แชร์

รู้หรือไม่? พัสดุเดินทางกี่ขั้นตอนกว่าจะถึงบ้านเรา?

ChatGPT_Image_27_มิ_ย_2568_09_35_26.png BANKKUNG
อัพเดทล่าสุด: 18 ก.ย. 2025
297 ผู้เข้าชม

ทุกครั้งที่เรากดสั่งซื้อของออนไลน์ แล้วรอพัสดุมาส่งถึงหน้าบ้าน หลายคนอาจจะคิดว่า ก็แค่ร้านค้าแพ็กของ ส่งขึ้นรถ แล้วมาถึงเรา แต่ความจริงแล้ว เบื้องหลังการเดินทางของพัสดุหนึ่งชิ้นนั้นซับซ้อนกว่าที่คิดครับ

ในโลกของ โลจิสติกส์ ทุกขั้นตอนมีระบบ มีการตรวจสอบ และมีมาตรฐานเพื่อให้พัสดุถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยและตรงเวลา วันนี้เราจะพาไปดูกันว่า พัสดุหนึ่งชิ้นต้องผ่านกี่ด่าน กี่ขั้นตอน ก่อนจะกดกริ่งที่หน้าบ้านเรา


1. ร้านค้าหรือผู้ส่งเตรียมของ
ทุกการเดินทางเริ่มต้นจากร้านค้าออนไลน์หรือผู้ส่ง ที่ต้อง:

ตรวจสอบคำสั่งซื้อ
แพ็กสินค้าให้แน่นหนา (กันกระแทก, กันชื้น, หรือกล่องเสริมความแข็งแรง)
ติดบาร์โค้ดหรือเลขพัสดุ
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะหากแพ็กไม่ดี สินค้าอาจเสียหายได้ระหว่างการขนส่ง


2. จุดรับพัสดุ (Drop-off / Pick-up)
จากนั้นพัสดุจะถูกส่งมายัง จุดรับพัสดุของบริษัทขนส่ง เช่น สาขาย่อย ร้านพาร์ทเนอร์ หรือแม้กระทั่งการนัดรถเข้ารับถึงบ้านผู้ส่ง

ที่นี่จะมีการสแกนเข้าระบบครั้งแรก เพื่อบันทึกว่า พัสดุเข้าสู่เครือข่ายขนส่งแล้ว


3. ศูนย์คัดแยกท้องถิ่น (Local Hub)
พัสดุจากหลายจุดรับจะถูกรวบรวมมายัง ศูนย์คัดแยกประจำพื้นที่
ที่นี่จะมีสายพานลำเลียง เครื่องสแกน และทีมงานคัดแยกพัสดุตามปลายทาง เช่น ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้

บางบริษัทใช้ Automated Sorting System ที่สามารถคัดแยกพัสดุได้เป็นหมื่นชิ้นต่อชั่วโมง


4. ขนส่งระหว่างภูมิภาค (Line-haul Transportation)
นี่คือขั้นตอน เดินทางไกล ของพัสดุ เช่น จากศูนย์คัดแยกกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ หรือจากโคราชไปหาดใหญ่

ใช้รถบรรทุกตู้ทึบ รถสิบล้อ หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน ขึ้นอยู่กับบริการที่เลือก (ด่วน, ปกติ, Same Day)


5. ศูนย์คัดแยกระดับภูมิภาค (Regional Hub)
เมื่อถึงภูมิภาคปลายทาง พัสดุจะถูกนำไปยัง ศูนย์คัดแยกระดับใหญ่ อีกครั้ง
ที่นี่จะคัดแยกลงไปตามจังหวัดและอำเภอ

ขั้นตอนนี้มักเป็นช่วงที่ใช้เวลาเยอะ เพราะมีพัสดุจำนวนมากไหลเข้ามาพร้อมกัน


6. ศูนย์กระจายสินค้าท้องถิ่น (Delivery Hub)
หลังจากถูกคัดแยกตามจังหวัดแล้ว พัสดุจะไปยัง ศูนย์กระจายย่อยใกล้พื้นที่ผู้รับ เช่น ศูนย์อำเภอหรือสาขาย่อย

พนักงานจัดเส้นทางการส่ง (Route Planning) เพื่อให้รถจัดส่งวิ่งได้รวดเร็วและประหยัดที่สุด


7. ขึ้นรถจัดส่ง (Last Mile Delivery)
นี่คือขั้นตอนที่ลูกค้าตื่นเต้นที่สุด พัสดุของเราถูกโหลดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์หรือรถตู้จัดส่งเพื่อมาส่งถึงบ้าน

ระบบจะแจ้งผ่านแอปหรือ SMS ว่า พัสดุของคุณอยู่ระหว่างการจัดส่ง


8. ถึงมือผู้รับ
สุดท้าย พนักงานจะส่งถึงหน้าบ้าน อาจขอเซ็นชื่อหรือถ่ายรูปเป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันว่าพัสดุถึงมือผู้รับจริง


ทั้งหมดนี้ใช้เวลากี่วัน?

ขึ้นอยู่กับบริการที่เลือกและระยะทาง เช่น:

ด่วนพิเศษ (Same Day / Next Day) 1 วัน
ด่วนธรรมดา 23 วัน
ระยะไกลหรือพัสดุใหญ่ 35 วัน
แต่ไม่ว่าจะแบบไหน ทุกขั้นตอนถูกออกแบบมาให้พัสดุถึงมือผู้รับโดยปลอดภัยที่สุด


มุมมองโลจิสติกส์: ความท้าทายคืออะไร?

ปริมาณพัสดุสูงมาก
โดยเฉพาะช่วงแคมเปญ 9.9, 11.11 หรือปีใหม่ ศูนย์คัดแยกอาจต้องรับมือพัสดุเพิ่มขึ้นกว่า 200300%
การจัดการ Last Mile Delivery
ขั้นตอนสุดท้ายมีต้นทุนสูงที่สุด เพราะต้องส่งถึงบ้านแต่ละหลัง ซึ่งต่างจากการขนส่งระหว่างเมืองที่ส่งทีเดียวเป็นล็อตใหญ่
ความคาดหวังของลูกค้า
ลูกค้าอยากได้ของเร็ว แต่ก็ต้องการราคาค่าส่งที่ถูก นี่จึงเป็นโจทย์ยากของบริษัทโลจิสติกส์

เทคโนโลยีช่วยอย่างไร?

AI และ Machine Learning คาดการณ์ปริมาณพัสดุและจัดเส้นทางส่งที่ดีที่สุด
ระบบติดตาม (Tracking System) ลูกค้าสามารถเช็กสถานะได้แบบเรียลไทม์
หุ่นยนต์คัดแยกพัสดุ เพิ่มความเร็วและลดความผิดพลาดในการคัดแยก

สรุป

พัสดุหนึ่งชิ้นกว่าจะถึงบ้านเรา ไม่ได้เดินทางแบบ เส้นตรง แต่ผ่านหลายด่าน ตั้งแต่ร้านค้า จุดรับ ศูนย์คัดแยก ขนส่งระหว่างภูมิภาค ศูนย์กระจาย รถจัดส่ง ผู้รับ
ทุกขั้นตอนคือการทำงานที่ซับซ้อนของระบบโลจิสติกส์ ที่เบื้องหลังเต็มไปด้วยเทคโนโลยีและการวางแผน เพื่อให้ของที่เราสั่งเพียง คลิกเดียว มาถึงบ้านอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ครั้งหน้าที่คุณได้รับพัสดุ อย่าลืมคิดถึง การเดินทางลับ ๆ ที่ซ่อนอยู่ในกล่องเล็ก ๆ ใบนั้นนะครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
"ตู้ทึบ vs คอก: สินค้าแบบไหนเหมาะกับรถประเภทอะไร?"
จะจ้างรถขนของแต่เลือกไม่ถูก? ระหว่าง "รถตู้ทึบ" กับ "รถคอก" ต่างกันยังไง แบบไหนกันฝน 100% แบบไหนขนได้เยอะกว่า บทความนี้มีคำตอบ พร้อมเทคนิคเลือกให้คุ้มค่าที่สุด
ผึ้ง เด็กฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
1 วันของ Driver ยุคใหม่: เบื้องหลังการทำงานที่คนรับพัสดุอาจไม่เคยรู้
เวลาเราสั่งของออนไลน์ สิ่งที่เราทำคือกดสั่ง รอ... แล้วก็เซ็นรับของด้วยรอยยิ้ม แต่คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ในช่วงเวลาที่เรา "รอ" นั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
ไทก้า นักศึกษาฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
หัวใจโรงงานห้ามหยุดเต้น! ขนส่ง "ตู้ไฟ & ตู้ Control" อย่างไร? ให้รอดพ้นจากแรงกระแทกและความชื้น 100%
ในโรงงานอุตสาหกรรม "ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Control Cabinet/MDB)" เปรียบเสมือนสมองและหัวใจที่สั่งการเครื่องจักรทั้งหมด ตู้ใบหนึ่งอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท! แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ภายในตู้นั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ "เปราะบาง" อย่าง PLC, Inverter และแผงวงจรซับซ้อน ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจกับ "แรงสั่นสะเทือน" และ "ความชื้น" หากขนส่งผิดวิธี แค่ตู้กระแทกเบาๆ หรือโดนละอองฝนเพียงนิดเดียว อาจทำให้อุปกรณ์ภายในรวน สายไฟหลวม หรือเกิดสนิมที่หน้าสัมผัส ส่งผลให้เมื่อไปถึงหน้างาน... ไฟไม่เข้า เครื่องไม่เดิน โปรเจกต์ล่าช้า และค่าเสียหายบานปลาย! วันนี้ BS Transport จะมาเผยมาตรฐานการขนย้ายตู้ไฟและตู้ Control ฉบับมืออาชีพ ที่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอครับ
ลูกดิว เด็กฝึกงาน
3 ก.พ. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ