แชร์

Fear & Greed Index: ตัวชี้วัดจิตวิทยานักลงทุนในตลาดคริปโต

Screenshot_2025_09_02_160144_1.png พี่ปี
อัพเดทล่าสุด: 1 เม.ย. 2025
680 ผู้เข้าชม

Fear & Greed Index: ตัวชี้วัดจิตวิทยานักลงทุนในตลาดคริปโต

Fear & Greed Index คืออะไร?
Fear & Greed Index (ดัชนีความกลัวและความโลภ) เป็นตัวชี้วัดที่ช่วยวิเคราะห์ อารมณ์ของนักลงทุนในตลาดคริปโต โดยวัดจากปัจจัยต่าง ๆ และแสดงผลเป็นค่าตั้งแต่ 0 (ความกลัวสูงสุด) ไปจนถึง 100 (ความโลภสูงสุด)

แนวคิดเบื้องหลังดัชนีนี้ คือ
เมื่อมี "ความกลัว" มากเกินไป (Extreme Fear) นักลงทุนมักตื่นตระหนกและขายเหรียญออกไปมากเกินความจำเป็น ซึ่งอาจเป็นโอกาสซื้อ
เมื่อมี "ความโลภ" มากเกินไป (Extreme Greed) นักลงทุนมักเข้ามาเก็งกำไรจนราคาพุ่งสูงเกินจริง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของฟองสบู่

ระดับของ Fear & Greed Index
ดัชนีนี้มีช่วงคะแนน 0-100 แบ่งออกเป็น 5 ระดับ:

ปัจจัยที่ใช้คำนวณ Fear & Greed Index
Volatility (ความผันผวน) วัดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาล่าสุดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง
Market Momentum/Volume (โมเมนตัมตลาดและปริมาณการซื้อขาย) วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณการซื้อขาย
Social Media (กระแสในโซเชียลมีเดีย) นับจำนวนโพสต์, การแชร์, และคอมเมนต์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
Bitcoin Dominance (อิทธิพลของ Bitcoin) ถ้า Bitcoin Dominance สูงขึ้น แปลว่านักลงทุนกำลังลดความเสี่ยงจาก Altcoins
Google Trends (แนวโน้มการค้นหาใน Google) ดูจำนวนการค้นหาคำว่า Bitcoin และ Crypto

ตัวอย่างการใช้งาน Fear & Greed Index ในการลงทุน
ซื้อเมื่อ Fear สูง: หากดัชนีอยู่ที่ระดับ Extreme Fear (0-24) อาจเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อ เพราะตลาดมักเกิด "Oversold" และราคามีแนวโน้มเด้งขึ้น
ขายเมื่อ Greed สูง: หากดัชนีอยู่ที่ระดับ Extreme Greed (75-100) อาจเป็นช่วงที่ราคาขึ้นสูงเกินไปและมีโอกาสปรับฐาน

ตัวอย่างจริง:
เดือนมีนาคม 2020 ดัชนีตกไปที่ Extreme Fear (10) เนื่องจากโควิด-19 ราคาบิตคอยน์ลดลงต่ำกว่า $4,000 แต่หลังจากนั้นกลับพุ่งขึ้นเกิน $60,000
เดือนพฤศจิกายน 2021 ดัชนีอยู่ที่ Extreme Greed (90+), ราคาบิตคอยน์แตะ $69,000 ก่อนจะเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่

สรุป
Fear & Greed Index เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์จิตวิทยาตลาด แต่ไม่ควรใช้เป็นปัจจัยเดียวในการตัดสินใจลงทุน
Extreme Fear อาจเป็นโอกาสซื้อ ส่วน Extreme Greed อาจเป็นสัญญาณให้ระวังการปรับฐาน
ควรใช้ร่วมกับการวิเคราะห์เทคนิคและปัจจัยพื้นฐานเพื่อการลงทุนที่รอบคอบ

บทความจาก Chat GPT

ภาพประกอบจาก Chat GPT และ www.forbes.com

โดย พี่ปี


บทความที่เกี่ยวข้อง
แพ็คของแตกหักง่าย (Fragile Items): เทคนิคแพ็คยังไงให้โยนแค่ไหนก็ไม่พัง!
"ของถึงมือลูกค้าแล้วครับ... แต่แตกละเอียดเลย!" ประโยคนี้คือฝันร้ายที่สุดของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และคนส่งของทุกคน เพราะนอกจากจะต้องเสียเงินค่าเคลมหรือส่งของใหม่ให้ลูกค้าแล้ว สิ่งที่เสียไปมากกว่านั้นคือ "ความเชื่อมั่น" ต่อให้เราเลือกบริษัทขนส่งที่ดีแค่ไหน แต่ "อุบัติเหตุ" ระหว่างทางเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแรงสั่นสะเทือนจากถนน การวางทับซ้อน หรือการเคลื่อนย้าย วันนี้เราจึงรวบรวม สุดยอดเทคนิคการแพ็คของแตกหักง่าย (Fragile Items) ที่จะเปลี่ยนพัสดุของคุณให้แข็งแกร่งดุจหินผา โยน (เผลอ) แค่ไหนก็ไม่พัง!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
10 ม.ค. 2026
เช็คพัสดุแล้วงง? แปลความหมาย 4 สถานะยอดฮิต (รับเข้าระบบ/อยู่ระหว่างขนส่ง/นำจ่ายไม่สำเร็จ) ที่คนสั่งของต้องรู้!
"นำจ่ายไม่สำเร็จ" แปลว่าของตีกลับหรือเปล่า? "อยู่ระหว่างขนส่ง" คือถึงไหนแล้ว? บทความนี้จะมาไขรหัสลับสถานะพัสดุให้คุณหายงง พร้อมวิธีรับมือเมื่อพัสดุมีปัญหา
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
10 ม.ค. 2026
เจาะลึก! ทำไม "พาเลท (Pallet)" คือฮีโร่ของงานขนส่ง? ช่วยลดของพัง & เซฟต้นทุนได้จริงหรือ?
คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมสินค้าในโกดังใหญ่ๆ หรือรถบรรทุกสินค้า ถึงต้องวางอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า "พาเลท (Pallet)" เสมอ? มันเป็นแค่ที่รองของกันเปื้อน หรือมีความลับอะไรซ่อนอยู่มากกว่านั้น? วันนี้เราจะพาไปไขคำตอบว่า ทำไมเจ้าแท่นวางสินค้านี้ถึงเป็น "ตัวแปรสำคัญ" ที่เปลี่ยนจากงานขนส่งที่ยุ่งยาก ให้กลายเป็นระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และคำถามที่หลายคนอยากรู้... "มันช่วยลดความเสียหายและค่าขนส่งได้จริงหรือ?" ไปดูกันเลย!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
9 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ