แชร์

ต่างกันยังไงระหว่างหาลูกค้าใหม่ กับรักษาลูกค้าเก่า

noimageauthor นักศึกษาฝึกงาน(ฝ่ายวางแผน)
อัพเดทล่าสุด: 25 ก.พ. 2025
298 ผู้เข้าชม

 

 

สำหรับการหาลูกค้าใหม่นั้น คือลูกค้าที่ยังไม่เคยทำการสั่งซื้อ หรือได้รับบริการจากเรามาก่อน การที่จะทำให้ลูกค้าใหม่ๆ สนใจเข้ามาอุดหนุนธุรกิจของเรา ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น การที่ลูกค้าเก่าแนะนำเราไป แต่ต้องมีข้อแม้ว่าลูกค้าเก่าต้องประทับใจในสินค้า และบริการของเราอย่างมากก่อน ตลอดจนการทำโฆษณาและการตลาดผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ซึ่งอาจจะต้องมีการใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมในส่วนนี้ 

    แต่ในส่วนของการรักษาลูกค้าเก่า ซึ่งเป็นลูกค้าที่เคยสั่งซื้อหรือใช้บริการของเราแล้ว จะทำให้ธุรกิจของเรามั่นคงและยั่งยืนได้มากกว่า โดยวิธีรักษาลูกค้าเก่านั้นก็ไม่ยาก เพียงเราต้องหมั่นติดต่อสื่อสาร เพื่อสร้างความไว้ใจ ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าเมื่อเวลามีปัญหา เราจะไม่ทอดทิ้งกัน ดูแลลูกค้าประดุจคนพิเศษ หมั่นสังเกตพฤติกรรมการซื้อสินค้าให้ดีว่าลูกค้าชอบแบบไหน จะได้เสนอแนะสินค้าที่ใกล้เคียง หรือสินค้าออกใหม่ได้ ซึ่งวิธีการเหล่านี้ล้วนเป็นการโปรโมทที่แทบจะไม่ต้องเสียต้นทุนค่าใช้จ่ายใดใดเพิ่มเลย 

    ซึ่งในการทำธุรกิจถ้าอยากให้ร้าน หรือแบรนด์เติบโต ประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการรักษาลูกค้าเก่า และหาลูกค้าใหม่ควบคู่ไปด้วยกัน เพราะอย่าลืมว่าไม่มีธุรกิจไหนในโลกที่จะประสบความสำเร็จได้ด้วยลูกค้ากลุ่มใดเพียงกลุ่มเดียว

BY : Tonkla

ที่มา : ourpoint.co


บทความที่เกี่ยวข้อง
Dashboard "ฮีทแมพ": ส่องข้อมูลเชิงลึกด้วยภาพ บอกจุดเดือดธุรกิจขนส่ง
ในยุคที่ข้อมูลคือขุมทรัพย์ การมีเครื่องมือที่ช่วยให้เรา "เห็น" ข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วคือความได้เปรียบอย่างมหาศาล "ฮีทแมพ (Heat Map)" คือหนึ่งในเครื่องมือแสดงผลบน Dashboard ที่ทรงพลังที่สุด มันสามารถเปลี่ยนตารางตัวเลขที่น่าเบื่อให้กลายเป็นภาพที่เต็มไปด้วยข้อมูลเชิงลึก ช่วยให้ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ตัดสินใจได้อย่างเฉียบคม วันนี้เราจะมาเจาะลึกข้อดี-ข้อเสียของเครื่องมือชิ้นนี้กัน
โก้(นักศึกษาฝึกงาน)
29 ส.ค. 2025
ABC Analysis การจัดลำดับความสำคัญของสินค้าคงคลัง
หนึ่งในเครื่องมือที่นิยมใช้มากที่สุดในการจัดการสินค้าคงคลังคือ ABC Analysis หรือ “การวิเคราะห์แบบ ABC” ซึ่งช่วยให้องค์กรรู้ว่า สินค้าชนิดใดควรให้ความสำคัญมากที่สุด
ออกแบบโลโก้__5_.png BANKKUNG
29 ส.ค. 2025
Key Performance Indicators (KPIs) ในการวัดประสิทธิภาพโลจิสติกส์
สิ่งที่ช่วยให้ผู้บริหารและนักโลจิสติกส์สามารถมองเห็นความสำเร็จของการดำเนินงานได้ชัดเจนก็คือ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ หรือ Key Performance Indicators (KPIs)
ร่วมมือ.jpg เหมาคัน
29 ส.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ