แชร์

RPA กับ AI: ต่างกันอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 10 ม.ค. 2025
631 ผู้เข้าชม

RPA (Robotic Process Automation) และ AI (Artificial Intelligence) เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมและนำมาใช้ในองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าทั้งสองจะมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

RPA (Robotic Process Automation)

  • ทำงานตามกฎที่กำหนด: RPA ทำงานตามชุดคำสั่งหรือกฎที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ทำซ้ำได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
  • เลียนแบบพฤติกรรมของมนุษย์: RPA จะเลียนแบบการกระทำของมนุษย์ เช่น การคลิก การพิมพ์ หรือการคัดลอกข้อมูล
  • เหมาะกับงานที่ซ้ำซาก: งานที่ต้องทำซ้ำๆ เป็นประจำ เช่น การป้อนข้อมูล การตรวจสอบเอกสาร หรือการส่งอีเมล เป็นต้น
  • ไม่สามารถเรียนรู้ได้เอง: RPA ไม่สามารถเรียนรู้หรือปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้เอง ต้องมีการตั้งค่าและโปรแกรมใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

AI (Artificial Intelligence)

  • สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้เอง: AI สามารถเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมาก และปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานได้เอง
  • มีความคิดสร้างสรรค์: AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้ ทำให้สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจที่ซับซ้อน
  • เหมาะกับงานที่ต้องใช้ความคิด: งานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูล การแก้ปัญหา หรือการตัดสินใจ เช่น การวิเคราะห์ความรู้สึกของลูกค้า หรือการพยากรณ์ยอดขาย
  • สามารถทำงานได้หลากหลาย: AI สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับงานที่หลากหลาย เช่น การรู้จำภาพ เสียง และภาษา

สรุปง่ายๆ

  • RPA: เป็นเหมือน "หุ่นยนต์ซอฟต์แวร์" ที่ทำงานตามคำสั่งที่ได้รับ
  • AI: เป็นเหมือน "สมองกล" ที่สามารถเรียนรู้และคิดได้เอง

เมื่อไหร่ควรใช้ RPA หรือ AI

  • ใช้ RPA เมื่อ: งานที่ต้องทำซ้ำๆ และมีขั้นตอนที่ชัดเจน
  • ใช้ AI เมื่อ: งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมาก

ตัวอย่างการใช้งาน

  • RPA: การป้อนข้อมูลลูกค้าใหม่, การตรวจสอบใบเสร็จรับเงิน, การส่งอีเมลแจ้งเตือน
  • AI: การแปลภาษา, การวิเคราะห์ความรู้สึกของลูกค้า, การขับรถอัตโนมัติ

สรุป

ทั้ง RPA และ AI เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่การเลือกใช้เทคโนโลยีใดนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะของงานและความต้องการขององค์กร

 

ที่มา: Gemini


บทความที่เกี่ยวข้อง
How to Recover Ghosted Leads: วิธีตามลูกค้าที่เงียบหายไปให้กลับมาซื้ออีกครั้ง
เคยไหม? ลูกค้าทักมาขอราคาแล้วหายเงียบ (Ghosted) อ่านไม่ตอบ อย่าเพิ่งถอดใจ! พบกับ 4 เทคนิคทางจิตวิทยาที่จะช่วยดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาสนใจ และตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณอีกครั้ง
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
10 ม.ค. 2026
เจาะลึกเทรนด์โลจิสติกส์ปี 2026: เทคโนโลยีไหนจะเข้ามาเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ?
ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของวงการขนส่ง! ส่อง 4 เทรนด์เทคโนโลยีมาแรง ตั้งแต่ AI อัจฉริยะ, รถบรรทุก EV เต็มรูปแบบ ไปจนถึง Blockchain ธุรกิจของคุณต้องปรับตัวอย่างไรให้รอดและรวยในยุคนี้?
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
9 ม.ค. 2026
ทำไมค่าส่งแต่ละเจ้าไม่เท่ากัน? : แบไต๋โครงสร้างราคาขนส่ง (น้ำหนัก vs ปริมาตร vs ระยะทาง)
กล่องเท่ากัน แต่ทำไมราคาต่างกันฟ้ากับเหว? เคยไหมครับ? ถือกล่องพัสดุใบเดิม ไปส่งที่ขนส่งเจ้าสีแดง ราคา 50 บาท พอไปอีกเจ้าสีส้ม ราคา 80 บาท แต่พอไปส่งขนส่งรถสิบล้อ ราคาเหลือแค่ 40 บาท! หลายคนคิดว่าการตั้งราคาค่าส่งเป็นเรื่องของการตลาด (ใครจัดโปรฯ ถูกกว่าก็ชนะ) แต่ความจริงแล้ว เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้นมี "สมการคณิตศาสตร์" ซ่อนอยู่ครับ วันนี้ BS Express จะมา "แบไต๋" โครงสร้างราคาขนส่งแบบหมดเปลือก เพื่อให้คุณเข้าใจว่าเงินที่คุณจ่ายไป ถูกนำไปคำนวณจากอะไรบ้าง และจะเลือกขนส่งแบบไหนให้ประหยัดเงินในกระเป๋าที่สุด!
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
27 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ