แก้ผิดจุด = ยิ่งช้าลง กับดักการพัฒนาโลจิสติกส์ที่หลายองค์กรเจอซ้ำ

ยิ่งแก้ ยิ่งวุ่น — เพราะแก้ไม่ตรงจุด
หลายองค์กรเจอสถานการณ์แบบนี้
เพิ่มคนแล้วงานยังช้า
ลงระบบใหม่แล้วปัญหาเดิมยังอยู่
ประชุมเยอะขึ้น แต่ไม่ดีขึ้น
เพราะกำลัง
แก้ในจุดที่ “ไม่ใช่คอขวด”
ตัวอย่างการแก้ผิดจุดที่พบบ่อย
เพิ่มคนแพ็ก ทั้งที่ติดที่ตรวจรับ
เร่งคลัง ทั้งที่รถออกไม่ทัน
ลง WMS ทั้งที่ขั้นตอนยังมั่ว
กด KPI ทุกแผนก ทั้งที่ปัญหาอยู่แผนกเดียว
ผลคือ
ต้นทุนเพิ่ม
คนเหนื่อย
แต่ความเร็วไม่เพิ่ม
ทำไมการแก้ผิดจุดถึงอันตราย
1. ทำให้ระบบซับซ้อนขึ้น
มีงานเพิ่ม แต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหลัก
2. ทำให้คนหน้างานสับสน
ไม่รู้ว่าควรโฟกัสอะไรแน่
3. ทำให้ผู้บริหารคิดว่าปัญหาใหญ่กว่าความจริง
ทั้งที่จริงๆ แค่ยังหา “จุดหลัก” ไม่เจอ
วิธีเช็กง่ายๆ ว่าคุณกำลังแก้ถูกจุดไหม
ถามตัวเองว่า
ถ้าแก้จุดนี้ ระบบจะเร็วขึ้นทั้งเส้นหรือไม่
ถ้าไม่แก้จุดนี้ ต่อให้แก้ที่อื่น ระบบจะดีขึ้นไหม
ถ้าคำตอบคือ “ไม่”
แปลว่ายังไม่ใช่จุดหลัก
โฟกัสที่ระบบ ไม่ใช่ความรู้สึก
ดูงานที่กองรอ
ดูเวลาที่เสียไปจริง
ดูคนที่ถูกเร่งซ้ำๆ
ดูขั้นตอนที่ข้ามไม่ได้
ข้อมูลเหล่านี้
จะพาคุณไปหาคอขวดได้ดีกว่า
การเดา
สรุป
การพัฒนาโลจิสติกส์
ไม่ใช่เรื่องของการทำให้ทุกอย่างดีขึ้นพร้อมกัน
แต่คือการ
กล้าปล่อยบางจุดไว้ก่อน
เพื่อโฟกัสจุดที่สำคัญที่สุด
เพราะในซัพพลายเชน
แก้ผิดจุด = ไม่แค่ไม่เร็วขึ้น
แต่ทำให้ทั้งระบบช้าลงกว่าเดิม
BANKKUNG

Contact Center

