หยุดเดี๋ยวนี้! เท "น้ำมันเครื่องเก่า" ลงท่อ = ทำลายโลก... เปิดเบื้องหลังการกำจัดของเสียฉบับ BS Transport ที่ได้มาตรฐานกรมโรงงาน
อัพเดทล่าสุด: 12 ก.พ. 2026
209 ผู้เข้าชม

1. ทำไมน้ำมันเครื่องเก่าถึงเป็น "ขยะพิษ"?
น้ำมันเครื่องที่ผ่านการใช้งาน จะปนเปื้อนไปด้วยโลหะหนัก เขม่าควัน และสารเคมีจากการเผาไหม้ หากเททิ้งมั่วซั่ว:
2. ขั้นตอนการกำจัดของเสียฉบับ BS Transport (Standard Procedure)
ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงของเรา มีมาตรการจัดการที่เข้มงวด 3 ขั้นตอน ดังนี้ครับ:
✅ ขั้นตอนที่ 1: แยกขยะตั้งแต่ต้นทาง (Segregation)
ช่างซ่อมบำรุงของเราจะไม่เทน้ำมันเครื่องรวมกับขยะทั่วไป หรือเทลงพื้นเด็ดขาด เรามี "ถังรองรับน้ำมันเก่า" เฉพาะกิจ รวมถึงแยกไส้กรองน้ำมันเครื่อง และเศษผ้าเปื้อนน้ำมัน ออกจากขยะทั่วไปอย่างชัดเจน
✅ ขั้นตอนที่ 2: จัดเก็บในพื้นที่ควบคุม (Safe Storage)
น้ำมันเก่าที่ถ่ายออกมาแล้ว จะถูกนำไปเก็บใน "ถัง 200 ลิตร" ที่ปิดมิดชิด และวางไว้ในพื้นที่ที่มี "เขื่อนกั้น (Bund Wall)" เพื่อป้องกันกรณีถังรั่วไหลไม่ให้ไหลออกสู่ภายนอก พร้อมติดป้ายเตือนวัตถุไวไฟชัดเจน
✅ ขั้นตอนที่ 3: ส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญกำจัด (Licensed Disposal)
นี่คือหัวใจสำคัญ! เราไม่ขายน้ำมันเก่าให้รถเร่ที่รับซื้อไปกรองขายใหม่แบบผิดกฎหมาย แต่เราจ้าง "บริษัทรับกำจัดขยะอุตสาหกรรม (Industrial Waste Management)" ที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (มีใบอนุญาต รง.105 หรือ 106) มารับไปบำบัดหรือเผาทำลายอย่างถูกวิธีเท่านั้น
3. ลูกค้าได้อะไรจากการที่ขนส่งใส่ใจเรื่องนี้?
การเลือกใช้บริการ BS Transport เท่ากับคุณได้สนับสนุน Green Supply Chain โดยทางอ้อม
การเทน้ำมันลงท่ออาจจะง่ายและไม่มีต้นทุน แต่ "ราคาที่ต้องจ่าย" ของธรรมชาติมันแพงมหาศาลครับ BS Transport ขอสัญญาว่าเราจะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับคนรุ่นหลังต่อไป
น้ำมันเครื่องที่ผ่านการใช้งาน จะปนเปื้อนไปด้วยโลหะหนัก เขม่าควัน และสารเคมีจากการเผาไหม้ หากเททิ้งมั่วซั่ว:
- อุดตันท่อ: คราบน้ำมันจะจับตัวเป็นก้อนไขมันยักษ์ (Fatberg) อุดตันท่อระบายน้ำเมือง
- ทำลายดิน: ดินบริเวณนั้นจะเพาะปลูกไม่ได้ และสารพิษจะซึมลงสู่น้ำบาดาล
- ผิดกฎหมาย: การทิ้งของเสียอันตรายไม่ถูกที่ มีโทษปรับหนักและจำคุกตาม พ.ร.บ. โรงงาน
2. ขั้นตอนการกำจัดของเสียฉบับ BS Transport (Standard Procedure)
ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงของเรา มีมาตรการจัดการที่เข้มงวด 3 ขั้นตอน ดังนี้ครับ:
✅ ขั้นตอนที่ 1: แยกขยะตั้งแต่ต้นทาง (Segregation)
ช่างซ่อมบำรุงของเราจะไม่เทน้ำมันเครื่องรวมกับขยะทั่วไป หรือเทลงพื้นเด็ดขาด เรามี "ถังรองรับน้ำมันเก่า" เฉพาะกิจ รวมถึงแยกไส้กรองน้ำมันเครื่อง และเศษผ้าเปื้อนน้ำมัน ออกจากขยะทั่วไปอย่างชัดเจน
✅ ขั้นตอนที่ 2: จัดเก็บในพื้นที่ควบคุม (Safe Storage)
น้ำมันเก่าที่ถ่ายออกมาแล้ว จะถูกนำไปเก็บใน "ถัง 200 ลิตร" ที่ปิดมิดชิด และวางไว้ในพื้นที่ที่มี "เขื่อนกั้น (Bund Wall)" เพื่อป้องกันกรณีถังรั่วไหลไม่ให้ไหลออกสู่ภายนอก พร้อมติดป้ายเตือนวัตถุไวไฟชัดเจน
✅ ขั้นตอนที่ 3: ส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญกำจัด (Licensed Disposal)
นี่คือหัวใจสำคัญ! เราไม่ขายน้ำมันเก่าให้รถเร่ที่รับซื้อไปกรองขายใหม่แบบผิดกฎหมาย แต่เราจ้าง "บริษัทรับกำจัดขยะอุตสาหกรรม (Industrial Waste Management)" ที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (มีใบอนุญาต รง.105 หรือ 106) มารับไปบำบัดหรือเผาทำลายอย่างถูกวิธีเท่านั้น
3. ลูกค้าได้อะไรจากการที่ขนส่งใส่ใจเรื่องนี้?
การเลือกใช้บริการ BS Transport เท่ากับคุณได้สนับสนุน Green Supply Chain โดยทางอ้อม
- ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย: มั่นใจได้ว่าสินค้าของคุณไม่ได้ถูกขนส่งโดยบริษัทที่ละเลยสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์แบรนด์คุณในอนาคต
- สนับสนุน CSR: คุณสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในรายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) ของบริษัทคุณได้
การเทน้ำมันลงท่ออาจจะง่ายและไม่มีต้นทุน แต่ "ราคาที่ต้องจ่าย" ของธรรมชาติมันแพงมหาศาลครับ BS Transport ขอสัญญาว่าเราจะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับคนรุ่นหลังต่อไป
บทความที่เกี่ยวข้อง
ในยุคที่ใคร ๆ ก็พูดถึงเรื่องลดโลกร้อน ลดคาร์บอน และหันมาใส่ใจโลกมากขึ้น การขนส่งเองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน หนึ่งในสิ่งที่น่าจับตามองสุด ๆ ก็คือ รถไฟฟ้า หรือระบบขนส่งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไม่ใช่แค่สำหรับคนโดยสารนะ แต่ยังเริ่มขยายบทบาทไปถึง การขนส่งสินค้า แล้วด้วย
วันนี้เราจะมาชวนคุยกันแบบเพลิน ๆ ว่ารถไฟฟ้ามันดียังไง มีที่มาแนวคิดจากไหน แล้วถ้าจะเอามาใช้จริง ๆ มันมีข้อเสียอะไรบ้างหรือเปล่า?
23 เม.ย. 2025
หน้าฝนทีไรปวดหัวทุกที! แจก 5 เทคนิคแพ็คสินค้ากันน้ำ ป้องกันพัสดุเปียกชื้น เสียหาย หรือกล่องเปื่อยยุ่ยระหว่างขนส่ง ช่วยเซฟต้นทุน ลดปัญหาเคลมสินค้า พร้อมแนะนำวิธีเลือกบริษัทขนส่งให้รอดพ้นจากพายุฝน
18 มี.ค. 2026
คุณได้ทุ่มเทเวลาและความพยายามอย่างมหาศาลเพื่อสร้าง "Pillar Content" หรือบทความหลักฉบับสมบูรณ์ ที่เต็มไปด้วยข้อมูลเชิงลึกและเป็นประโยชน์ แต่ความจริงก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเวลาหรือความตั้งใจในการอ่านบทความยาวๆ 3,000 คำ แล้วเราจะทำอย่างไรให้แก่นความรู้ที่ยอดเยี่ยมของเราเข้าถึงคนในวงกว้างขึ้น? คำตอบคือ "Infographic" ซึ่งเปรียบเสมือน "ตัวอย่างภาพยนตร์" ของ Pillar Content ของคุณ มันคือภาพสรุปที่ย่อยข้อมูลซับซ้อนให้สวยงาม เข้าใจง่าย และที่สำคัญคือ "น่าแชร์" อย่างยิ่ง แต่เดี๋ยวก่อน... ทำ Infographic ต้องจ้างดีไซเนอร์แพงๆ ไม่ใช่หรือ? ไม่จำเป็นเลย! บทความนี้คือคู่มือที่จะสอนให้คุณสร้าง Infographic คุณภาพสูงได้ด้วยตัวเองในงบประมาณ 0 - 1,000 บาทเท่านั้น
11 ก.ย. 2025
ลูกดิว เด็กฝึกงาน

BS Rut กองรถ

