ทำไมน้ำมันถึงมีราคาผันผวนตลอดเวลา
อัพเดทล่าสุด: 14 มิ.ย. 2025
594 ผู้เข้าชม

1. อุปสงค์และอุปทาน (Demand & Supply)
ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน หากความต้องการใช้น้ำมัน (อุปสงค์) เพิ่มขึ้นในขณะที่ปริมาณน้ำมันในตลาด (อุปทาน) คงที่หรือมีจำกัด ราคาย่อมปรับตัวสูงขึ้น เช่น ฤดูหนาวในยุโรปที่มีการใช้พลังงานมากขึ้น หรือช่วงฤดูท่องเที่ยวที่การเดินทางเพิ่มขึ้นก็ทำให้ราคาน้ำมันขยับสูง
ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ราคาก็จะตกลง
2. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น สงคราม ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปิดช่องทางการขนส่งน้ำมัน เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หรือการคว่ำบาตรรัสเซีย ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันโลก ทำให้ราคาพุ่งขึ้นทันที แม้จะเป็นเพียงข่าวหรือความเสี่ยงที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็ตาม
3. การตัดสินใจของ OPEC+
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร (รวมถึงรัสเซีย) มีอำนาจต่อรองสูงในตลาดน้ำมัน หากกลุ่ม OPEC+ มีมติลดกำลังการผลิตเพื่อควบคุมราคาน้ำมัน ราคาจะพุ่งขึ้นทันที ในทางกลับกัน หากเพิ่มการผลิต ราคาก็จะปรับลดลง
4. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
น้ำมันซื้อขายกันในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น น้ำมันจะมีราคาสูงขึ้นในสายตาของประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่น ทำให้เกิดแรงกดดันต่อความต้องการใช้น้ำมัน และส่งผลต่อราคาโดยรวม
5. ปัจจัยด้านการลงทุนและตลาดล่วงหน้า (Futures)
นักลงทุนในตลาดล่วงหน้ามักซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าโดยอิงจากการคาดการณ์ หากมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตราคาจะสูง นักลงทุนจะเร่งซื้อเก็บไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในปัจจุบันปรับตัวขึ้น แม้สถานการณ์จริงยังไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม
6. ภัยพิบัติและการหยุดผลิตชั่วคราว
กรณีเช่น พายุเฮอริเคนในสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อแท่นขุดเจาะในอ่าวเม็กซิโก หรือการเกิดไฟไหม้ในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ก็สามารถทำให้กำลังการผลิตลดลง และดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นได้ในทันที
สรุป
ราคาน้ำมันไม่ใช่สิ่งที่กำหนดแบบตายตัว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ธรรมชาติ และพฤติกรรมของนักลงทุน ทำให้ราคามีความผันผวนสูงอยู่ตลอดเวลา การทำความเข้าใจในปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความไม่แน่นอนของตลาดพลังงาน และเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน หากความต้องการใช้น้ำมัน (อุปสงค์) เพิ่มขึ้นในขณะที่ปริมาณน้ำมันในตลาด (อุปทาน) คงที่หรือมีจำกัด ราคาย่อมปรับตัวสูงขึ้น เช่น ฤดูหนาวในยุโรปที่มีการใช้พลังงานมากขึ้น หรือช่วงฤดูท่องเที่ยวที่การเดินทางเพิ่มขึ้นก็ทำให้ราคาน้ำมันขยับสูง
ในทางกลับกัน หากเศรษฐกิจชะลอตัว เช่น เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความต้องการใช้น้ำมันลดลง ราคาก็จะตกลง
2. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
เหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น สงคราม ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปิดช่องทางการขนส่งน้ำมัน เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หรือการคว่ำบาตรรัสเซีย ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันโลก ทำให้ราคาพุ่งขึ้นทันที แม้จะเป็นเพียงข่าวหรือความเสี่ยงที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็ตาม
3. การตัดสินใจของ OPEC+
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) และพันธมิตร (รวมถึงรัสเซีย) มีอำนาจต่อรองสูงในตลาดน้ำมัน หากกลุ่ม OPEC+ มีมติลดกำลังการผลิตเพื่อควบคุมราคาน้ำมัน ราคาจะพุ่งขึ้นทันที ในทางกลับกัน หากเพิ่มการผลิต ราคาก็จะปรับลดลง
4. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
น้ำมันซื้อขายกันในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น น้ำมันจะมีราคาสูงขึ้นในสายตาของประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่น ทำให้เกิดแรงกดดันต่อความต้องการใช้น้ำมัน และส่งผลต่อราคาโดยรวม
5. ปัจจัยด้านการลงทุนและตลาดล่วงหน้า (Futures)
นักลงทุนในตลาดล่วงหน้ามักซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าโดยอิงจากการคาดการณ์ หากมีการคาดการณ์ว่าในอนาคตราคาจะสูง นักลงทุนจะเร่งซื้อเก็บไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในปัจจุบันปรับตัวขึ้น แม้สถานการณ์จริงยังไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม
6. ภัยพิบัติและการหยุดผลิตชั่วคราว
กรณีเช่น พายุเฮอริเคนในสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อแท่นขุดเจาะในอ่าวเม็กซิโก หรือการเกิดไฟไหม้ในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ก็สามารถทำให้กำลังการผลิตลดลง และดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นได้ในทันที
สรุป
ราคาน้ำมันไม่ใช่สิ่งที่กำหนดแบบตายตัว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ธรรมชาติ และพฤติกรรมของนักลงทุน ทำให้ราคามีความผันผวนสูงอยู่ตลอดเวลา การทำความเข้าใจในปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เราตระหนักถึงความไม่แน่นอนของตลาดพลังงาน และเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
20 ก.พ. 2026
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
19 ก.พ. 2026
เมื่อพูดถึงคำว่า "Dark Warehouse" หรือ "คลังสินค้ามืด" หลายคนอาจนึกถึงโกดังร้างที่น่ากลัว หรือสถานที่เก็บของผิดกฎหมาย... แต่ช้าก่อนครับ! ในโลกโลจิสติกส์ยุค 2026 คำนี้คือสุดยอดนวัตกรรมที่กำลังเนื้อหอมที่สุดในวงการ
19 ก.พ. 2026
BS Rut กองรถ


