แชร์

​รูปแบบของการว่าจ้างขนส่งสินค้าทางทะเล

อัพเดทล่าสุด: 4 ก.ย. 2024
1606 ผู้เข้าชม

​รูปแบบของการว่าจ้างขนส่งสินค้าทางทะเล

การว่าจ้างขนส่งสินค้าทางทะเลมีรูปแบบจําแนกตามลักษณะของเรือเดินสมุทรและการใช้งาน ดังนี้

1. LINER TERM

     คือการว่าจ้างขนส่งสินค้าโดยเรือที่มีตารางเดินเรือที่วิ่งประจําเส้นทาง ซึ่งประกอบด้วยเรือ 3 แบบด้วยกันคือ

  • Conventional Vessel

     คือเรือสินค้าอเนกประสงค์แบบดั้งเดิม ทําการขนส่งสินค้าโดยการบรรทุกสินค้าลงในระวางเรือใหญ่ ส่วนใหญ่ใช้ในการขนสินค้าแบบเทกอง (Bulk Cargo) มักมีเส้นทางเดินเรือแบบจากเมืองท่าต้นทางไปจนถึงเมืองท่าปลายทาง (End to end)

  • Container Vessel

     คือเรือสินค้าที่ทําการขนส่งโดยระบบตู้คอนเทนเนอร์ มักมีเส้นทางเดินเรือแบบเครือข่าย (Network service) หรือเส้นทางเดินเรือแบบรอบโลก (Round the worldservice) โดยใช้เรือแม่ขนาดใหญ่ (Mother Vessel) วิ่งให้บริการเฉพาะเมืองท่าหลักที่เป็นฐานการให้บริการ เช่นเมืองท่า Singapore แล้วใช้เรือลูก (Feeder) ขนตู้คอนเทนเนอร์จากเมืองท่าหลักไปยังเมืองท่ารองหรือเมืองท่าปลายทาง เช่น ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง เป็นต้น

  • Semi container Vessel

     คือเรือสินค้าที่มีรูปแบบการขนส่งผสมผสานระหว่างเรือ Conventional กับเรือContainer กล่าวคือ เป็นเรือสินค้าที่สามารถบรรทุกสินค้าลงในระวางส่วนหนึ่งและมีพื้นที่บนเรือที่จะวางตู้คอนเทนเนอร์ได้อีกส่วนหนึ่ง มักมีเส้นทางเดินเรือแบบเมืองท่าต้นทางถึงเมืองท่าปลายทาง

 

2. CHARTER TERM 

     คือการว่าจ้างขนส่งสินค้าโดยเรือที่เช่ามาขนส่งสินค้าเป็นเที่ยวๆ เป็นเรือที่ไม่มีตารางเดินเรือและเส้นทางเป็นการตายตัว เรียกว่าการเช่าเรือ ซึ่งแบ่งการเช่าออกเป็น 4 ลักษณะคือ

  • Voyage Charter

      เป็นการเช่าเหมาเรือแบบเที่ยวเดียว เพื่อขนส่งสินค้าที่กําหนด ส่วนใหญ่เป็นการเช่าเหมาเรือทั้งลํา เพื่อขนส่งสินค้าจากท่าเรือแห่งหนึ่งไปยังท่าเรืออีกแห่งหนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือเป็นภาระของเจ้าของเรือที่จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาเช่าเหมาเรือที่ได้ทํากันไว้ระหว่างเจ้าของเรือกับผู้เช่าเรือ

  • Time Charter

     เป็นการเช่าเหมาเรือแบบระยะเวลา ผู้เช่าเหมาเรือจะได้สิทธิในการใช้เรือในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เจ้าของเรือมีหน้าที่ที่จะต้องทําให้เรืออยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้เท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินเรือตามที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญาการเช่าเหมาเรือ จะตกเป็นภาระของผู้เช่าเรือที่จะต้องรับผิดชอบ

  • Bareboat Charter 

      เป็นการเช่าเหมาเรือเฉพาะตัวเรือเปล่าๆ ไม่รวมลูกเรือ มักเป็นการเช่าเหมาเรือในระยะเวลาที่ยาวนาน เจ้าของเรือจะรับภาระเฉพาะการหาเรือมาให้แก่ผู้เช่าเรือ ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินเรือตลอดจนการทําให้เรือสามารถปฏิบัติงานได้เป็นภาระของผู้เช่าเรือ

  • Hybrid Charter

     เป็นการเช่าเหมาเรือแบบผสมผสานกัน เช่น การเช่าเหมาเรือเที่ยวเดียวอย่างต่อเนื่องและการเช่าเหมาเรือที่ผสมระหว่างการเช่าแบบเที่ยวเดียวและการเช่าแบบระยะเวลา

 

 



 

BY : NOON (CC)

ที่มาของข้อมูล : lissom-logistics


บทความที่เกี่ยวข้อง
โลจิสติกส์กับการลดมลพิษ: เปลี่ยนควันดำเป็น "กำไร" ด้วยระบบขนส่งรักษ์โลก (Green Logistics)
เมื่อพูดถึงการขนส่งสินค้า ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือรถบรรทุกคันใหญ่ รถติดยาวเหยียด และควันดำที่พ่นสู่ชั้นบรรยากาศ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อุตสาหกรรมโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่น PM 2.5 ออกมามากที่สุด
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
21 ก.พ. 2026
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก x ระบบขนส่ง: คู่หูทางรอดธุรกิจยุคใหม่ ที่ได้ทั้ง "ใจลูกค้า" และ "ลดต้นทุน"
ในโลกยุค 2026 ที่ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่ว่า "คุณขายอะไร" แต่มองลึกลงไปถึงว่า "คุณขายอย่างไร" และ "คุณส่งอย่างไร"
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
20 ก.พ. 2026
Urban Logistics: ผ่าทางตันขนส่งในเมืองใหญ่ เมื่อ "รถติด" ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือความท้าทายที่ต้องชนะ!
ในยุค 2026 ที่ E-commerce เฟื่องฟูถึงขีดสุด ใครๆ ก็อยากได้ของ "เดี๋ยวนี้" หรือ "ภายในวันเดียว" (Same-day Delivery) แต่ความเป็นจริงที่ผู้ประกอบการและบริษัทขนส่งต้องเจอคือ...
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
19 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ