สั่นสะเทือนวงการธุรกิจทั่วโลก เมื่อทรัมป์ขึ้นภาษี
อัพเดทล่าสุด: 10 เม.ย. 2025
686 ผู้เข้าชม

สั่นสะเทือนวงการธุรกิจทั่วโลก เมื่อทรัมป์ขึ้นภาษี
การกลับมาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในสนามการเมืองสหรัฐฯ ไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังปลุกประเด็นเก่าให้ร้อนขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของเขา
แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ
หากทรัมป์กลับมาจริง และเดินหน้านโยบายขึ้นภาษีอีกครั้ง ใครจะได้รับผลกระทบบ้าง?
บทความนี้พาไปดูกันแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องเป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็เก็ทได้
⸻
1. ธุรกิจส่งออก (Exporters)
นี่คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่สุด โดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าที่ต้องผ่านตลาดสหรัฐฯ หรือเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับจีน
ผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น:
คำสั่งซื้อลดลง เพราะราคาสินค้าสูงขึ้นจากภาษี
ลูกค้าในสหรัฐฯ หันไปหาคู่ค้ารายอื่น
เกิดความล่าช้าในการนำเข้าสินค้าจากซัพพลายเชนจีน ซึ่งกระทบกับการผลิตในไทย
⸻
2. โลจิสติกส์และธุรกิจขนส่ง
ธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับปริมาณการค้า หากปริมาณการส่งออก-นำเข้าลดลง
บริษัทขนส่งอาจต้องเผชิญกับ ช่องว่าง ในการขนส่ง
รายได้จากค่าระวางลดลง
ต้องปรับแผนเส้นทางและบริหารต้นทุนใหม่
⸻
3. ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
ในหลายกรณี โรงงานไทยผลิตชิ้นส่วนที่ส่งไปจีนเพื่อประกอบเป็นสินค้า ก่อนส่งต่อไปสหรัฐฯ
หากภาษีสูงขึ้นจนทำให้สินค้าสำเร็จรูปจากจีนขายไม่ออก
ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้นน้ำในไทยก็โดนผลกระทบไปด้วยทันที
⸻
4. ธุรกิจค้าปลีกที่นำเข้าสินค้าต่างประเทศ
แม้จะอยู่ในประเทศ แต่หากธุรกิจของคุณต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากสหรัฐฯ หรือจีน ก็อาจเจอของแพงขึ้น
ต้นทุนสินค้าเพิ่ม
ลูกค้าไม่กล้าซื้อ เพราะราคาสูง
ยอดขายลดลงแบบไม่รู้ตัว
⸻
5. ธุรกิจการเงิน และนักลงทุน
ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่อย่างไทย มีแนวโน้มผันผวนหนัก เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางการค้า
นักลงทุนอาจเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
เงินบาทผันผวน ส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า/ส่งออก
สถาบันการเงินต้องปรับกลยุทธ์การปล่อยกู้และบริหารความเสี่ยง
⸻
ไม่ใช่แค่ จีน ที่เจอ โลกทั้งใบก็สะเทือน
นโยบายของทรัมป์ แม้จะตั้งเป้าหมายไปที่จีนเป็นหลัก แต่ผลกระทบกลับ ลูกโซ่ ไปทั่วโลก รวมถึงไทยด้วยเช่นกัน
ธุรกิจไทยจึงควรจับตานโยบายของผู้นำโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผน รับมือ ให้ทัน หากต้องเจอพายุเศรษฐกิจรอบใหม่
การกลับมาของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในสนามการเมืองสหรัฐฯ ไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังปลุกประเด็นเก่าให้ร้อนขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของเขา
แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ
หากทรัมป์กลับมาจริง และเดินหน้านโยบายขึ้นภาษีอีกครั้ง ใครจะได้รับผลกระทบบ้าง?
บทความนี้พาไปดูกันแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องเป็นนักเศรษฐศาสตร์ก็เก็ทได้
⸻
1. ธุรกิจส่งออก (Exporters)
นี่คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่สุด โดยเฉพาะผู้ส่งออกสินค้าที่ต้องผ่านตลาดสหรัฐฯ หรือเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับจีน
ผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น:
คำสั่งซื้อลดลง เพราะราคาสินค้าสูงขึ้นจากภาษี
ลูกค้าในสหรัฐฯ หันไปหาคู่ค้ารายอื่น
เกิดความล่าช้าในการนำเข้าสินค้าจากซัพพลายเชนจีน ซึ่งกระทบกับการผลิตในไทย
⸻
2. โลจิสติกส์และธุรกิจขนส่ง
ธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับปริมาณการค้า หากปริมาณการส่งออก-นำเข้าลดลง
บริษัทขนส่งอาจต้องเผชิญกับ ช่องว่าง ในการขนส่ง
รายได้จากค่าระวางลดลง
ต้องปรับแผนเส้นทางและบริหารต้นทุนใหม่
⸻
3. ผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
ในหลายกรณี โรงงานไทยผลิตชิ้นส่วนที่ส่งไปจีนเพื่อประกอบเป็นสินค้า ก่อนส่งต่อไปสหรัฐฯ
หากภาษีสูงขึ้นจนทำให้สินค้าสำเร็จรูปจากจีนขายไม่ออก
ผู้ผลิตชิ้นส่วนต้นน้ำในไทยก็โดนผลกระทบไปด้วยทันที
⸻
4. ธุรกิจค้าปลีกที่นำเข้าสินค้าต่างประเทศ
แม้จะอยู่ในประเทศ แต่หากธุรกิจของคุณต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าจากสหรัฐฯ หรือจีน ก็อาจเจอของแพงขึ้น
ต้นทุนสินค้าเพิ่ม
ลูกค้าไม่กล้าซื้อ เพราะราคาสูง
ยอดขายลดลงแบบไม่รู้ตัว
⸻
5. ธุรกิจการเงิน และนักลงทุน
ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่อย่างไทย มีแนวโน้มผันผวนหนัก เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางการค้า
นักลงทุนอาจเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
เงินบาทผันผวน ส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า/ส่งออก
สถาบันการเงินต้องปรับกลยุทธ์การปล่อยกู้และบริหารความเสี่ยง
⸻
ไม่ใช่แค่ จีน ที่เจอ โลกทั้งใบก็สะเทือน
นโยบายของทรัมป์ แม้จะตั้งเป้าหมายไปที่จีนเป็นหลัก แต่ผลกระทบกลับ ลูกโซ่ ไปทั่วโลก รวมถึงไทยด้วยเช่นกัน
ธุรกิจไทยจึงควรจับตานโยบายของผู้นำโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผน รับมือ ให้ทัน หากต้องเจอพายุเศรษฐกิจรอบใหม่
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อพูดถึง "พนักงานคลังสินค้า" หลายคนอาจนึกถึงภาพคนยกของหนักเพียงอย่างเดียว แต่ในยุคที่คลังสินค้าได้กลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีโลจิสติกส์ (Smart Warehouse) และเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ E-commerce ทักษะที่จำเป็นสำหรับทีมงานได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
7 ส.ค. 2025
เคยเจอปัญหานี้ไหมครับ? รถขนส่งมาจอดรอหน้าโกดังแล้ว แต่พนักงานในคลังยังวิ่งวุ่นหาของไม่เจอ หรือต้องเสียเวลาขับรถโฟล์คลิฟท์เข้าไปลึกสุดโกดังเพื่อหยิบสินค้าแค่กล่องเดียว?
ความล่าช้าหน้างาน (Loading Delay) ไม่ใช่แค่เรื่องเสียเวลา แต่มันคือ "ต้นทุนแฝง" ที่ทำให้คุณเสียโอกาสในการขาย และอาจโดนคิดค่าเสียเวลาจอดรถ (Demurrage Charge) โดยไม่รู้ตัว!
วันนี้ BS Transport จะพามาดูเทคนิคง่ายๆ ในการ "จัดโซนสินค้า" (Warehouse Zoning) ตามความถี่ในการขาย เพื่อเปลี่ยนโกดังที่วุ่นวาย ให้กลายเป็นระบบที่รถมาปุ๊บ ของขึ้นปั๊บ พร้อมออกรถได้ทันที!
29 ม.ค. 2026
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว “คลังสินค้าไร้กระดาษ” (Paperless Warehouse) กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญที่ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและนำมาใช้อย่างแพร่หลาย
26 ก.ค. 2025
Contact Center



BANKKUNG