แชร์

ไปทำความรู้จักกับ Underdog Marketing กัน

อัพเดทล่าสุด: 17 ส.ค. 2024
1089 ผู้เข้าชม

Underdog Marketing คืออะไร

     Underdog Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดมวยรองที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับแบรนด์ที่เล็กกว่าหรือใหม่กว่า โดยใช้จุดแข็งที่ไม่เหมือนใครและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าเป้าหมาย

ลักษณะของ Underdog Marketing

     Underdog Marketing คือกลยุทธ์ที่น่าสนใจที่ช่วยให้แบรนด์ต่ำกว่าคู่แข่งที่มีชื่อเสียงสามารถเอาชนะใจผู้บริโภค โดยการใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งมาจากความคล้ายคลึงกับการแข่งขันกัดสุนัขในอดีต คุณอาจจำได้ว่าในสมัยก่อน 99.99% ของสุนัขที่ชนะในการแข่งขันกัดสุนัขจะเป็น underdog หรือ หมารองบ่อน ซึ่งหมายถึงสุนัขที่มีความแข็งแกร่งน้อยกว่าคู่แข่ง แต่กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ และท้าทายเพื่อชนะใจผู้ชม

ในทางการตลาด กลยุทธ์ Underdog Marketing นี้มีลักษณะเป็นดังนี้
  • การคิดนอกกรอบ (Out of The Box) :
    การคิดที่ไม่ธรรมดา และไม่เหมือนใคร
    แบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์นี้มักมีความเป็นเอกลักษณ์และไม่ซ้ำจำเจ

  • การสร้างความแตกต่าง (Differentiate) :
    การนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ต่างจากคู่แข่ง
    อาจเป็นการใช้กลยุทธ์หรือการตลาดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

  • การโจมตีด้านข้าง (Flank Attack) :
    การทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่ได้หวังครองตลาด แต่ต้องการชนะใจผู้บริโภค
    อาจเป็นการนำเสนอแคมเปญที่แปลกใหม่หรือสร้างกลยุทธ์ที่ยังไม่เคยมีใครทำ

การใช้ Underdog Marketing ช่วยให้แบรนด์ของคุณมีเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำในตลาด

ประโยชน์ของ Underdog Marketing

     การตลาดแบบ Underdog มีประโยชน์หลายประการในการทำการตลาด โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่เป็นรองหรือมีข้อจำกัดในการแข่งขันกับคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่กว่า ดังนี้ :

  • สร้างความแตกต่าง : กลยุทธ์นี้ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ โดยไม่ต้องแข่งกับเจ้าใหญ่ที่มีอยู่ แต่เน้นการนำเสนอสินค้าและบริการที่ไม่เหมือนใครเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค

  • ใช้ความคิดสร้างสรรค์ : การตลาดแบบ Underdog มักใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างความประหลาดใจให้ลูกค้าเพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างการรับรู้อย่างกว้างขวาง

  • การโจมตีด้านข้าง (Flank Attack) : กลยุทธ์นี้ไม่ได้หวังครองตลาดแต่เพียงผู้เดียว แต่เน้นการชนะใจผู้บริโภคโดยการนำเสนอแคมเปญที่แปลกใหม่หรือการสร้างกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนใคร

  • การคิดนอกกรอบ (Out of The Box) : การคิดนอกกรอบเป็นแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์ โดยไม่จำกัดแค่ตัวสินค้าและบริการ แต่อาจหมายถึงกลยุทธ์หรือ marketing offering ที่ฉีกออกไปจากเจ้าอื่น ๆ

  • การใช้พลังจากสื่อ (Media Power) : การใช้พลังจากสื่อเข้ามาเป็นตัวช่วยในการสร้างสีสัน สร้างลูกเล่น และดึงดูดความสนใจด้วยการเลือกใช้สื่อที่ไม่ต้องทุ่มทุนลงไปเยอะมากนัก

  • ความกล้าได้กล้าเสีย (Risk Taker) : กลยุทธ์นี้ต้องมีความกล้าในการทุ่มเทเพื่อทำให้แบรนด์สินค้าและบริการแจ้งเกิด โดยไม่หวังผลตอบแทนในทันที แต่เน้นการสร้างความแตกต่างและสร้างฐานลูกค้าใหม่

  • ตัวอย่างความสำเร็จ : มีหลายแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ Underdog Marketing เช่น Bar B Q Plaza, Nescafe, Robinhood, Dtac, มาชิตะ และอิชิตัน เป็นต้น

  • การปรับจิตใจ : การปรับจิตใจให้เป็นนักสู้และไม่ให้ข้ออ้างใด ๆ เป็นสำคัญในการทำการตลาดแบบ Underdog โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องต้นทุนสินค้าและเศรษฐกิจที่ไม่ดี

  • การเปลี่ยนลูกค้าไม่เคลื่อนไหว (Transform Inactive to Active Customer) : กลยุทธ์นี้ช่วยเปลี่ยนจากลูกค้าที่เคยซื้อแล้วหายไปให้กลับมาซื้อใหม่ ซึ่งสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็ว

  • การออกหาลูกค้า (Be Active not Passive) : การออกหาลูกค้าแทนการนั่งรอลูกค้ามาเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการทำการตลาดแบบ Underdog โดยเน้นการออกไปหาลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์กับพวกเขา

สรุป

     สรุปโดยรวมแล้ว Underdog Marketing เป็นกลยุทธ์ที่สามารถช่วยให้ธุรกิจที่เป็นรองสามารถแข่งขันได้และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ โดยเน้นการสร้างความประหลาดใจและความสัมพันธ์กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง มีประโยชน์มากมายในการทำการตลาด โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจที่เป็นรองหรือมีข้อจำกัดในการแข่งขันกับคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่กว่า




BY : NOON (CC)
ที่มาของข้อมูล :  Packhai

     







บทความที่เกี่ยวข้อง
EOQ คืออะไร? สูตรลับคลังสินค้า สั่งของเท่าไหร่ให้ 'คุ้ม' ที่สุด
เคยเจอปัญหานี้ไหมครับ? สั่งของมาตุนในคลังสินค้าเยอะเกินไป เงินทุนก็จมไปกับสต็อก แถมยังต้องเสียค่าเช่าพื้นที่เพิ่ม แต่พอสั่งของมาน้อยเกินไป สินค้าก็ขาด ขายไม่ได้ เสียโอกาสทางธุรกิจไปอีก... คำถามคือ แล้วเราควรจะสั่งของครั้งละเท่าไหร่ดี ถึงจะเรียกว่า "พอดี" และ "คุ้มค่า" ที่สุด? วันนี้เราจะมาแนะนำให้รู้จักกับ EOQ (Economic Order Quantity) หรือ ปริมาณการสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด ซึ่งเป็นเหมือนสูตรลับที่ช่วยให้ธุรกิจหาจุดสมดุลในการสั่งซื้อสินค้าได้อย่างมืออาชีพ
โก้(นักศึกษาฝึกงาน)
23 ก.ค. 2025
โลจิสติกส์ฉุกเฉิน การเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดและส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานของเมืองและประเทศต่าง ๆ
ร่วมมือ.jpg Contact Center
31 มี.ค. 2025
Case Study: ธุรกิจที่เปลี่ยนเกมหลังปรับระบบคลัง
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้น การจัดการคลังสินค้าไม่ได้เป็นแค่ “เบื้องหลัง” อีกต่อไป แต่กลายเป็น “ตัวแปรสำคัญ”
S__2711596.jpg BS&DC SAI5
2 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้