แชร์

"Barcodes vs QR Codes: ระบบสต็อกของคุณเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน?"

noimageauthor ผึ้ง เด็กฝึกงาน
อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
5 ผู้เข้าชม

Barcodes vs QR Codes: ระบบสต็อกของคุณเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน?

"นับสต็อกผิด ชีวิตเปลี่ยน" คำนี้เจ้าของกิจการรู้ซึ้งดีครับ... การใช้คนนับมือ หรือจดลงกระดาษ นอกจากจะช้าแล้ว ยังเสี่ยงต่อความผิดพลาดมหาศาล การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจึงเป็นทางออกที่เลี่ยงไม่ได้

แต่พอจะเริ่มทำระบบ คำถามแรกที่โผล่ขึ้นมาคือ "เราควรใช้ Barcode (บาร์โค้ดแท่งๆ) หรือ QR Code (สี่เหลี่ยมจุดๆ) ดี?" วันนี้ BS Express จะพามาจับคู่ชก เปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าธุรกิจของคุณเหมาะกับ "ทีมแท่ง" หรือ "ทีมจุด" กันแน่ค่ะ


1. Barcode (1D) : พี่ใหญ่สุดเก๋า เน้นความไวเป็นหลัก
Barcode หรือรหัสแท่งที่เราเห็นกันมาตั้งแต่เด็กตามซองขนม คือระบบแบบ 1 มิติ (Linear) ที่เก็บข้อมูลได้เฉพาะตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ

ข้อดี :
ต้นทุนต่ำ : เครื่องสแกนบาร์โค้ดแบบยิงเลเซอร์ (Laser Scanner) ราคาถูกมาก หาซื้อได้ทั่วไป
สแกนไว : แค่ยิงแสงสีแดงพาดผ่าน ก็ดัง "ติ๊ด!" ทันที เหมาะกับงานที่เน้นความเร็วสูง เช่น แคชเชียร์ หรือจุดแพ็คของ
เป็นสากล : สินค้าส่วนใหญ่มีบาร์โค้ดติดมาอยู่แล้ว (UPC/EAN) แทบไม่ต้องพิมพ์แปะใหม่

ข้อเสีย :
เก็บข้อมูลได้น้อย : เก็บได้แค่รหัสสินค้า (SKU) ถ้าอยากรู้วันหมดอายุหรือ Lot การผลิต ต้องไปดึงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เอาเอง
เสียหายง่าย : ถ้าบาร์โค้ดขาด ถลอก หรือยับแค่นิดเดียว เครื่องอาจจะอ่านไม่ออกทันที
เหมาะกับใคร? : ร้านค้าปลีก, โกดังที่เน้นความเร็วในการรับ-ส่งของ, หรือสินค้าที่มีรหัส SKU ไม่ซับซ้อน


2. QR Code (2D) : น้องใหม่ไฟแรง เก็บข้อมูลครบจบในที่เดียว
QR Code หรือรหัส 2 มิติ (Matrix) ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในยุคนี้ เพราะสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน

ข้อดี :
ความจุข้อมูลมหาศาล : ไม่ได้เก็บแค่รหัสสินค้า แต่ยัดข้อมูลอย่าง URL เว็บไซต์, วันผลิต, วันหมดอายุ, หรือ Batch Number ลงไปในโค้ดเดียวได้เลย
สแกนได้ทุกทิศทาง : ไม่ต้องเล็งให้ตรงเป๊ะ จะเอียงซ้ายขวา หรือกลับหัวก็สแกนติด
อ่านผ่านมือถือได้ : ไม่ต้องซื้อเครื่องสแกนแพงๆ ใช้กล้องมือถือของพนักงานสแกนได้เลย ประหยัดงบอุปกรณ์
ทนทาน : ต่อให้โค้ดฉีกขาดหรือเลอะไปบ้าง (ประมาณ 30%) ก็ยังมีโอกาสสแกนติด เพราะมีระบบ Error Correction

ข้อเสีย :
ต้องใช้เครื่องสแกนเฉพาะ: เครื่องยิงเลเซอร์สีแดงแบบเก่าอ่านไม่ได้ ต้องใช้เครื่องแบบ 2D Imager หรือสมาร์ทโฟนเท่านั้น
ระยะสแกน : มักจะต้องจ่อใกล้กว่าบาร์โค้ดแบบแท่งเล็กน้อย
เหมาะกับใคร? : สินค้าที่มีรายละเอียดเยอะ (เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง), โกดังที่ใช้มือถือ/แท็บเล็ตทำงาน, หรือการจัดการทรัพย์สิน (Asset Tag)

บทสรุป : ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ระบบต้องแม่นยำ
ไม่มีคำว่าดีที่สุด มีแต่คำว่า "เหมาะที่สุด" ค่ะ

ถ้าคุณเน้น Speed ยิงปุ๊บติ๊ดปั๊บ หน้างานเร่งรีบ ไป Barcode
ถ้าคุณเน้น Data ต้องการความละเอียด ใช้มือถือทำงาน ไป QR Code
และเมื่อระบบหลังบ้านของคุณเป๊ะปัง สต็อกแม่นยำแล้ว อย่าลืมเลือกพาร์ทเนอร์ขนส่งที่แม่นยำไม่แพ้กันอย่าง BS Express ให้เราช่วยดูแลสินค้าของคุณส่งตรงถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็วและปลอดภัยค่ะ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เตือนภัย! ฝากส่ง "ทองคำ & เงินสด" ไปกับรถขนส่ง ทำไมถึงเป็น "ข้อห้ามร้ายแรง" ที่ไม่มีข้อยกเว้น?
เคยมีความคิดแบบนี้แวบเข้ามาในหัวไหมครับ? "จะโอนเงินไปให้ญาติก็ยุ่งยาก ฝากเงินสดใส่ซองไปพร้อมกับลังของกินเลยแล้วกัน ง่ายดี" หรือ "ส่งสร้อยทองไปเซอร์ไพรส์แม่ แอบซ่อนไว้ในกล่องเสื้อผ้า คงไม่มีใครรู้หรอก" หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยครับ! ✋ แม้บริษัทขนส่งอย่าง BS Transport จะพร้อมดูแลสินค้าของคุณอย่างดีที่สุด แต่สำหรับ "ของมีค่า" ประเภท เงินสด, ทองคำ, เครื่องเพชร หรืออัญมณี นั้นถือเป็น "สินค้าต้องห้าม (Prohibited Items)" ที่บริษัทขนส่งทั่วไป "ไม่รับฝากเด็ดขาด" หลายท่านอาจสงสัยว่า "ทำไมถึงใจร้ายจัง? แค่ของชิ้นเล็กๆ เอง" วันนี้เราจะมาเปิดเผย 4 เหตุผลเบื้องหลังกฎเหล็กข้อนี้ ที่มีไว้เพื่อปกป้อง "ตัวคุณเอง" ครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
อัปเกรดโกดัง SME! 5 อุปกรณ์ "แพ็คของ" ที่ต้องมีติดโรงงาน ถ้าอยากส่งของให้ดูมืออาชีพ
การทำธุรกิจยุคใหม่ "สินค้าดี" อย่างเดียวไม่พอครับ แต่ "สภาพกล่อง" ตอนถึงมือลูกค้าต้องเนี๊ยบด้วย! สำหรับ SME ที่เริ่มมีออเดอร์เยอะขึ้น การนั่งพับกล่องแล้วแปะเทปกาวใสอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อต้องส่งสินค้าจำนวนมากหรือส่งเข้าห้างสรรพสินค้า (Modern Trade) วันนี้ BS Transport จะพามาเปิดคัมภีร์อุปกรณ์โกดัง ที่จะช่วยเปลี่ยนจาก "การแพ็คบ้านๆ" ให้กลายเป็น "การแพ็คแบบมืออาชีพ" ลงทุนครั้งเดียวแต่ลดความเสียหายได้ระยะยาว มีอะไรบ้างที่โกดังคุณควรมี? ไปดูกันครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
เลิก "เดา" แล้วใช้ "ข้อมูล"! เจาะลึก Big Data: เปลี่ยน "ประวัติการขนส่ง" ให้เป็นแผนสั่งของที่แม่นยำราวจับวาง
คุณเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมครับ? "สั่งของมาตุนไว้เยอะเกินไปจนล้นโกดัง เพราะกลัวของขาด" "กะเวลาของเข้าพลาด รถติด ของมาส่งไม่ทัน ไลน์ผลิตต้องหยุดชะงัก" "ช่วงโปรโมชั่นขายดีมาก แต่สั่งรถขนส่งไม่ทัน เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า" ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการบริหารจัดการแบบ "ใช้สัญชาตญาณ" (Gut Feeling) ครับ แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ คนที่อยู่รอดไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่มี "ข้อมูล" (Data) มากที่สุด วันนี้ BS Transport จะพาคุณไปดูว่า กองเอกสารและประวัติการขนส่งที่คุณมีอยู่ในมือ (ที่เรียกว่า Big Data) สามารถเปลี่ยนเป็น "คัมภีร์" ที่ช่วยให้คุณวางแผนสั่งของล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำได้อย่างไร?
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
26 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ