DMAIC แตกต่างจาก Lean อย่างไร ?
อัพเดทล่าสุด: 4 พ.ย. 2024
1053 ผู้เข้าชม

DMAIC และ Lean: สองเครื่องมือที่ทรงพลังในการปรับปรุงกระบวนการ
ทั้ง DMAIC (Define, Measure, Analyze, Improve, Control) และ Lean เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้า แต่ทั้งสองมีจุดมุ่งหมายและวิธีการที่แตกต่างกัน ดังนี้
DMAIC (Define, Measure, Analyze, Improve, Control)
- จุดมุ่งหมาย: มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเฉพาะเจาะจง โดยใช้ข้อมูลเป็นหลักในการวิเคราะห์และหาสาเหตุของปัญหา เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงที่เป็นรูปธรรม
- ขั้นตอน: มีขั้นตอนที่ชัดเจนและเป็นระบบ โดยเริ่มจากการกำหนดปัญหา วัดผล วิเคราะห์สาเหตุ ปรับปรุง และควบคุมผลลัพธ์
- เครื่องมือ: ใช้เครื่องมือทางสถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น แผนภูมิควบคุม ไดอะแกรมอิชิคาว่า การทดลองทางสถิติ
- ผลลัพธ์: เน้นการลดความแปรปรวนของกระบวนการ และเพิ่มความสอดคล้องกับข้อกำหนด

Lean
- จุดมุ่งหมาย: มุ่งเน้นไปที่การกำจัดของเสียทุกประเภทในกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าสูงสุด
- หลักการ: มีหลักการ 5 ประการ ได้แก่ การกำจัดของเสีย (Waste), การสร้างกระแสการไหล (Flow), การสร้างระบบดึง (Pull), การสร้างวัฒนธรรมของการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement), และการแสวงหาความสมบูรณ์แบบ (Perfection)
- เครื่องมือ: ใช้เครื่องมือที่หลากหลาย เช่น แผนภูมิค่าเวลา (Value Stream Map), การจัดการด้วยสายตา (Visual Management), 5S, Kaizen
- ผลลัพธ์: เน้นการลดเวลาในการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า

DMAIC และ Lean สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร?
ทั้ง DMAIC และ Lean สามารถนำมาใช้ร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดย DMAIC สามารถช่วยในการระบุปัญหาและหาสาเหตุของปัญหาได้อย่างแม่นยำ ขณะที่ Lean สามารถช่วยในการกำจัดสาเหตุของปัญหาและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวอย่าง
- ปัญหา: ผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งมีอัตราการเสียสูง
- DMAIC: ใช้ DMAIC เพื่อหาสาเหตุของปัญหา เช่น วัตถุดิบมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ หรือเครื่องจักรมีปัญหา
- Lean: ใช้ Lean เพื่อกำจัดสาเหตุของปัญหา เช่น ปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ หรือทำการบำรุงรักษาเครื่องจักรอย่างสม่ำเสมอ
สรุป
ทั้ง DMAIC และ Lean เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การเลือกใช้เครื่องมือใดขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหาและเป้าหมายขององค์กร การนำทั้งสองแนวคิดมาผสมผสานกันจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
BY: MANthi
ที่มา: Gemini
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
งบน้อยจ้างใครดี? เปรียบเทียบชัดๆ ระหว่าง Macro Influencer (คนติดตามเยอะ) กับ Nano Influencer (คนติดตามน้อยแต่เหนียวแน่น) แบบไหนช่วยปั่นยอดขายได้จริง ไม่จกตา
14 ม.ค. 2026
ของเต็มโกดังแต่ตังค์ไม่มี? อย่าปล่อยให้ "สต็อกจม" จนขาดทุน! พบกับ 4 เทคนิคบริหารจัดการสต็อก (Inventory Management) ที่ช่วยระบายสินค้าออกไว เพิ่มสภาพคล่อง และลดต้นทุนการเก็บรักษา
13 ม.ค. 2026
ลูกค้าทักไลน์แต่ไปซื้อหน้าร้าน? หยุดปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย! เรียนรู้วิธีทำ Omnichannel เชื่อมโยง Data ทุกช่องทางให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้ทีมขายรู้ใจลูกค้า ปิดจอบไว และสร้างยอดขายได้ทะลุเป้า
12 ม.ค. 2026

Contact Center

