3 ด้านที่เรายึดถืออย่างเคร่งครัด
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
13 ม.ค. 2026
เจาะลึกระบบ "Just-in-Time (JIT)": เคล็ดลับส่งของทันเวลา ที่ช่วยเสก "สต็อกบวม" ให้เป็นกำไร!
ในยุคที่ "เงินสด" คือพระเจ้า และ "พื้นที่" คือต้นทุน การมองเห็นสินค้ากองพะเนินอยู่ในโกดังอาจไม่ใช่เรื่องน่าอุ่นใจอีกต่อไป แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าเงินทุนของคุณกำลัง "จม" อยู่กับที่! วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับระบบ Just-in-Time (JIT) หรือการผลิตแบบทันเวลาพอดี เทคนิคการบริหารระดับโลกที่บริษัทรถยนต์ชั้นนำใช้ แล้วมาดูกันว่า "การขนส่งที่ตรงเวลา" จะช่วยให้ธุรกิจของคุณลดต้นทุนการเก็บสต็อกและเพิ่มกำไรได้อย่างไร?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
12 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ