เทคนิคเพิ่ม Productivity โดยไม่เพิ่มกำลังคน
อัพเดทล่าสุด: 8 ธ.ค. 2025
109 ผู้เข้าชม

ในหลายองค์กร เมื่อปริมาณงานเพิ่มขึ้น คำตอบแรกมักเป็น เพิ่มคน แต่ในโลกโลจิสติกส์ การเพิ่มกำลังคนไม่ใช่คำตอบที่ได้ผลเสมอไป เพราะมาพร้อมต้นทุนที่สูงขึ้น ความซับซ้อน และโหลดการบริหารจัดการ ในทางกลับกัน มีเทคนิคมากมายที่สามารถเพิ่ม Productivity ได้โดยไม่ต้องเพิ่มพนักงานเลย
พื้นฐานสำคัญคือแนวคิด Lean Logistics ที่เน้นการลดความสูญเสีย (Waste) เช่น การเดินเกินจำเป็น การรอคอย การหยิบซ้ำ การแก้ไขงานเสีย และการขาดข้อมูลแบบทันทีทันใด การจัดการ Waste เหล่านี้จะทำให้ Productivity เพิ่มขึ้นแบบชัดเจนโดยไม่ต้องขยายทีม
พื้นที่แรกที่เริ่มเห็นผลทันทีคือ Layout ของคลังสินค้า หากจัดระยะทางให้สั้นลง วางสินค้าให้ตรงตามความเร็วของออเดอร์ หรือทำพื้นที่ Pick ให้มี Flow ที่ไม่ตัดกัน Productivity สามารถเพิ่มได้ 10-25% โดยไม่ต้องลงทุนมาก
ด้านถัดมาคือ การวางแผนงาน (Work Planning) เช่น การแบ่งรอบงานที่เหมาะสม การกำหนดจำนวนพนักงานต่อโซนที่พอดี หรือการคาดการณ์ปริมาณงานในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ทีมเตรียมพร้อมและไม่เสียเวลาระหว่างเปลี่ยนกะ
อีกส่วนหนึ่งที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อนคือ เทคโนโลยีสนับสนุน เช่น
ระบบ Scan แทนการกรอกมือ
ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ
Algorithm จัดเส้นทางขนส่ง
Dashboard Productivity แบบรายวัน
เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ทดแทนคน แต่ทำให้คนทำงานได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และเหนื่อยน้อยลง
การจัดทีมงานให้เหมาะสมก็สำคัญ เช่น การแบ่งทีม Specialist (เชี่ยวชาญงานหนัก) กับทีม Generalist (ช่วยงานหลากหลาย) หรือการจัดทีมแบบ Multi-skill เพื่อให้ยืดหยุ่นต่อปริมาณงาน สามารถโยกย้ายระหว่างโซนได้ตามความจำเป็น
ผลลัพธ์ขององค์กรที่ใช้แนวทางนี้คือ Productivity เพิ่มขึ้นแบบเปลี่ยนโฉม เช่น
ลดเวลา Pick ต่อชิ้นลง 20-40%
ลดงาน Rework ลงมากกว่า 60%
เพิ่มจำนวนออเดอร์ที่ประมวลผลได้ต่อวันโดยไม่ต้องเพิ่มคน
ลดต้นทุนแรงงานต่อออเดอร์ลง
ทั้งหมดนี้พิสูจน์ว่า Productivity ไม่ได้มาจากจำนวนคน แต่มาจากระบบ กระบวนการ และข้อมูลที่ช่วยให้คนทำงานได้ดีที่สุด
พื้นฐานสำคัญคือแนวคิด Lean Logistics ที่เน้นการลดความสูญเสีย (Waste) เช่น การเดินเกินจำเป็น การรอคอย การหยิบซ้ำ การแก้ไขงานเสีย และการขาดข้อมูลแบบทันทีทันใด การจัดการ Waste เหล่านี้จะทำให้ Productivity เพิ่มขึ้นแบบชัดเจนโดยไม่ต้องขยายทีม
พื้นที่แรกที่เริ่มเห็นผลทันทีคือ Layout ของคลังสินค้า หากจัดระยะทางให้สั้นลง วางสินค้าให้ตรงตามความเร็วของออเดอร์ หรือทำพื้นที่ Pick ให้มี Flow ที่ไม่ตัดกัน Productivity สามารถเพิ่มได้ 10-25% โดยไม่ต้องลงทุนมาก
ด้านถัดมาคือ การวางแผนงาน (Work Planning) เช่น การแบ่งรอบงานที่เหมาะสม การกำหนดจำนวนพนักงานต่อโซนที่พอดี หรือการคาดการณ์ปริมาณงานในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ทีมเตรียมพร้อมและไม่เสียเวลาระหว่างเปลี่ยนกะ
อีกส่วนหนึ่งที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อนคือ เทคโนโลยีสนับสนุน เช่น
ระบบ Scan แทนการกรอกมือ
ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ
Algorithm จัดเส้นทางขนส่ง
Dashboard Productivity แบบรายวัน
เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ทดแทนคน แต่ทำให้คนทำงานได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และเหนื่อยน้อยลง
การจัดทีมงานให้เหมาะสมก็สำคัญ เช่น การแบ่งทีม Specialist (เชี่ยวชาญงานหนัก) กับทีม Generalist (ช่วยงานหลากหลาย) หรือการจัดทีมแบบ Multi-skill เพื่อให้ยืดหยุ่นต่อปริมาณงาน สามารถโยกย้ายระหว่างโซนได้ตามความจำเป็น
ผลลัพธ์ขององค์กรที่ใช้แนวทางนี้คือ Productivity เพิ่มขึ้นแบบเปลี่ยนโฉม เช่น
ลดเวลา Pick ต่อชิ้นลง 20-40%
ลดงาน Rework ลงมากกว่า 60%
เพิ่มจำนวนออเดอร์ที่ประมวลผลได้ต่อวันโดยไม่ต้องเพิ่มคน
ลดต้นทุนแรงงานต่อออเดอร์ลง
ทั้งหมดนี้พิสูจน์ว่า Productivity ไม่ได้มาจากจำนวนคน แต่มาจากระบบ กระบวนการ และข้อมูลที่ช่วยให้คนทำงานได้ดีที่สุด
Tags :
บทความที่เกี่ยวข้อง
"ส่งของบ่อย แต่กำไรหดหาย เพราะหมดไปกับค่าขนส่ง" นี่คือปัญหาคลาสสิกของ SME ที่เพิ่งเริ่มขยายธุรกิจครับ เวลาลูกค้าสั่งของมาทีละนิดทีละหน่อย เราก็รีบส่งให้ทันใจ จ้างรถวิ่งออกไปทั้งที่ของยังไม่เต็มคัน หารเฉลี่ยต้นทุนต่อชิ้นออกมาแล้วแทบจะเป็นลม!
วันนี้ BS Transport จะพาคุณมารู้จักกับกลยุทธ์ "Consolidation" หรือ "การรวมเที่ยวส่งของ" เทคนิคที่บริษัทยักษ์ใหญ่ใช้ลดต้นทุนกันมหาศาล และ SME อย่างเราก็ทำได้ง่ายๆ เพื่อให้การเหมารถหนึ่งคัน คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว!
24 ม.ค. 2026
ยอดขายปังแต่พังเพราะส่งช้า! เตรียมร้านให้พร้อมรับมือเทศกาล 9.9 และ 11.11 ด้วยเทคนิคจัดการสต็อก วางแผนทีมแพ็ค และจองรถขนส่งล่วงหน้ากับ BS Express ปิดจบทุกปัญหาออเดอร์ล้น
24 ม.ค. 2026
คุณเคยนั่งจ้องหน้าจอมืดๆ แล้วถามตัวเองไหมครับว่า "เดือนหน้าจะโพสต์อะไรดี?" หรือ "จะจัดโปรโมชั่นอะไรให้ลูกค้าตื่นเต้น?"
24 ม.ค. 2026
BANKKUNG



Contact Center