แชร์

"ประกันสินค้าหาย/เสียหาย: ความรับผิดชอบของขนส่ง vs ประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance) ต่างกันยังไง?"

noimageauthor ผึ้ง เด็กฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
986 ผู้เข้าชม


ของหาย! ของพัง! ใครจ่าย? แยกให้ออกระหว่าง "ความรับผิดชอบของขนส่ง" vs "ประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance)" ก่อนน้ำตาตกใน

เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ไหมครับ?

ส่งสินค้ามูลค่า 50,000 บาทไปให้ลูกค้า ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุสินค้าเสียหายยับเยิน พอทำเรื่องเคลมกับบริษัทขนส่ง กลับได้รับแจ้งว่าจะชดใช้ให้เพียง 2,000 บาท ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้หลังใบเสร็จ...

หลายคนถึงกับช็อกและเกิดคำถามว่า "ทำไมขนส่งไม่รับผิดชอบเต็มจำนวน ในเมื่อทำของฉันพัง?"

นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดในวงการโลจิสติกส์ครับ วันนี้ BS Express จะมาไขข้อข้องใจ และพาคุณไปทำความเข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง "ความรับผิดชอบของขนส่ง" และ "ประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance)" เพื่อให้คุณไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว


1. ความรับผิดชอบของผู้ขนส่ง (Carrier Liability)
"มีให้ทุกคน แต่คุ้มครองแบบจำกัด"

นี่คือความคุ้มครองพื้นฐานที่ติดมากับค่าระวางขนส่งที่คุณจ่ายไปตามปกติ โดยที่คุณไม่ต้องซื้อเพิ่ม เป็นสิ่งที่กฎหมายหรือเงื่อนไขการให้บริการของบริษัทขนส่งกำหนดไว้

ครอบคลุมอะไรบ้าง?: คุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายที่เกิดจาก "ความประมาทเลินเล่อ" ของผู้ขนส่งในระหว่างการดูแลสินค้า
จุดสำคัญที่ต้องรู้ ():* ความรับผิดชอบนี้ "มีเพดานจำกัด (Limited Liability)" ไม่ได้จ่ายตามมูลค่าจริงของสินค้า!

ตัวอย่างเช่น: บริษัทขนส่งทั่วไปอาจกำหนดเพดานความรับผิดชอบไว้ที่ไม่เกิน 1,000 - 2,000 บาทต่อใบส่งของ หรือ อาจคิดตามน้ำหนักกิโลกรัมละไม่เกิน X บาท (แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละบริษัท)
สรุป: ถ้าคุณส่งของแพง แต่ไม่ซื้อประกันเพิ่ม แล้วเกิดเสียหาย คุณจะได้รับเงินชดเชยแค่ตามเพดานที่เขากำหนดไว้เท่านั้น ไม่ใช่ตามราคาของ
2. ประกันภัยสินค้าขนส่ง (Cargo Insurance)
"จ่ายเพิ่ม เพื่อความคุ้มครองเต็มมูลค่า"

คือประกันที่คุณ (ผู้ส่ง) ตัดสินใจ "ซื้อเพิ่ม" กับบริษัทประกันภัย (โดยอาจซื้อผ่านบริษัทขนส่งที่เป็นนายหน้า) เพื่อคุ้มครองสินค้าล็อตนั้นๆ เป็นพิเศษ

ครอบคลุมอะไรบ้าง?: คุ้มครองกว้างกว่ามาก ครอบคลุมถึงอุบัติเหตุต่างๆ ภัยธรรมชาติ ไฟไหม้ รถคว่ำ หรือการโจรกรรม (ขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ที่เลือก)
จุดสำคัญที่ต้องรู้ ():* จ่ายค่าเสียหาย "ตามมูลค่าจริงที่แจ้งเอาประกัน (Full Value)"

ตัวอย่างเช่น: หากคุณส่งสินค้ามูลค่า 50,000 บาท และแจ้งทำประกันไว้เต็มมูลค่า เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนเสียหายทั้งล็อต บริษัทประกันจะชดใช้ให้คุณตามมูลค่าจริงคือ 50,000 บาท (อาจมีหักค่าความเสียหายส่วนแรก หรือ Deductible เล็กน้อยตามสัญญา)
สรุป: ยอมจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มหลักร้อย เพื่อคุ้มครองเงินหลักหมื่นหลักแสน

คำแนะนำจาก BS Express: อย่าเสี่ยงกับของมีค่า
การประหยัดค่าเบี้ยประกันเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่ความเสียหายทางธุรกิจมหาศาล หากคุณต้องส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เครื่องจักร หรือสินค้าล็อตใหญ่ เราขอแนะนำให้ทำ "Cargo Insurance" เพิ่มเติมทุกครั้งครับ

ที่ BS Express นอกจากเราจะใส่ใจดูแลสินค้าของคุณอย่างดีที่สุดตามมาตรฐานความรับผิดชอบพื้นฐานแล้ว เรายังพร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำบริการประกันภัยสินค้าขนส่งที่เหมาะสมกับประเภทและมูลค่าสินค้าของคุณ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกการขนส่งจะปลอดภัยไร้กังวล

"ส่งของกับ BS Express อุ่นใจกว่า เพราะเราไม่ได้แค่ส่ง แต่เราช่วยดูแลผลประโยชน์ของคุณ"


บทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องHyper-Personalization at Scale: วิธีใช้ AI ปรับหน้าเว็บและโปรโมชันแบบ "1 คน 1 ดีไซน์" ให้ตรงใจลูกค้าเรียลไทม์
หมดยุค One Size Fits All! เรียนรู้เทคนิคล่าสุด Hyper-Personalization ที่ใช้ AI เปลี่ยนหน้าเว็บและโปรโมชันให้ตรงใจลูกค้าแบบรายบุคคล (1-on-1) ช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความประทับใจตั้งแต่คลิกแรกจนถึงรับของ
ร่วมมือ.jpg Contact Center
9 ม.ค. 2026
โลจิสติกส์แบบ On-Demand: ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล
ในยุคที่ความเร็วกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของชีวิต ผู้บริโภคไม่เพียงต้องการ “ของ” เท่านั้น แต่ยังต้องการ “ตอนนี้” ด้วย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “โลจิสติกส์แบบ On-Demand” ระบบขนส่งที่เปลี่ยนจากการรอของ 3-5 วัน ไปสู่การจัดส่งในไม่กี่ชั่วโมง!
สีเขียว_สีเหลือง_น่ารัก_ภาพประกอบ_ปิดร้านค้า_Sorry_We_Are_Closed_Instagram_Post_.png BS Rut กองรถ
8 ก.ค. 2025
อยากสร้างระบบ WMS เอง? 5 ขั้นตอนเปลี่ยนคลังสินค้าธรรมดาให้เป็นคลังอัจฉริยะ
ในยุคที่ธุรกิจ E-commerce แข่งขันกันที่ความเร็วและความแม่นยำ การมีระบบจัดการคลังสินค้า หรือ WMS (Warehouse Management System) ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นในการเติบโต หลายคนอาจคิดว่าการสร้าง WMS เป็นเรื่องไกลตัวและต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับธุรกิจ SME การ "สร้างระบบ WMS" หมายถึงการวางแผนและนำเครื่องมือที่เหมาะสมมาใช้สร้าง "ระบบ" การทำงานที่เป็นอัจฉริยะขึ้นมา
ซาล(นักศึกษาฝึกงาน)
5 ส.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้