แชร์

นวัตกรรมการขนส่งในอนาคต

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2024
1363 ผู้เข้าชม

นวัตกรรมการขนส่งในอนาคต

การขนส่งเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเทคโนโลยี และการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนไปเป็นวิถีใหม่ การขนส่งในอนาคตจึงไม่เพียงเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนย้ายผู้คนและสินค้า แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของระบบการขนส่งอีกด้วย เราจึงชวนมาดูเทรนด์การขนส่งในโลกอนาคต 3 เทรนด์หลัก นั่นคือ การขนส่งที่เน้นพลังงานไฟฟ้า การใช้ระบบอัตโนมัติ และการปรับรูปแบบการให้บริการด้านการขนส่งและเดินทาง

การขนส่งที่เน้นพลังงานไฟฟ้า

การขนส่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ภาคขนส่งปล่อยก๊าซเป็นสัดส่วน 28% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล (โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและดีเซล) เพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ รถบรรทุก เครื่องบิน และรถไฟ ยานพาหนะไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ที่รบกวนสิ่งแวดล้อมน้อยลง จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการขนส่ง

ยานยนต์ไร้คนขับ

ยานยนต์ไร้คนขับสร้างโอกาสที่น่าตื่นเต้นในการปฏิวัติระบบการขนส่งผู้คนและสินค้า รวมไปถึงการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน ลดการติดขัดในการเดินทางท่ามกลางการจราจรที่พลุกพล่าน และอาจเปลี่ยนวิธีในการสร้างเมือง ซึ่งในอนาคตที่จอดรถขนาดใหญ่จะกลายเป็นอดีต เมื่อยานพาหนะไร้คนขับสามารถมาส่งเราถึงที่หมายและกลับมารับเราภายหลังได้

สำหรับการขนส่งสินค้า หลายบริษัทกำลังพัฒนารถบรรทุกไร้คนขับ รวมถึง TuSimple สตาร์ตอัปผู้ผลิตรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติสัญชาติอเมริกันที่ทำงานร่วมกับ UPS เพื่อดำเนินการทดสอบเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับกับบริการขนส่งพัสดุ โดยนำเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับมาติดตั้งไว้ในรถขนส่งพัสดุที่วิ่งระหว่างเมืองในรัฐแอริโซนา (โดยมีคนขับ   และวิศวกรประจำอยู่ในรถ) ผลปรากฏว่า ใช้เวลาและพลังงานน้อยกว่ารถบรรทุกแบบดั้งเดิมที่ใช้คนขับ ปัจจุบัน บริษัท   ได้ดำเนินการทดลองแบบไร้คนขับสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2564 และวางแผนเริ่มจำหน่ายรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติในปี 2567

บริการภิวัฒน์ (Servitization)

รูปแบบของการบริการที่เข้าใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้ดีขึ้น ถือเป็นเมกะเทรนด์ที่ส่งผลต่อทุกอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการขนส่ง ทุกวันนี้พลเมืองจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในเมืองขนาดใหญ่ต่างก็ซื้อรถยนต์เพื่อความสะดวกในการเดินทาง รถจึงมีจำนวนมากเกินความจำเป็น เกิดปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศตามมา เมื่อผู้คนหันมาให้ความสนใจกับภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดบริการรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์คือ Mobility-as-a-Service (MaaS)

เตรียมพบนวัตกรรมขนส่งในอนาคต

3 เทรนด์ข้างต้นเป็นรูปแบบที่จะเกิดขึ้นในยานพาหนะทั่วไปสำหรับผู้บริโภค แต่สำหรับบริการขนส่งสาธารณะ ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาระยะหนึ่งและพร้อมที่จะทดลองใช้งานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น "MagLev" รถไฟแม่เหล็กความเร็วสูง หรือ "Hyperloop" ระบบขนส่งคนด้วยความเร็วสูง

MagLev เป็นนวัตกรรมการเดินทางความเร็วสูงที่เกิดขึ้นจริงแล้วในโลกนี้ รถไฟชนิดนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังแม่เหล็ก โดยใช้การลอยตัวระหว่างรางรถไฟจากแม่เหล็กแทนการวิ่งบนรางรถไฟทั่วไป ดังนั้นจึงไม่มีล้อ และยังเป็นระบบที่ไม่ต้องมีคนขับอีกด้วย สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วกว่า 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่รถไฟความเร็วสูงในปัจจุบันแล่นได้ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อกลางปี 2564 ที่ผ่านมา จีนได้เปิดตัวรถไฟความเร็วสูง MagLev ที่มีความเร็วถึง 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วสูงที่สุดในประเทศ และเกือบเท่าสถิติโลกของ MagLev LO ของญี่ปุ่นที่ทำไว้ที่ 603 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

  หากเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ MagLev จะลดระยะเวลาเดินทางระหว่างกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ให้เหลือเพียง 2 ชั่วโมงกว่าจากเกือบ 5 ชั่วโมง

ขณะที่ไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 โดยอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นผู้ผลักดันการเดินทางรูปแบบใหม่ ๆ รวมทั้งโครงการไฮเปอร์ลูปวัน (Hyperloop One) ที่มีเป้าหมายขนส่งคนเดินทางไปเป็นระยะไกลได้แบบเดียวกับเครื่องบิน แต่ในราคาที่ถูกกว่ามาก



BY : NUN

ที่มา : https://www.irdp.org


บทความที่เกี่ยวข้อง
Nostalgia Marketing: เจาะลึกกลยุทธ์ "ถวิลหาอดีต" เปลี่ยนความทรงจำวัยเยาว์ให้เป็นยอดขายถล่มทลาย
เคยไหม? ที่เผลอหยุดดูโฆษณาเพียงเพราะเพลงประกอบเป็นเพลงฮิตยุค 90s หรือตัดสินใจซื้อขนมรุ่นลิมิเต็ดเพียงเพราะแพ็กเกจจิ้งหน้าตาเหมือนตอนที่คุณยังเป็นเด็ก อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของจิตวิทยาอันทรงพลังที่เรียกว่า "Nostalgia Marketing" หรือการตลาดแบบถวิลหาอดีต ในยุคที่โลกหมุนไวและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกวินาที ผู้คนจำนวนมากกลับโหยหาความอบอุ่นและความสุขที่คุ้นเคยในวันวาน แบรนด์ที่ฉลาดจึงใช้โอกาสนี้สร้าง "สะพาน" เชื่อมโยงความทรงจำเหล่านั้นสู่อนาคต... และยอดขาย
ร่วมมือ.jpg Contact Center
5 ธ.ค. 2025
Voice Search Optimization: ปรับแต่งเนื้อหาอย่างไร เมื่อลูกค้าเริ่มใช้ "เสียง" สั่งซื้อสินค้าแทนการพิมพ์
เคยไหม? ที่เห็นคนพูดใส่โทรศัพท์ว่า "หาร้านกาแฟใกล้ฉัน" หรือ "สั่งอาหารแมว ยี่ห้อ XX ราคาเท่าไหร่?" พฤติกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ในยุคที่ AI Assistant อย่าง Siri, Google Assistant และ Alexa ฉลาดขึ้นทุกวัน ลูกค้าเริ่มเปลี่ยนจาก "การพิมพ์" คีย์เวิร์ดสั้นๆ มาเป็น "การพูด" ประโยคยาวๆ เพื่อค้นหาและสั่งซื้อสินค้า หากธุรกิจของคุณยังยึดติดกับ SEO แบบเดิมๆ คุณอาจกำลังพลาดโอกาสทองจากลูกค้ากลุ่มนี้ไป วันนี้เราจะพาไปดูเทคนิคการทำ Voice Search Optimization (VSO) เพื่อดักจับลูกค้าที่ชอบใช้เสียงสั่งการ ให้มาเจอสินค้าของคุณเป็นร้านแรก!
ร่วมมือ.jpg Contact Center
4 ธ.ค. 2025
AI สำหรับงานหน้าร้าน (Front Desk AI)  ผู้ช่วยยุคใหม่ ที่ทำให้บริการลูกค้าเร็วขึ้น แม่นขึ้น และลดงานซ้ำ ๆ ได้แบบเห็นผล
AI สำหรับงานหน้าร้าน (Front Desk AI) ผู้ช่วยยุคใหม่ ที่ทำให้บริการลูกค้าเร็วขึ้น แม่นขึ้น และลดงานซ้ำ ๆ ได้แบบเห็นผล
Screenshot_2025_09_02_160144_1.png พี่ปี
4 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ