ถอดรหัส Storytelling จากภาพยนตร์ดัง: 3 บทเรียนที่นักการตลาดนำไปใช้ได้
อัพเดทล่าสุด: 13 ต.ค. 2025
108 ผู้เข้าชม

ถอดรหัส Storytelling จากภาพยนตร์ดัง: 3 บทเรียนที่นักการตลาดนำไปใช้ได้
ทำไมเราถึงยอมจ่ายเงินเพื่อดูหนังนานกว่าสองชั่วโมง ทั้งที่เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องแต่ง? คำตอบคือ "พลังของการเล่าเรื่อง" (Storytelling) ภาพยนตร์ Blockbuster ทั่วโลกไม่ได้ขายแค่ภาพสวย ๆ หรือนักแสดงดัง แต่พวกเขาสร้าง 'ความรู้สึกร่วม' และ 'ความทรงจำ' ที่ฝังลึก นักการตลาดในปัจจุบันก็เผชิญความท้าทายเดียวกัน คือการทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำและเป็นที่รักท่ามกลางเสียงโฆษณาที่ดังระงม หากคุณต้องการเปลี่ยนจากการ "ขายสินค้า" เป็นการ "ขายเรื่องราว" ที่ดึงดูดใจจนลูกค้าอยากติดตาม นี่คือ 3 บทเรียนการเล่าเรื่องจากโลกภาพยนตร์ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับการตลาดของคุณได้ทันที
บทเรียนที่ 1: ให้ลูกค้าเป็นพระเอก (The Customer is the Hero)
โครงสร้าง เป็นเรื่องราวของ "ตัวเอก" ที่ต้องเผชิญความท้าทาย เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญ
ในภาพยนตร์ทุกเรื่องจะมี "จุดเริ่มต้น" (Inciting Incident) ที่เป็นเหตุการณ์กระตุ้นให้พระเอกต้องก้าวออกจากชีวิตประจำวันและเริ่มต้นการผจญภัย ตัวอย่างเช่น จดหมายเข้าเรียนจากฮอกวอตส์ใน Harry Potter
ผู้กำกับภาพยนตร์ที่เก่งจะไม่บอกคนดูว่าตัวละครเศร้า แต่จะ "แสดง" ผ่านฉากฝนตก ตัวละครนั่งเงียบ ๆ หรือภาพการมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไร้จุดหมาย
ทำไมเราถึงยอมจ่ายเงินเพื่อดูหนังนานกว่าสองชั่วโมง ทั้งที่เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องแต่ง? คำตอบคือ "พลังของการเล่าเรื่อง" (Storytelling) ภาพยนตร์ Blockbuster ทั่วโลกไม่ได้ขายแค่ภาพสวย ๆ หรือนักแสดงดัง แต่พวกเขาสร้าง 'ความรู้สึกร่วม' และ 'ความทรงจำ' ที่ฝังลึก นักการตลาดในปัจจุบันก็เผชิญความท้าทายเดียวกัน คือการทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำและเป็นที่รักท่ามกลางเสียงโฆษณาที่ดังระงม หากคุณต้องการเปลี่ยนจากการ "ขายสินค้า" เป็นการ "ขายเรื่องราว" ที่ดึงดูดใจจนลูกค้าอยากติดตาม นี่คือ 3 บทเรียนการเล่าเรื่องจากโลกภาพยนตร์ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้กับการตลาดของคุณได้ทันที
บทเรียนที่ 1: ให้ลูกค้าเป็นพระเอก (The Customer is the Hero)
โครงสร้าง เป็นเรื่องราวของ "ตัวเอก" ที่ต้องเผชิญความท้าทาย เพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญ
- แก่นการตลาด: แบรนด์ส่วนใหญ่มักวางตัวเองเป็น "ฮีโร่" ที่เก่งที่สุด แต่ใน Storytelling ที่ทรงพลัง ลูกค้าต่างหากคือฮีโร่ ที่กำลังเผชิญกับ "ปัญหา" หรือ "ความท้าทาย" (The Conflict) ส่วนแบรนด์ของคุณมีหน้าที่เป็นเพียง "ผู้แนะนำ/ที่ปรึกษา (The Mentor)" ที่มอบเครื่องมือ (สินค้า/บริการ) หรือภูมิปัญญาเพื่อช่วยให้ฮีโร่ (ลูกค้า) เอาชนะอุปสรรคนั้นได้
- อย่าพูดว่า: "สินค้าเราดีที่สุดในตลาด"
- จงพูดว่า: "คุณเคยรู้สึกติดขัดกับ [ปัญหาของลูกค้า] ไหม? เราเข้าใจดี นี่คือ [สินค้า/บริการของคุณ] ที่เราออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณ [บรรลุเป้าหมาย] ได้ง่ายขึ้น เพราะคุณคือคนที่จะสร้างความสำเร็จนั้น"
- Insight: ผู้คนไม่ซื้อสินค้า แต่พวกเขาซื้อ "ทางออก" ที่ช่วยให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น
บทเรียนที่ 2: The "Inciting Incident" จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงต้องคมชัด
ในภาพยนตร์ทุกเรื่องจะมี "จุดเริ่มต้น" (Inciting Incident) ที่เป็นเหตุการณ์กระตุ้นให้พระเอกต้องก้าวออกจากชีวิตประจำวันและเริ่มต้นการผจญภัย ตัวอย่างเช่น จดหมายเข้าเรียนจากฮอกวอตส์ใน Harry Potter
- แก่นการตลาด: คุณต้องสร้างสถานการณ์ที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่า "ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยน" และแบรนด์ของคุณคือคำตอบของจุดเริ่มต้นนั้น จุดเริ่มต้นนี้อาจเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรง หรือโอกาสใหม่ที่น่าตื่นเต้น
- สร้างคอนเทนต์ที่เน้น "ความรู้สึกของการสูญเสียโอกาส" หรือ "ความเจ็บปวดที่ทนมานาน" เพื่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการการเปลี่ยนแปลง (เช่น การเปรียบเทียบชีวิต ก่อน และ หลัง ใช้ผลิตภัณฑ์)
- เน้นย้ำถึง 'สัญญาณเตือน' หรือ 'แรงกระตุ้น' ที่ทำให้ลูกค้าเก่าตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้แบรนด์คุณ
- Insight: การกระตุ้นอารมณ์เชิงลบ (ความกลัวการสูญเสีย) และอารมณ์เชิงบวก (ความตื่นเต้นกับสิ่งใหม่) ในจุดเริ่มต้นของเรื่องราว จะสร้างแรงผลักดันให้ลูกค้าอยากติดตามและลงมือทำ
ผู้กำกับภาพยนตร์ที่เก่งจะไม่บอกคนดูว่าตัวละครเศร้า แต่จะ "แสดง" ผ่านฉากฝนตก ตัวละครนั่งเงียบ ๆ หรือภาพการมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไร้จุดหมาย
- แก่นการตลาด: ในการตลาด การ "บอก" คือการลิสต์คุณสมบัติ (Features) แต่การ "แสดง" คือการสื่อสารถึงประโยชน์ (Benefits) และคุณค่าทางอารมณ์ที่สินค้ามอบให้ (Emotional Value)
- อย่าบอกว่า: "แบรนด์เราใส่ใจสิ่งแวดล้อม"
- จงแสดง: สร้างวิดีโอสั้นที่แสดงให้เห็นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจริง ๆ หรือนำเสนอเรื่องราวของคนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินงานของแบรนด์ (Visual Evidence)
- เปลี่ยน 'คำพูด' เป็น 'ประสบการณ์': ใช้รูปภาพ วิดีโอ หรือรีวิวจากลูกค้า ที่แสดงให้เห็นว่าชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างไรหลังจากใช้สินค้าของคุณ แทนที่จะใช้แต่ข้อความ
- Insight: สมองของมนุษย์จดจำ 'ภาพ' และ 'อารมณ์' ได้ดีกว่า 'ข้อเท็จจริง' การเล่าเรื่องด้วยฉากที่กระตุ้นอารมณ์จึงสร้างความผูกพันกับแบรนด์ได้ลึกซึ้งกว่า
บริษัท บีเอส เอ็กซ์เพรส 2020 จำกัด
BS EXPRESS 2020 CO., LTD.https://www.bsgroupth.com/?srsltid=AfmBOoqMALK3j7UctKlK6y9MbEnoAgqQk5_JP5W7h7SGcAMWiUIdLVn9
สถานีขนส่งสินค้าพุทธมณฑลสาย 5
ชานชาลาที่ 11 ห้องที่ 16-17
133 หมู่ที่ 1 ถนนบรมราชชนนี ตำบลบางเตย
อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73210
โทร.02-114-8855
E-mail : bstransport_bkk@hotmail.com
https://www.bsgroupth.com/?srsltid=AfmBOoqMALK3j7UctKlK6y9MbEnoAgqQk5_JP5W7h7SGcAMWiUIdLVn9
บทความที่เกี่ยวข้อง
ABC Analysis คือเทคนิคจัดลำดับความสำคัญของสินค้าในคลัง โดยแบ่งตามมูลค่าการใช้ (Usage Value) เพื่อให้บริหารสต๊อกได้มีประสิทธิภาพที่สุด ช่วยลดสต๊อกส่วนเกิน ควบคุมต้นทุน และโฟกัสสินค้าที่สำคัญจริง ๆ
29 พ.ย. 2025
การบริหารสต๊อกคือหัวใจของงานคลังสินค้าและงานขาย แต่หลายธุรกิจมักเจอปัญหา “สต๊อกล้น” หรือ “สต๊อกขาด” ซึ่งทั้งสองอย่างล้วนทำให้เสียต้นทุนและโอกาสทางธุรกิจ
29 พ.ย. 2025
ในยุคที่ทุกแบรนด์ต้องแข่งขันกันแย่งความสนใจของผู้ชม การทำคอนเทนต์แบบ "ยิงครั้งเดียวเอาอยู่" แทบเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป แต่ถ้าคุณบริหารคอนเทนต์ให้ครบทั้ง ให้ความรู้ (Educate) ความบันเทิง (Entertain) ความน่าเชื่อถือ (Authority) คุณจะได้ทั้งการมองเห็น การมีส่วนร่วม และการตัดสินใจซื้อในระยะยาว
29 พ.ย. 2025
ใบบัว ( นักศึกษาฝึกงาน )

BS&DC SAI5


Contact Center