"สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)"

สินค้าตีกลับ (Return Goods): ฝันร้ายของคนขายออนไลน์ จัดการยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด (Reverse Logistics)
"ส่งไป 100 บ้าน ตีกลับมา 10 บ้าน... กำไรที่หามาได้ หายวับไปกับค่าส่งฟรีๆ!"
นี่คือประโยคที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่อยากได้ยินที่สุด แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่สุดเช่นกัน โดยเฉพาะร้านที่เปิดบริการ "เก็บเงินปลายทาง (COD)" ปัญหาสินค้าตีกลับ (Return Goods) ไม่ใช่แค่เรื่อง "ขายไม่ได้" นะคะ แต่มันคือ "การขาดทุนซ้ำซ้อน" (Double Loss)
คุณเสียทั้งค่ากล่อง ค่าแพ็ค ค่าแรง ค่าส่งไป และยังต้องเสียค่าส่งกลับอีก! เผลอๆ สินค้าเดินทางไกลไป-กลับ สภาพเยินจนเอามาขายต่อไม่ได้ กลายเป็นขยะในโกดัง (Dead Stock) ไปอีก
วันนี้ BS Express จะพาคุณมารู้จักกับคำว่า "Reverse Logistics (โลจิสติกส์ย้อนกลับ)" ศาสตร์แห่งการบริหารจัดการของที่ถูกส่งกลับมา เพื่อช่วยให้คุณ "เจ็บตัวน้อยที่สุด" และเปลี่ยนของเหล่านั้นกลับมาเป็นเงินสดให้ไวที่สุดค่ะ
ทำความรู้จัก Reverse Logistics: เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นระบบ
ปกติเราจะคุ้นเคยแต่การส่งของจากร้านไปหาลูกค้า (Forward Logistics) แต่ Reverse Logistics คือกระบวนการจัดการสินค้าที่ไหลย้อนกลับจากลูกค้าสู่ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสินค้า การซ่อมแซม หรือการตีกลับเพราะลูกค้าปฏิเสธการรับ
หากคุณไม่มีระบบจัดการตรงนี้ที่ดีพอ ของตีกลับจะกลายเป็น "จุดรั่วไหลของกำไร" ที่น่ากลัวที่สุด
3 ขั้นตอนจัดการ "ของตีกลับ" ให้ขาดทุนน้อยที่สุด
1. สกัดจุดเสียตั้งแต่ต้นทาง (Prevention is key) วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือทำให้มันเกิดขึ้นน้อยที่สุดค่ะ
คอนเฟิร์มออเดอร์ (โดยเฉพาะ COD): โทรหรือทักแชทยืนยันลูกค้าก่อนส่งทุกครั้ง เพื่อเช็คว่าเขามีตัวตนจริง และยังต้องการสินค้าอยู่ไหม ช่วยลดการปฏิเสธรับของหน้างานได้เยอะมาก
แพ็คให้แน่นหนา: สาเหตุอันดับต้นๆ ของการตีกลับคือ "สินค้าเสียหายระหว่างทาง" การลงทุนกับบับเบิ้ลกันกระแทกและการแพ็คที่ดี จะช่วยลดปัญหานี้ได้เกินครึ่ง
2. แข่งกับเวลา: ยิ่งกลับไว ยิ่งมีโอกาสขายต่อ (Speed Recovery) สินค้าตีกลับ เปรียบเสมือน "เงินสดที่ถูกแช่แข็ง" ยิ่งมันเดินทางกลับมาถึงโกดังช้าเท่าไหร่ โอกาสขายต่อก็ยิ่งน้อยลง (โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่น หรือของตามกระแส)
เลือกขนส่งที่ใส่ใจขากลับ: ขนส่งบางเจ้าอาจดองของตีกลับไว้นานเป็นสัปดาห์ที่ศูนย์กระจายสินค้า แต่ที่ BS Express เราให้ความสำคัญกับขาทั้งไปและกลับ เพื่อให้คุณได้รับสินค้าคืนเร็วที่สุด นำมาหมุนเวียนขายต่อได้ทันที
3. คัดแยกเกรดทันทีที่ของถึง (Grading & Sorting) เมื่อของกลับมาถึง "อย่ากองทิ้งไว้" ครับ! ให้รีบแกะเช็คสภาพและแบ่งเกรดทันที:
เกรด A (สภาพสมบูรณ์ 100%): ลูกค้าอาจแค่เปลี่ยนใจ ไม่ได้รับของ รีบทำความสะอาด เปลี่ยนกล่องใหม่ แล้วนำกลับเข้าสต็อกขายทันที (Re-stock)
เกรด B (มีตำหนิเล็กน้อย/กล่องบุบ): สินค้ายังใช้งานได้ดี นำไปจัดโปรโมชั่นสินค้าตัวโชว์ หรือขายในกลุ่ม Clearance เพื่อดึงทุนคืน
เกรด C (เสียหายหนัก): แยกทิ้งหรือขายซาก อย่าเก็บปะปนกับของดี เพราะจะทำให้เช็คสต็อกผิดพลาด
สรุป: การเลือกขนส่ง คือหัวใจของ Reverse Logistics
ไม่มีใครอยากให้มีสินค้าตีกลับครับ แต่ในเมื่อมันเป็นเรื่องธรรมชาติของการขายออนไลน์ การมีระบบจัดการที่ดีจะช่วยเปลี่ยนจาก "ฝันร้าย" ให้กลายเป็นเพียง "ขั้นตอนการทำงานปกติ" ที่คุณควบคุมได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่เข้าใจหัวอกคนค้าขาย ไม่ใช่แค่ส่งของไปให้ถึง แต่ต้องดูแลสินค้าขากลับให้ดี ไม่โยน ไม่ดอง เพื่อให้สินค้าของคุณยังคงมูลค่า และนำกลับมาสร้างกำไรได้อีกครั้ง
"BS Express พร้อมเป็นผู้ช่วยดูแลทุกการจัดส่ง ทั้งขาไปและขากลับ เพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณเดินหน้าต่อได้อย่างไม่สะดุดค่ะ"
ผึ้ง เด็กฝึกงาน


Contact Center
