แชร์

รถ 10 ล้อ: ทำไมถึงต้องมี 10 ล้อ? สาระน่ารู้เรื่องพิกัดน้ำหนักบรรทุกตามกฎหมายไทย ที่คนส่งของต้องรู้!

noimageauthor ลูกดิว เด็กฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
113 ผู้เข้าชม
1. ทำไมถึงต้องมี 10 ล้อ? (ความลับของเพลาและการกระจายน้ำหนัก)
จำนวนล้อของรถบรรทุกไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อความเท่ แต่ถูกคำนวณมาตาม "หลักฟิสิกส์และการกระจายแรง" ครับ

โครงสร้างมาตรฐานของรถ 10 ล้อ (แบบ 3 เพลา) จะถูกแบ่งออกเป็น:
  • เพลาหน้า 1 เพลา (2 ล้อ): ใช้สำหรับบังคับเลี้ยว รับน้ำหนักส่วนหัวลากและเครื่องยนต์
  • เพลาหลัง 2 เพลา (เพลาละ 4 ล้อ แบบล้อคู่ซ้าย-ขวา): รวมเป็น 8 ล้อ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนและรับน้ำหนักบรรทุกหลัก

เหตุผลที่ต้องใช้ล้อคู่ด้านหลัง: เพราะสินค้ามีน้ำหนักมหาศาล หากใช้ล้อเดี่ยว ยางจะรับน้ำหนักไม่ไหวและระเบิดได้ง่าย การเพิ่มจำนวนล้อเป็น 10 ล้อ จะช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสถนน กระจายน้ำหนักบรรทุก (Load Distribution) ทำให้ยางแต่ละเส้นรับภาระน้อยลง และที่สำคัญคือ "ช่วยรักษาสภาพผิวถนนไม่ให้พังเร็ว" นั่นเองครับ

2. พิกัดน้ำหนักบรรทุกรถ 10 ล้อ ตามกฎหมายไทย คือเท่าไหร่?
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า ซื้อรถคันใหญ่มาแล้วจะใส่ของหนักแค่ไหนก็ได้ตราบใดที่ยัดเข้าตู้หมด... เป็นความเข้าใจที่ผิดและอันตรายมากครับ!

ตามประกาศของ กรมทางหลวง พิกัดน้ำหนักของรถบรรทุกถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันถนนชำรุดและลดอุบัติเหตุ โดยสำหรับรถ 10 ล้อ (ประเภท 3 เพลา 6 ยาง หรือ 10 ยาง) กฎหมายกำหนดไว้ว่า:
  • น้ำหนักรวมสุทธิ (Gross Vehicle Weight) ต้องไม่เกิน 25 ตัน (25,000 กิโลกรัม)

ข้อควรระวัง: คำว่า "25 ตัน" คือน้ำหนักตัวรถรวมกับน้ำหนักสินค้าแล้วนะครับ! โดยปกติ รถ 10 ล้อตู้ทึบจะมีน้ำหนักรถเปล่า (Tare Weight) อยู่ที่ประมาณ 9 - 11 ตัน ดังนั้น น้ำหนักสินค้าจริง (Payload) ที่คุณสามารถบรรทุกได้ จะอยู่ที่ประมาณ 14 - 15 ตันเท่านั้นครับ

3. ผลเสียของการ "บรรทุกน้ำหนักเกิน" (Overload)
บางครั้งผู้ประกอบการอาจอยากประหยัดค่าขนส่ง ยัดของไป 18-20 ตันในรถคันเดียว แต่หารู้ไม่ว่าหายนะกำลังรออยู่:
  1. เบรกไม่อยู่: น้ำหนักที่เกินพิกัด ทำให้ระยะเบรกยาวขึ้น เสี่ยงต่อการพุ่งชนรถคันหน้า
  2. ยางระเบิด/ช่วงล่างพัง: รถต้องรับภาระหนักเกินสเปกโรงงาน เสี่ยงต่ออุบัติเหตุพลิกคว่ำกลางทาง
  3. ผิดกฎหมาย (โดนจับ/ปรับหนัก): หากเข้าด่านชั่งน้ำหนักแล้วพบว่าเกิน รถจะถูกอายัด สินค้าส่งไม่ทันกำหนด และมีโทษปรับที่รุนแรงมาก

สรุป: ส่งของหนักแค่ไหน ก็ปลอดภัยถ้าไปกับ BS Transport
ที่ BS Transport เรายึดมั่นในนโยบาย "Safety & Compliance" (ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย) อย่างเคร่งครัด เรามีระบบประเมินน้ำหนักสินค้าก่อนขึ้นรถเสมอ เพื่อให้รถทุกคันวิ่งอยู่ในพิกัด 25 ตันตามกฎหมาย

นั่นแปลว่า สินค้าของคุณจะเดินทางอย่างราบรื่น ไม่ติดด่าน ไม่เกิดอุบัติเหตุจากรถรับน้ำหนักเกิน และถึงมือผู้รับปลายทางตรงเวลาอย่างแน่นอนครับ!

บทความที่เกี่ยวข้อง
AI ตรวจสอบความถูกต้องของที่อยู่พัสดุก่อนส่ง ลดการตีกลับ–ของส่งผิด
AI ตรวจสอบความถูกต้องของที่อยู่พัสดุก่อนส่ง ช่วยลดพัสดุตีกลับ ลดต้นทุน เพิ่มความพึงพอใจลูกค้า และทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์แม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
25 ก.ค. 2025
AI จะมาแทนงานโลจิสติกส์หรือไม่? ความจริงที่หลายคนยังเข้าใจผิด
AI จะมาแทนงานโลจิสติกส์หรือไม่ วิเคราะห์อนาคตของงานโลจิสติกส์ในยุคเทคโนโลยี
ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
10 มี.ค. 2026
AI: เบื้องหลังความสำเร็จของโลจิสติกส์ยุคใหม่ที่ฉลาดและไวกว่าเดิม
ในโลกที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว การแข่งขันในธุรกิจ โลจิสติกส์และซัพพลายเชน ไม่ได้วัดกันที่ขนาดของกองรถหรือคลังสินค้าอีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญคือ ประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความเร็ว และเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นพระเอกในเรื่องนี้ก็คือ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI
โก้(นักศึกษาฝึกงาน)
18 ก.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้