แชร์

5 บริษัทที่ใช้ AI เปลี่ยนคลังสินค้าให้กลายเป็นกำไร

S__2711596.jpg BS&DC SAI5
อัพเดทล่าสุด: 15 พ.ค. 2025
641 ผู้เข้าชม
1. Amazon คลังสินค้าหุ่นยนต์อัตโนมัติเต็มรูปแบบ
Amazon เป็นผู้นำระดับโลกในการใช้ AI เพื่อยกระดับระบบคลังสินค้า บริษัทได้ใช้หุ่นยนต์ Kiva ที่ควบคุมด้วย AI เพื่อจัดเรียงและหยิบสินค้าได้เร็วขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังใช้ระบบ Machine Learning ในการคาดการณ์อุปสงค์ล่วงหน้า ช่วยลดสต็อกค้างและเพิ่มการหมุนเวียนของสินค้าอย่างแม่นยำ
ผลลัพธ์:
  • เพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่ง
  • ลดต้นทุนแรงงาน
  • รองรับคำสั่งซื้อมหาศาลในช่วงเทศกาล
2. Alibaba คลังสินค้าอัจฉริยะจากแดนมังกร
Alibaba ใช้ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติชื่อว่า Cainiao ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อควบคุมเส้นทางจัดส่งและจัดการสต็อกแบบเรียลไทม์ หุ่นยนต์ในคลังสามารถหลีกเลี่ยงกันได้อย่างแม่นยำ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดพัก
ผลลัพธ์:
  • ต้นทุนการจัดการลดลงกว่า 30%
  • ความแม่นยำในการจัดส่งสูงกว่า 99%
  • ใช้พื้นที่คลังสินค้าอย่างคุ้มค่าที่สุด
3. Walmart คลังสินค้าที่เรียนรู้จากข้อมูลจริง
Walmart ใช้ AI เพื่อคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค โดยดึงข้อมูลจากพฤติกรรมการซื้อ ข้อมูลสภาพอากาศ และแนวโน้มท้องถิ่น เพื่อจัดการสินค้าคงคลังให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังใช้ หุ่นยนต์สแกนชั้นวางสินค้า เพื่อช่วยตรวจสอบสต็อกจริงแบบอัตโนมัติ
ผลลัพธ์:
  • ลดของเสียจากสินค้าหมดอายุ
  • เติมสต็อกได้ตรงจุด ตรงเวลา
  • ประสบการณ์ลูกค้าดีขึ้นอย่างชัดเจน
4. Ocado คลังสินค้าระบบ AI ที่เร็วที่สุดในโลก
Ocado บริษัทค้าปลีกออนไลน์จากอังกฤษ ใช้ AI ควบคุมระบบคลังสินค้าแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ หุ่นยนต์กว่า 1,000 ตัวทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำในระบบที่ซับซ้อนและมีความเร็วสูง AI ช่วยวางแผนเส้นทางของหุ่นยนต์เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกันแม้ในจุดที่แคบที่สุด
ผลลัพธ์:
  • บรรจุคำสั่งซื้อได้ภายในไม่กี่นาที
  • ลดต้นทุนการปฏิบัติงานได้มาก
  • เพิ่มความสามารถในการขยายธุรกิจ
5. Zara (Inditex) การจัดการสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์
Zara ใช้ AI วิเคราะห์แนวโน้มแฟชั่นจากโซเชียลมีเดียและพฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้บริษัทสามารถปรับปริมาณสินค้าในแต่ละคลังได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงของสินค้าคงเหลือหรือขายไม่ออก
ผลลัพธ์:
  • ลดสินค้าคงคลังส่วนเกิน
  • เพิ่มความเร็วในการวางขายสินค้าตามเทรนด์
  • ขยายกำไรต่อหน่วยสินค้าได้มากขึ้น
สรุป
AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือเทคโนโลยี แต่กลายเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ทรงพลังในการบริหารคลังสินค้าอย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลกหรือบริษัทค้าปลีกท้องถิ่น การลงทุนใน AI สำหรับโลจิสติกส์คือก้าวสำคัญที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและเปลี่ยนต้นทุนให้กลายเป็นกำไรได้อย่างยั่งยืน

บทความที่เกี่ยวข้อง
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก x ระบบขนส่ง: คู่หูทางรอดธุรกิจยุคใหม่ ที่ได้ทั้ง "ใจลูกค้า" และ "ลดต้นทุน"
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)"
ขายได้แต่เก็บเงินไม่ได้" คือปัญหาใหญ่ของร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะ COD! เรียนรู้วิธีรับมือกับ "สินค้าตีกลับ" ด้วยระบบ Reverse Logistics เปลี่ยนของตีกลับให้เป็นเงินสดได้ไวที่สุด ลดการขาดทุนซ้ำซ้อน
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
"ปิดการขายด้วยความไว: ทำไมการแจ้งเลข Tracking เร็ว ถึงช่วยลดการยกเลิกออเดอร์ได้?"
"ขอยกเลิกออเดอร์นะคะ..." ประโยคเจ็บปวดที่พ่อค้าแม่ค้าไม่อยากได้ยิน! แก้ได้ด้วยจิตวิทยาความไว รู้หรือไม่? การแจ้งเลข Tracking ทันทีช่วยลดอาการ Buyer's Remorse และทำให้ลูกค้ามั่นใจจนไม่กล้ากดยกเลิก
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
19 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ