"ประกันรถขนส่งสาธารณะ" สำคัญกับคุณมากกว่าที่คิด!
อัพเดทล่าสุด: 21 มิ.ย. 2025
164 ผู้เข้าชม

คุณคือ "ผู้ประสบภัย" ที่มีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครอง!
สิ่งแรกและสำคัญที่สุดที่ทุกคนควรรู้คือ เมื่อคุณก้าวขึ้นไปบนรถขนส่งสาธารณะ คุณคือ "ผู้โดยสาร" ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น คุณจัดอยู่ในกลุ่ม "ผู้ประสบภัยจากรถ" ที่มีสิทธิ์ได้รับการเยียวยาเบื้องต้นตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.) ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับที่รถขนส่งสาธารณะทุกคันต้องมี
พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรคุณบ้าง?
ค่ารักษาพยาบาล: หากได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด พ.ร.บ. จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตามจริง (แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด)
ค่าปลงศพ/ค่าสินไหมทดแทน: หากเกิดกรณีเสียชีวิต พ.ร.บ. จะจ่ายเงินชดเชยให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิต
ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด: สิ่งที่พิเศษของ พ.ร.บ. คือ ไม่ต้องรอการพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด ระบบจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้ก่อน เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว
คำแนะนำสำหรับผู้โดยสาร: หากเกิดอุบัติเหตุ สิ่งแรกที่ควรทำคือขอข้อมูลรถคันที่เกิดเหตุ เช่น ทะเบียนรถ, ชื่อบริษัทเดินรถ (ถ้ามี) หรือถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อใช้ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจาก พ.ร.บ. ของรถคันนั้น
ประกันภาคสมัครใจ: เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น
นอกจาก พ.ร.บ. แล้ว รถขนส่งสาธารณะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรถที่มีระบบบริหารจัดการที่ดี มักจะมี ประกันภัยภาคสมัครใจ (เช่น ประกันชั้น 1 หรือ 2+) เพิ่มเติมด้วย ซึ่งประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองที่ "เหนือกว่า" พ.ร.บ. ทั้งในด้านวงเงินความคุ้มครองและความครอบคลุมของความเสียหาย
ความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นจากประกันภาคสมัครใจ:
วงเงินที่สูงกว่า: หากค่ารักษาพยาบาล หรือค่าสินไหมทดแทนเกินวงเงินของ พ.ร.บ. ประกันภาคสมัครใจจะเข้ามาดูแลส่วนที่เหลือ
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: หากทรัพย์สินส่วนตัวของคุณเสียหายจากอุบัติเหตุ เช่น โน้ตบุ๊กแตก, โทรศัพท์เสียหาย ประกันภาคสมัครใจอาจพิจารณาชดเชยให้ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์)
คุ้มครองความเสียหายที่หลากหลายกว่า: ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อตัวรถขนส่งเอง, คู่กรณี, และผู้โดยสารด้วยวงเงินที่สูงกว่ามาก ทำให้คุณอุ่นใจได้มากขึ้นหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารถคันที่เรานั่งมีประกันภาคสมัครใจ? อันนี้เป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบได้โดยตรง แต่โดยทั่วไปแล้ว รถโดยสารที่ได้รับมาตรฐานหรือรถของบริษัทใหญ่ๆ มักจะมีประกันภาคสมัครใจคุ้มครองอยู่ด้วย การเลือกรถที่ดูปลอดภัย มีสภาพดี และมีประวัติการให้บริการที่ดี ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองครับ
เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยกว่า
เลือกใช้บริการรถที่ได้มาตรฐาน: สังเกตสภาพรถ, การขับขี่ของคนขับ, และการบำรุงรักษา
ระมัดระวังตัวเองเสมอ: คาดเข็มขัดนิรภัย (ถ้ามี), ไม่เล่นโทรศัพท์เพลินจนไม่ทันสังเกตสถานการณ์รอบข้าง
มีสติเมื่อเกิดเหตุ: หากเกิดอุบัติเหตุ ให้ตั้งสติให้ดีที่สุด และพยายามเก็บข้อมูลสำคัญของรถคันเกิดเหตุ (เช่น ทะเบียนรถ, ลักษณะรถ) และที่เกิดเหตุ
สอบถามข้อมูล: หากต้องใช้รถขนส่งสาธารณะเป็นประจำ ลองสอบถามบริษัทผู้ให้บริการเกี่ยวกับนโยบายประกันภัยที่พวกเขามี เพื่อความมั่นใจ
การเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา การรู้เท่าทันเรื่องประกันภัยรถขนส่งสาธารณะจึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ประกอบการ แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวของ "ผู้โดยสาร" อย่างเราทุกคน เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณปลอดภัยและอุ่นใจได้มากยิ่งขึ้นครับ!
สิ่งแรกและสำคัญที่สุดที่ทุกคนควรรู้คือ เมื่อคุณก้าวขึ้นไปบนรถขนส่งสาธารณะ คุณคือ "ผู้โดยสาร" ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น คุณจัดอยู่ในกลุ่ม "ผู้ประสบภัยจากรถ" ที่มีสิทธิ์ได้รับการเยียวยาเบื้องต้นตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.) ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับที่รถขนส่งสาธารณะทุกคันต้องมี
พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรคุณบ้าง?
ค่ารักษาพยาบาล: หากได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด พ.ร.บ. จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตามจริง (แต่ไม่เกินวงเงินที่กำหนด)
ค่าปลงศพ/ค่าสินไหมทดแทน: หากเกิดกรณีเสียชีวิต พ.ร.บ. จะจ่ายเงินชดเชยให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิต
ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด: สิ่งที่พิเศษของ พ.ร.บ. คือ ไม่ต้องรอการพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด ระบบจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้ก่อน เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับการดูแลอย่างรวดเร็ว
คำแนะนำสำหรับผู้โดยสาร: หากเกิดอุบัติเหตุ สิ่งแรกที่ควรทำคือขอข้อมูลรถคันที่เกิดเหตุ เช่น ทะเบียนรถ, ชื่อบริษัทเดินรถ (ถ้ามี) หรือถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อใช้ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจาก พ.ร.บ. ของรถคันนั้น
ประกันภาคสมัครใจ: เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้น
นอกจาก พ.ร.บ. แล้ว รถขนส่งสาธารณะส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรถที่มีระบบบริหารจัดการที่ดี มักจะมี ประกันภัยภาคสมัครใจ (เช่น ประกันชั้น 1 หรือ 2+) เพิ่มเติมด้วย ซึ่งประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองที่ "เหนือกว่า" พ.ร.บ. ทั้งในด้านวงเงินความคุ้มครองและความครอบคลุมของความเสียหาย
ความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นจากประกันภาคสมัครใจ:
วงเงินที่สูงกว่า: หากค่ารักษาพยาบาล หรือค่าสินไหมทดแทนเกินวงเงินของ พ.ร.บ. ประกันภาคสมัครใจจะเข้ามาดูแลส่วนที่เหลือ
ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: หากทรัพย์สินส่วนตัวของคุณเสียหายจากอุบัติเหตุ เช่น โน้ตบุ๊กแตก, โทรศัพท์เสียหาย ประกันภาคสมัครใจอาจพิจารณาชดเชยให้ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์)
คุ้มครองความเสียหายที่หลากหลายกว่า: ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อตัวรถขนส่งเอง, คู่กรณี, และผู้โดยสารด้วยวงเงินที่สูงกว่ามาก ทำให้คุณอุ่นใจได้มากขึ้นหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารถคันที่เรานั่งมีประกันภาคสมัครใจ? อันนี้เป็นเรื่องยากที่จะตรวจสอบได้โดยตรง แต่โดยทั่วไปแล้ว รถโดยสารที่ได้รับมาตรฐานหรือรถของบริษัทใหญ่ๆ มักจะมีประกันภาคสมัครใจคุ้มครองอยู่ด้วย การเลือกรถที่ดูปลอดภัย มีสภาพดี และมีประวัติการให้บริการที่ดี ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองครับ
เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยกว่า
เลือกใช้บริการรถที่ได้มาตรฐาน: สังเกตสภาพรถ, การขับขี่ของคนขับ, และการบำรุงรักษา
ระมัดระวังตัวเองเสมอ: คาดเข็มขัดนิรภัย (ถ้ามี), ไม่เล่นโทรศัพท์เพลินจนไม่ทันสังเกตสถานการณ์รอบข้าง
มีสติเมื่อเกิดเหตุ: หากเกิดอุบัติเหตุ ให้ตั้งสติให้ดีที่สุด และพยายามเก็บข้อมูลสำคัญของรถคันเกิดเหตุ (เช่น ทะเบียนรถ, ลักษณะรถ) และที่เกิดเหตุ
สอบถามข้อมูล: หากต้องใช้รถขนส่งสาธารณะเป็นประจำ ลองสอบถามบริษัทผู้ให้บริการเกี่ยวกับนโยบายประกันภัยที่พวกเขามี เพื่อความมั่นใจ
การเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา การรู้เท่าทันเรื่องประกันภัยรถขนส่งสาธารณะจึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ประกอบการ แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวของ "ผู้โดยสาร" อย่างเราทุกคน เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณปลอดภัยและอุ่นใจได้มากยิ่งขึ้นครับ!
บทความที่เกี่ยวข้อง
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
19 ก.พ. 2026
เมื่อพูดถึงคำว่า "Dark Warehouse" หรือ "คลังสินค้ามืด" หลายคนอาจนึกถึงโกดังร้างที่น่ากลัว หรือสถานที่เก็บของผิดกฎหมาย... แต่ช้าก่อนครับ! ในโลกโลจิสติกส์ยุค 2026 คำนี้คือสุดยอดนวัตกรรมที่กำลังเนื้อหอมที่สุดในวงการ
19 ก.พ. 2026
Boss Jame ฝ่ายกองรถ


